เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
News นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
News กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
News เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
SD บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
Real Estate ‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
SD ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ดูทั้งหมด

“คมนาคมไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์” แผน-งบฯไม่คืบเพราะตรวจการบ้านเข้ม

03 เม.ย. 2561 | 23:19น.

สัมภาษณ์

หลัง “รัฐบาลทหาร” ประกาศอัดเม็ดเงินกว่า 2 ล้านล้านบาทยกเครื่องระบบโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งของประเทศ “บก-ราง-น้ำ-อากาศ” ให้ทัดเทียมนานาชาติ มี “คมนาคม” เป็นเจ้าภาพหลักขับเคลื่อนโครงการ แต่ดูเหมือนตลอด 3 ปีที่ผ่านมา งานใหญ่ที่บรรจุไว้ในแผนเร่งด่วนจะยังไม่ราบรื่นมากนัก

 

“อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แจกแจงว่า ทางนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการเบิกจ่ายงบประมาณของกระทรวงคมนาคมอย่างมาก เพื่อขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจโดยรวม โดยโครงการที่มีขนาดเล็กในปีงบประมาณ 2561 ได้เบิกจ่ายเสร็จทั้งหมดไปแล้วเมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนโครงการเมกะโปรเจ็กต์ต่าง ๆ ทางกระทรวงคมนาคมกำลังจะเร่งสปีดให้เปิดประมูลและได้รับอนุมัติโครงการภายในไตรมาสที่ 3-4 ของปีงบประมาณนี้ให้ได้

“ช่วง 2 ไตรมาสของปีงบประมาณ 2561 ที่ผ่านมา การเบิกจ่ายสำหรับการลงทุนในโครงการต่าง ๆ ยังคืบหน้าน้อยมากอยู่ที่ 36% ยังต่ำจากเป้าที่รัฐตั้งไว้ 43% แต่เมื่อถึงสิ้นปียอดเบิกจ่ายจะเป็นไปตามเป้า โดย 3 ปีที่ผ่านมาคมนาคมมียอดเบิกจ่ายเกินกว่า 90% มาตลอด ส่วนใหญ่จะไปเร่งการเบิกจ่ายในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4”

“อาคม” ขยายความถึงสาเหตุความล่าช้ามาจาก 2 สาเหตุสำคัญ คือ 1.บรรดาเมกะโปรเจ็กต์ต่าง ๆ ต้องปฏิบัติตามกระบวนการที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภัณฑ์ 2560 ที่มีขั้นตอนที่ต้องทำตามอีกมาก แต่ถือว่าไม่น่าห่วง เพราะถ้าผ่านได้ก็สามารถเดินหน้าโครงการต่าง ๆ ได้ทันที

และ 2.โครงการส่วนใหญ่ยังต้องรอการประกวดราคาให้แล้วเสร็จก่อน จึงจะเบิกจ่ายงบประมาณได้ ก็น่าจะทันช่วงปลายปีงบประมาณพอดี แต่หากมีโครงการใดที่สามารถทำได้ก่อนก็ให้ทำได้ทันที เช่น โครงการรถไฟทางคู่ 5 เส้นทางที่เซ็นสัญญาไปแล้วเมื่อเดือน ธ.ค. 2560 จำนวน 9 สัญญา วงเงิน 65,500 ล้านบาท ประกอบด้วย ทางคู่ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร, มาบกะเบา-จิระ,ลพบุรี-ปากน้ำโพ, นครปฐม-หัวหิน และหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ ขณะนี้ผู้รับเหมาเข้าพื้นที่ก่อสร้างได้ครบแล้ว จะเริ่มงานก่อสร้างและเบิกจ่ายได้ทันที ซึ่งจะผูกพันไปถึงปี 2563

“โครงการต่าง ๆ ของกระทรวงคมนาคม ต้องมองยาว ๆ นิดหนึ่ง จะมองแค่ช่วงใดช่วงหนึ่งไม่ได้ เพราะขั้นตอนของการขออนุมัติโครงการมีขั้นตอนอยู่ แม้จะอนุมัติได้ แต่ถ้ารายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอไม่ผ่านก็เซ็นสัญญากันไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องเผื่อเวลา จะอนุมัติวันนี้แล้วได้ทันทีเลยมันไม่ใช่”

ส่วนโครงการขนาดใหญ่ต่าง ๆ ในบางโครงการที่ไม่สามารถเริ่มต้นได้ในปีนี้ จะต้องขยับไปเป็นปีหน้าแทน แต่ขอยืนยันว่าทุกโครงการจะต้องได้รับการเดินหน้าภายใต้กรอบเวลา 8 ปี ตามยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทยปี 2558-2565 และจะมีเม็ดเงินลงทุนของกระทรวงคมนาคมออกมาทุกปี

“ขอยืนยันว่าทุกโครงการจะเกิดขึ้นแน่นอนใน 8 ปี แต่ไม่อยากให้กำหนดกรอบเวลาตายตัว ว่าโครงการไหนจะประมูลได้เมื่อไหร่ หากผมพูดออกไป แล้วทำไม่ได้ ก็จะหาว่าผมพูดผลัดเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ”

“อาคม” ไล่เรียงไทม์ไลน์งานโครงการต่าง ๆ ว่า เตรียมจะนำ 3 โครงการเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังจากคณะกรรมการสภาพัฒน์อนุมัติเป็นที่เรียบร้อยแล้วในเดือน พ.ค.นี้ ประกอบด้วย โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 323.10 กม. เงินลงทุน 76,978 ล้านบาท โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อนช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช และตลิ่งชัน-ศาลายา ระยะทาง 20 กม. เงินลงทุน 19,042.13 ล้านบาท และสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต-ม.ธรรมศาสตร์ (รังสิต) ระยะทาง 10 กม. วงเงิน 7,596 ล้านบาท ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-ญี่ปุ่น ช่วงที่ 1 กรุงเทพฯ-พิษณุโลก จะเสนอให้คณะอนุบอร์ดสภาพัฒน์ฯในเดือน เม.ย.นี้

ส่วนโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 จำนวน 7 เส้นทาง เงินลงทุนรวม 261,045 ล้านบาท ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ส่งข้อมูลต่าง ๆ ให้หมดแล้ว กำลังรอเสนอบอร์ดสภาพัฒน์ ขณะที่โครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ระยะทาง 23.6 กม. เงินลงทุน 101,112 ล้านบาท ยังติดขั้นตอนการทำรายงานอีไอเอ ในส่วนที่เป็นสถานีใต้ดินของโครงการ 10 สถานี ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หัวหิน ระยะทาง 211 กม. เงินลงทุน 95,276 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ด้านรูปแบบ PPP เพื่อเสนอให้คณะกรรมการ PPP อนุมัติต่อไป

“เราไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์ที่มาถึงก็ส่งต่อ เพราะกระทรวงต้องดูว่าโครงการที่เสนอมามีข้อมูลครบถ้วนหรือไม่ ถ้าครบก็ผ่าน แต่ถ้ามีประเด็น ก็ต้องอธิบายเพิ่มเติม แต่จะให้บุรุษไปรษณีย์ส่งไปก่อน ก็จะถูกตีกลับมาอยู่ดี แถมจะมีคำถามเพิ่มอีกเป็นร้อยคำถามให้ตามไปตอบอีก เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการกลั่นกรองก่อน”

นายอาคมยังกล่าวอีกว่า จากปัญหาต่าง ๆ จะนำไปปรับแก้สำหรับการจัดทำแผนปฏิบัติการเร่งด่วนปี 2562 โดยเฉพาะเรื่องกรอบเวลา ที่ถึงแม้จะเผื่อเวลาเอาไว้ แต่ก็ไม่สามารถไปควบคุมขั้นตอนอะไรได้ เช่น ขั้นตอนการอนุมัติ สมมุติว่ากำหนดให้เสร็จใน 3 เดือน แต่การตอบข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ ต้องเตรียมให้ครบก่อน จึงจะเดินหน้าต่อไปได้

ต่อไปนี้จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือพร้อมกันเลยว่า ต้องการข้อมูลในส่วนใด และต้องทำอย่างไรจึงจะถูกต้อง เพราะหลายเรื่องไม่ได้อยู่ที่กระทรวงที่เดียว กระทรวงเองก็ต้องไปตามเรื่องกับหน่วยอื่น ๆ ด้วย ส่วนโครงการที่ทำไม่ทันในปี 2561 ก็จะขยับไปใส่ไว้ในแผนเร่งด่วนปี 2562