Skip to content

โพลมติชนXเดลินิวส์ รอบใหม่ สั่นกระดานการเมืองในครรลองประชาธิปไตย

16 ก.ย. 2566 | 10:19น.
โพลมติชนXเดลินิวส์ รอบใหม่ สั่นกระดานการเมืองในครรลองประชาธิปไตย

ปฏิเสธไม่ได้ว่าคำถามและคำตอบใน “โพลมติชนXเดลินิวส์” เป็นส่วนสำคัญในการสร้างกระแส และกำหนดทิศทางในผลการเลือกตั้งอย่างมีนัยสำคัญ

การจับมือกันของสื่อ 2 ค่าย มติชนXเดลินิวส์ ภายใต้การเคลื่อนข่าวผ่าน 5 กองบรรณาธิการทุกแพลตฟอร์ม ด้วยฐานข้อมูลกระดานใหญ่เกือบ 2 แสนรายตัดสินใจทางการเมืองครั้งประวัติศาสตร์ โหวตผ่าน “โพลมติชนXเดลินิวส์” ทำนายผลการเลือกตั้ง อย่างแม่นยำมาแล้ว

เมื่อประเทศไทย เดินทางมาถึงจุดที่มีทั้งฝ่ายบริหาร-นิติบัญญัติ บทบาทของสื่อและภาคประชาชน ในการสร้างความตื่นตัว จึงต้องเดินหน้าอีกครั้ง ด้วยการทำโพลรอบ 2 ค้นหาคำตอบสำคัญ “รัฐบาลเศรษฐาควรแก้ปัญหาอะไร ?” โครงสร้างการเมือง หรือเศรษฐกิจปากท้อง

ย่อมเป็นที่ระทึกใจอย่างยิ่ง ที่ประชาชนทุกคนในประเทศจะมีสิทธิในการโหวตผ่านโพลมติชนXเดลินิวส์ พร้อมกันอีกครั้งในวันที่ 1-30 ตุลาคม 2566

น้ำหนักคำตอบคล้ายประชามติ-ประชาพิจารณ์

ด้วยฐานข้อมูลที่ครอบคลุมทั่วทุกหัวระแหง ทำให้ได้คำตอบระดับที่ใกล้เคียงกับการทำประชามติ หรือประชาพิจารณ์ ตามความเห็นของ นายปราปต์ บุนปาน รองกรรมการผู้จัดการสายเทคโนโลยีและดิจิทัลมีเดีย บริษัท มติชน ที่อธิบายปรากฏการณ์ผ่านประสบการณ์ที่ได้จากการทำโพล 2 ครั้ง ในช่วงก่อนการเลือกตั้งว่า การเก็บข้อมูลในระบบ “หลังบ้าน” ช่วยให้เราสามารถเก็บข้อมูลเชิงลึกของผู้มาสำรวจความเห็นได้ ทำให้เราเห็นโครงสร้างของประชากร ทั้งอายุ เพศสภาพ รวมถึงพื้นที่และจังหวัดของผู้ตอบแบบสอบถาม

“โพลรอบใหม่ที่เราจะทำคือ ถามเรื่องปัญหาของประชาชนที่ต้องการให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหา จะเป็นเครื่องมือที่ดี ทำให้เราเห็นความซับซ้อนของปัญหา เห็นลักษณะเฉพาะปัญหาของคนแต่ละกลุ่มมากขึ้น”

นายปราปต์เปรียบเทียบโพลใน 2 ช่วงว่า “ในแง่ความเป็นโพลรอบแรก ที่มติชนและเดลินิวส์ทำร่วมกันก่อนการเลือกตั้ง เป็นเหมือนกับการสำรวจความนิยมที่ประชาชนมีต่อนักการเมืองและพรรคการเมือง น้ำหนักคล้ายประชามติ เป็นการถามให้ประชาชนตัดสินในเรื่องใหญ่ ๆ ด้วยคำถามที่เลือกง่าย ๆ และประชาชนตอบได้ตัวเลือกเดียว ว่าแคนดิเดตนายกฯ คนไหนที่เขานิยม”

“แต่พอมาถึงครั้งนี้โพลรอบ 2 เป็นโพลเชิงนโยบาย สิ่งหนึ่งที่เราตระหนักคือ จะมีความโน้มเอียงไปทางประชาพิจารณ์มากกว่าประชามติ ผู้ทำโพลต้องพิจารณา รวมถึงคนตอบแบบสอบถาม อาจจะต้องพิจารณาถึงปัญหาที่มีอยู่จำนวนมากในสังคม และคำตอบที่ออกมาก็จะหลากหลายตามโครงสร้างประชากร คือภารกิจที่ท้าทายของสำนักข่าวทั้ง 2 แห่ง” นายปราปต์กล่าว

โพลรอบ 2 กับโจทย์กระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่

นายปราปต์เห็นว่าการทำโพลรอบ 2 เป็นจังหวะก้าวที่ดี ในการค้นปัญหาที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลแก้ “ช่วงนี้เป็นโมเมนต์ที่ดี คือผ่านการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรก และผ่านการแถลงนโยบาย 2 วันเพิ่งจบไป ซึ่งใครฟังการแถลงนโยบายอาจเห็นปรากฏการณ์ของรัฐบาลชุดใหม่ที่น่าสนใจ”

“เราเห็นความตั้งใจของรัฐบาลชุดใหม่ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีท่านใหม่ มีความกระตือรือร้น และมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าจริง ๆ ที่จะผลักดันให้ประเทศนี้เดินหน้าต่อไปได้ แต่ขณะเดียวกันเราเห็นความท้าทายอีกหลายจุด รัฐบาลชุดนี้จะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นที่ใหญ่ และทะเยอทะยานมาก ๆ ทั้งในแง่เม็ดเงินและเทคโนโลยี เป็นทั้งความคาดหวังของสังคม ขณะเดียวกันมีความท้าทายอีกหลาย ๆ จุด”

ขณะเดียวกัน รัฐบาลชุดนี้ต้องแบกรับความต้องการที่อยากจะเปลี่ยนการเมืองของประชาชนจำนวนมากกว่า 10 ล้านคน รัฐบาลต้องแบกความฝันนี้ และหลีกเลี่ยงความต้องการนี้ไป
ไม่ได้ ขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะจัดการอย่างไร

นอกจากรัฐบาล-นายกรัฐมนตรีใหม่ บทบาทฝ่ายค้านใหม่ ก็ท้าทายไม่แพ้กัน นายปราปต์ชี้ให้เห็นภาพว่า “ในการประชุมรัฐสภา เราจะเห็น สส.ฝ่ายค้านหน้าใหม่จำนวนมาก พูดเกี่ยวกับรายละเอียดในพื้นที่ได้อย่างน่าสนใจ เช่น เรื่องน้ำ ปัญหา PM 2.5 ปัญหานักท่องเที่ยวจีน ปัญหาพืชผลทางการเกษตร ปัญหาที่ดิน เหล่านี้จะเป็นชุดปัญหาหนึ่งที่จะปรากฏในโพลที่มติชนและเดลินิวส์จะทำร่วมกัน”

“บทสรุปผมและทีมงานทั้งหมดเชื่อว่า โพลมติชนxเดลินิวส์ รอบใหม่ จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่จะฉายภาพว่าประชาชนนอกทำเนียบรัฐบาล และนอกรัฐสภา มีความต้องการอย่างไรกันแน่ มีทรรศนะอย่างไรกับปัญหาต่าง ๆ ในประเทศนี้ และความท้าทายซึ่งเกิดมาพร้อมกับรัฐบาลชุดนี้ โพลนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญ” นายปราปต์กล่าว

โพลสื่อ-ฉายภาพให้สังคมเห็นแสงสว่าง

ตามที่นายปราปต์ได้ระบุว่า การทำโพลมติชนXเดลินิวส์ เพื่อให้การสังเคราะห์ข้อมูลมีระดับความแม่นยำยิ่งขึ้น นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์อย่าง ผศ.อัครพงษ์ ค่ำคูณ อดีตคณบดีแห่งวิทยาลัยนานาชาติปรีดีพนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงนับว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ

ผศ.อัครพงษ์ฟันธงว่า “โพลครั้งที่แล้วนอกจากเป็นโพลประวัติศาสตร์ คล้ายการพนันขันต่อ คือการแทงหวย ว่าผลเลือกตั้งจะเป็นแบบไหน ปรากฏว่าผลโพลมติชน X เดลินิวส์ เราถูกหวย ครั้งนี้มติชน x เดลินิวส์ นอกจากเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชนแล้ว ยังได้ทำหน้าที่ทำตรงกับทฤษฎีสื่อ คือเป็น mirror-กระจกสะท้อนจากผู้มีสิทธิออกเสียง และเป็น lamp-ตะเกียง เป็นแสงและฉายภาพให้สังคมเห็นแสงสว่าง”

ประชาชนสะท้อนปัญหาตามครรลองประชาธิปไตย

สอดคล้องกับหลักคิดและเหตุผล ของ น.ส.ปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ที่ย้ำว่า สาระของการทำโพลรอบใหม่ มีความเกี่ยวพันกัน 3 คีย์เวิร์ด คือ 1.รัฐบาล 2.ปัญหา 3.ประชาชน องค์ประกอบทั้ง 3 ส่วนสะท้อนกันไปสะท้อนกันมา

รัฐบาลมีความจำเป็นต้องฟังเสียงประชาชน จึงจะแก้ปัญหาได้ ประชาชนต้องสะท้อนปัญหาอย่างถูกจุด รัฐบาลจึงจะแก้ปัญหาได้ และมติชนXเดลินิวส์ หน้าที่การสะท้อนปัญหาครั้งนี้ กลับไปสู่ผู้นำ ผู้มีอำนาจในรัฐบาลใหม่

กรรมการผู้จัดการบริษัท มติชน ระบุว่า การทำโพลทั่วประเทศครั้งนี้เพราะเชื่อว่า การสะท้อนปัญหาจริง ๆ จากประชาชนไม่ได้กระจุกอยู่ที่กรุงเทพมหานคร แต่กระจายไปทั่วประเทศ อยู่ตามท้องถิ่น อยู่กับประชาชนทุกคน ดังนั้นการนำเสนอข่าวสารปัญหาและความเห็นตลอดทั้งเดือน น่าจะทำให้เกิดการตื่นตัวทางการเมืองขึ้นอีกระลอกหนึ่ง

หลังจากปิดการทำโพล จะมีการสรุปชี้ผลโพล และจะปิดท้ายแคมเปญด้วยกิจกรรมเวทีสาธารณะ forum ใหญ่ที่จัดร่วมกับ 2 สื่อ

น.ส.ปานบัวกล่าวด้วยว่า “สาเหตุที่ทำโพลและกิจกรรมเกี่ยวเนื่องครั้งนี้ คือ รัฐบาลใหม่เข้มแข็ง ฝ่ายค้านเข้มแข็ง ดังนั้นเราต้องการภาคประชาชนเข้มแข็ง สื่อจึงอยากให้ประชาชนมีบทบาทตื่นตัวทางการเมืองอีกครั้ง”

เมื่อรัฐบาลเข้มแข็ง ฝ่ายค้านน่าจับตามอง ภาคประชาชนส่งเสียง ภาคสื่อทำหน้าที่เต็มที่ ในการเป็นกระดานสะท้อนปัญหา กลับไปสู่รัฐบาล

“สุดท้ายเชื่อมั่นว่ารัฐบาลที่ดี คือ รัฐบาลที่ฟังเสียงประชาชน และแก้ปัญหาที่ถูกจุด ไม่ว่าจะประกาศอะไรไว้ เมื่อเข้ามาสู่ในตำแหน่ง ต้องฟังเสียงประชาชนสม่ำเสมอตลอดเวลาที่อยู่ในวาระ เพราะไม่ว่ารัฐบาลไหนก็อยู่ได้ด้วยประชาชน”

“หวังมากว่าการทำแคมเปญในครั้งนี้จะนำไปสู่การตื่นตัวทางการเมืองอีกรอบหนึ่ง เป็นประโยชน์กับประชาชนสูงสุด ขอให้สะท้อนปัญหาที่ประชาชนได้รับผลกระทบจริง ๆ ออกมา จะเป็นผลดีกับทุกฝ่ายรวมถึงรัฐบาล และเราจะส่งผลโพลให้รัฐบาลทั้งหมด เพื่อให้นำไปปรับจูนนโยบาย แก้ปัญหาให้ภาคประชาชนที่เดือดร้อนอย่างเร่งด่วนได้”

“ในส่วนสื่อต้องกระตุ้นเสมอไม่ให้ประชาชนแผ่ว เพราะนี่คือวิถีของประชาธิปไตยที่เข้มแข็งที่สุด และเป็นปกติที่สุด เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ติดตามตรวจสอบตามปกติ สังคมจะอยู่ได้ด้วยวิถีของประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและมั่นคงในอนาคต อย่าเรียกร้องวันข้างหน้า ต้องเรียกร้องตั้งแต่วันนี้ ต้องทำกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนทำให้เป็นปกติ”

“ผลโพลจะเป็นประโยชน์ที่สุด เพราะความคิดเห็นจากกระดานนี้ใหญ่สุด คราวที่แล้วมีมากถึง 170,000 คน กระดานใหญ่ขนาดนี้ใครจะทำได้ ก็ต้องกลุ่มสื่อประมาณมติชน-เดลินิวส์ สะท้อนขึ้นมา ครั้งนี้อาจจะมากกว่าเพราะเปิดทำโพลถึง 1 เดือนเต็ม เสียงนี้สำคัญมาก สะท้อนทั้งระดับจังหวัด ทุกพื้นที่ คิดว่าสิ่งที่เราทำเป็นประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย ตามครรลองระบอบประชาธิปไตย”

ได้เวลา 2 สื่อจับมือส่องรัฐบาลเศรษฐา

นางประพิณ รุจิรวงศ์ กรรมการบริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์และเดลินิวส์ออนไลน์ กล่าวถึงความร่วมมือในการทำโพลครั้งประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาว่า ในครั้งนั้นผลโพลได้ทำหน้าที่สะท้อนฉันทามติในกลุ่มประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งอย่างแม่นยำ จนสร้างความสั่นสะเทือนในวงการเมือง ดังนั้นในวันที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ได้แถลงนโยบายการบริหารราชการแผ่นดิน และเข้าบริหารประเทศอย่างเต็มตัว ก็คงได้เวลาที่สื่อทั้งสองจะหวนมาจับมือกันอีกครั้ง

สอดคล้องกับ นายปารเมศ เหตระกูล คณะกรรมการบริหารรับผิดชอบบรรณาธิการบริหารเดลินิวส์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อประเทศไทยมีรัฐบาลใหม่ สื่อทั้งสองจึงขออาสาเดินหน้าถามประชาชนอีกครั้งว่า อะไรคือปัญหาที่อยากให้แก้ไขกันจริง ๆ เพื่อให้รัฐบาลรับทราบ จัดการนโยบายให้ตรงจุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มติชน โพล