บจ.งัดวิธีซื้อหุ้นคืน “พยุงราคา” ทุ่มกว่า 6 พันล้าน-บิ๊ก FSMART เริ่ม เม.ย.นี้
บจ.งัดไม้ตายพยุงหุ้น แห่ตั้งโครงการซื้อหุ้นคืน ผลพวงราคาหุ้นดิ่งลงแรง เผยช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ พบ 6 บจ. กางแผนซื้อหุ้นคืนรวมกว่า 6 พันล้านบ. “TACC-FSMART” เป็น 2 บจ.ล่าสุด โดดร่วมวง หวังปลุกเชื่อมั่นนักเล่นหุ้น บิ๊ก FSMART ลั่นเอาแน่ ตั้งงบฯ 300 ล้านบาท เริ่มซื้อคืนกลาง เม.ย.นี้
ผู้สื่อข่าวรวบรวมข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) พบว่า ตั้งแต่ปลายปี 2560 ถึงต้นไตรมาส 2 ปีนี้มี 6 บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ได้ทำโครงการซื้อหุ้นคืน คือ บมจ.เอสวีไอ (SVI), บมจ.มาลีกรุ๊ป (MALEE), บมจ.โรงพยาบาลลาดพร้าว (LPH) และ บมจ.บางกอกแลนด์ (BLAND) ซึ่ง 4 บจ.นี้ได้เริ่มทยอยซื้อหุ้นคืนไปแล้ว เฉพาะไตรมาส 1/2561 ซื้อหุ้นรวมกันราว 60,881,500 หุ้น มูลค่ากว่า 314 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มี 1 บริษัท ซื้อหุ้นคืน 56,966,271 หุ้น มูลค่าราวกว่า 106.7 ล้านบาท
ส่วนอีก 2 บจ. จะเริ่มซื้อหุ้นคืนในเดือน เม.ย.นี้ โดยแจ้งต่อ ตลท.แล้ว คือ บมจ.ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ (TACC) มีแผนจะซื้อหุ้นคืน 3 ล้านหุ้น หรือ 0.49% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 15.20 ล้านบาท ด้วยวิธีการซื้อหุ้นคืนผ่านกระดานตลาดหลักทรัพย์ฯ ในช่วง 2 เม.ย.-1 ต.ค. 2561 กับ บมจ.ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส (FSMART) ที่ล่าสุดคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินและเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุน จำนวน 20 ล้านหุ้น หรือ 2.5% ของจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว วงเงิน 300 ล้านบาท ซึ่งจะซื้อหุ้นคืนผ่านกระดานตลาดหลักทรัพย์ฯในช่วง 18 เม.ย.-18 ต.ค. 2561
โดยภาพรวม 6 บจ. ตั้งแผนซื้อหุ้นคืนรวมกันเป็นเงินทั้งสิ้น 6,134.20 ล้านบาท แต่จะซื้อครบหรือไม่ต้องจับตาต่อไป
สำหรับ 2 บจ.ที่จะเริ่มซื้อหุ้นคืนในเดือน เม.ย.นี้ มีประเด็นคล้ายกัน คือราคาหุ้นดิ่งลงแรงตั้งแต่ช่วงต้นปี โดยพบว่าราคาหุ้น TACC ปรับตัวลดลงตั้งแต่ต้นปีถึง 1 วัน ก่อนประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน (14 มี.ค. 61) ประมาณ -13.90% จากสิ้นปี 2560 ราคาหุ้นอยู่ที่ 5.25 บาท ปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 4.52 บาท ขณะที่ราคาหุ้น FSMART ปรับตัวลดลงตั้งแต่ต้นปีถึง 1 วัน ก่อนประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน (29 มี.ค. 61) ประมาณ 42.69% จากราคาสิ้นปี 2560 อยู่ที่ระดับ 17.60 บาท ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 9.80 บาท
นายสมชัย สูงสว่าง กรรมการผู้จัดการ บมจ.ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส กล่าวว่า การซื้อหุ้นคืนน่าจะเริ่มต้นได้กลางเดือน เม.ย.นี้ โดยวงเงิน 300 ล้านบาท ที่ใช้ซื้อหุ้นคืน จะมาจากกระแสเงินสดของบริษัทเป็นหลัก หากไม่เพียงพอก็อาจมีบางส่วนที่กู้จากสถาบันการเงิน
ทั้งนี้ การซื้อหุ้นคืน ก็เพื่อส่งสัญญาณให้ผู้ลงทุนมั่นใจว่าบริษัทมีความเชื่อมั่นว่าผลประกอบการจะปรับตัวดีขึ้น และรายได้จะโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ปีนี้ โดยที่ผ่านมา ราคาหุ้น FSMART ที่ร่วงแรง เกิดจากนักลงทุนแตกตื่นเทขายหุ้น ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากความไม่เข้าใจในตัวธุรกิจตู้บุญเติม หลังมีกระแสข่าวธนาคารพาณิชย์ประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชั่น ทั้งการโอนเงิน, ชำระบิล และเติมเงินทุกประเภท ซึ่งบริษัทยืนยันว่าฐานลูกค้าของบริษัทจำนวน 25 ล้านราย เป็นคนละกลุ่มกับฐานลูกค้าของแบงก์
“เราซื้อหุ้นคืน เพราะเชื่อว่าราคาหุ้นเรายังต่ำกว่าพื้นฐาน ผลประกอบการจะยังโตได้ 15-20% โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 1 คาดธุรกิจจะฟื้นตัวดีขึ้นจากกลยุทธ์เพิ่มยอดเติมเงินเฉลี่ยต่อตู้ และเตรียมออกแคมเปญกระตุ้น”