เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นับถอยหลัง ‘เลือกตั้งประกันสังคม’ 11 ต.ค.นี้ ‘จุลพันธ์’ ตรวจความพร้อม กางแผนสำรองรับมือน้ำท่วม
News นับถอยหลัง ‘เลือกตั้งประกันสังคม’ 11 ต.ค.นี้ ‘จุลพันธ์’ ตรวจความพร้อม กางแผนสำรองรับมือน้ำท่วม
“โฆษกรัฐบาล“ กระตุก “สสส.”ชี้ งบ4,000 ล้าน เพื่อสุขภาพทุกคน ไม่ใช่ “จัดอบรม-ซื้อโฆษณา”
Politics “โฆษกรัฐบาล“ กระตุก “สสส.”ชี้ งบ4,000 ล้าน เพื่อสุขภาพทุกคน ไม่ใช่ “จัดอบรม-ซื้อโฆษณา”
ปริศนา ! ไวน์การบินไทย ยันงบฯ ซื้อแค่ ปีละ 100 กว่าล้าน
Business ปริศนา ! ไวน์การบินไทย ยันงบฯ ซื้อแค่ ปีละ 100 กว่าล้าน
‘เอกนิติ’ ต้อนรับ ‘จอร์เจียวา’ ไทยหวังสะเทือนโลก ประชุม IMF–World Bank
Finance ‘เอกนิติ’ ต้อนรับ ‘จอร์เจียวา’ ไทยหวังสะเทือนโลก ประชุม IMF–World Bank
พิษน้ำท่วมเปิดแผล ‘ทุเรียนไทย’ ถึงเวลารื้อระบบ ตั้งแต่สวน-ตลาด
Economic พิษน้ำท่วมเปิดแผล ‘ทุเรียนไทย’ ถึงเวลารื้อระบบ ตั้งแต่สวน-ตลาด
โรม บอก “เลวร้ายมาก” ป.ป.ช.ส่งฟ้อง 3 ผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่นไม่ทัน
Politics โรม บอก “เลวร้ายมาก” ป.ป.ช.ส่งฟ้อง 3 ผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่นไม่ทัน
เปิดบทเรียน ‘ภาวะผู้นำ’ เหตุการณ์น้ำท่วม
SD Talk เปิดบทเรียน ‘ภาวะผู้นำ’ เหตุการณ์น้ำท่วม
‘ประเสริฐ’ สั่ง Fix it Center – อาชีวะอาสาช่วยแล้วกว่าหมื่นคน
Politics ‘ประเสริฐ’ สั่ง Fix it Center – อาชีวะอาสาช่วยแล้วกว่าหมื่นคน
“ชัชชาติ” อัพเดตน้ำท่วมกทม. เหลือ 6 เขตตะวันออก พร้อมรับมือฝนถล่มยาวถึงเช้าพรุ่งนี้
News “ชัชชาติ” อัพเดตน้ำท่วมกทม. เหลือ 6 เขตตะวันออก พร้อมรับมือฝนถล่มยาวถึงเช้าพรุ่งนี้
รติล้านนา ขยายอาณาจักรหรูสู่ “นิมมานฯ” ทุ่ม 240 ล้าน ปักหมุดโรงแรมบูทีค 5 ดาว
เศรษฐกิจภูมิภาค รติล้านนา ขยายอาณาจักรหรูสู่ “นิมมานฯ” ทุ่ม 240 ล้าน ปักหมุดโรงแรมบูทีค 5 ดาว
ดูทั้งหมด

ราคาสินทรัพย์ทางการเงินครัวเรือนไทยโตช้าในรอบหลายปี รับผลกระทบเงินเฟ้อ

11 ต.ค. 2566 | 16:07น.

อลิอันซ์ เปิด “Allianz Global Wealth Report” ฉบับที่ 14 วิเคราะห์สถานการณ์สินทรัพย์และหนี้สินของครัวเรือนในเกือบ 60 ประเทศทั่วโลก ชี้ปี 2566 เป็นปีที่ย่ำแย่ ส่วนปี 2565 “ทุกอย่างตกต่ำ” สินทรัพย์ทางการเงินของครัวเรือนทั่วโลก สูญเสียไปมูลค่า 6.6 ล้านล้านยูโร ลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตการณ์การเงินโลกในปี 2551 ประเทศไทยเติบโตช้าในรอบหลายปี รับผลกระทบเงินเฟ้อ คาดสินทรัพย์ทางการเงินทั่วโลกมีแนวโน้มกลับมาโต 4-5% ในอีก 3 ปีข้างหน้า

วันที่ 11 ตุลาคม 2566 อลิอันซ์ (Allianz) ได้เผยแพร่ “Allianz Global Wealth Report” ฉบับที่ 14 วิเคราะห์สถานการณ์สินทรัพย์และหนี้สินของครัวเรือนในเกือบ 60 ประเทศทั่วโลก ระบุปี 2566 เป็นปีที่ย่ำแย่ โดยปี 2565 เป็นปีที่ไม่ดีสำหรับผู้มีเงินออม ราคาสินทรัพย์ลดลงทุกกลุ่มภายใต้สถานการณ์ที่อาจเรียกได้ว่า “ทุกอย่างตกต่ำ” สินทรัพย์ทางการเงินของครัวเรือนทั่วโลกลดลงถึง 2.7%

ซึ่งถือว่าลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตการณ์การเงินโลกในปี 2551 อัตราการเติบโตของสินทรัพย์หลักทั้ง 3 ประเภท แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นหุ้น (-7.3%) และประกันภัย/บำนาญ (-4.6%) หดตัวอย่างมาก ขณะที่เงินฝากธนาคารเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 6.0% ความสูญเสียโดยรวมเท่ากับสินทรัพย์ทางการเงินมูลค่า 6.6 ล้านล้านยูโร สินทรัพย์ทางการเงินรวมอยู่ที่ 233 ล้านล้านยูโร ณ สิ้นปี 2565 ที่ 63.9 ล้านล้านยูโร หรือ 27% อยู่ในภาคครัวเรือนในเอเชีย

ประเทศไทย เติบโตในระดับปานกลาง

สินทรัพย์ทางการเงินรวมของครัวเรือนไทยเพิ่มขึ้นเพียง 2.1% ในปี 2565 ซึ่งต่ำกว่าการเพิ่มขึ้น 9.7% ในปีก่อนอย่างเห็นได้ชัด สาเหตุหลักคือ การลดลงของสินทรัพย์ต่าง ๆ อาทิ สินทรัพย์ประกัน/บำนาญ ซึ่งสูญเสียมูลค่ากว่า 3.5% เป็นการลดลงครั้งแรกในศตวรรษนี้ หุ้นก็น่าผิดหวังเช่นกัน

โดยเติบโตลดลงจาก 26.4% (ปี 2564) เป็น 3.1% ในปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม เงินฝากธนาคาร ซึ่งมีส่วนแบ่งพอร์ตการลงทุนมากกว่า 50% และเป็นประเภทสินทรัพย์หลักในประเทศไทยยังทรงตัว โดยเติบโตขึ้น 3.6% (ปี 2564: 4.0%) เมื่อเทียบกับปีก่อนเกิดโรคระบาดในปี 2562 สินทรัพย์ทางการเงินสูงขึ้น 20.8% แต่เป็นในเชิงตัวเลขเท่านั้น เมื่อปรับตามอัตราเงินเฟ้อแล้ว การเพิ่มขึ้นจะลดลงเฉลี่ย 13.5% ใน 3 ปี

ขณะที่การเติบโตของหนี้สินชะลอตัวลงเล็กน้อยเป็น 3.7% เทียบกับ 3.9% ในปี 2564 จึงทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อ GDP ลดลง 3 จุด อยู่ที่ 87% ซึ่งยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 26 จุด โดยสินทรัพย์ทางการเงินสุทธิเกือบจะทรงตัว (+0.5%) ด้วยสินทรัพย์ทางการเงินสุทธิต่อหัวที่ 5.11 พันล้านยูโร ทำให้ประเทศไทยวันนี้ยังคงอยู่ในอันดับที่ 45 ในการจัดอันดับประเทศที่ร่ำรวยที่สุด

ด้านอเมริกาเหนือมีอัตราการเติบโตลดลงมากที่สุด หรือลดลง 6.2% ตามมาด้วยยุโรปตะวันตก (4.8%) ในทางกลับกัน เอเชียยังคงมีอัตราการเติบโตที่ดี โดยค่าเฉลี่ยของภูมิภาคอยู่ที่ 4.6% ในปี 2565 เทียบกับ 10.2% ในปี 2564

แม้แต่ญี่ปุ่นยังมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าจะเล็กน้อยมาก (0.2%) ในทางตรงกันข้าม ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ อย่างอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ มีการเติบโตเป็นเลขสองหลัก สินทรัพย์ทางการเงินของจีนเติบโตอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน โดยสูงถึง 6.9% แต่ในปีที่แล้วสูงขึ้น 13.3% และมีค่าเฉลี่ยระยะยาวในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 15.9% ถือเป็นการเติบโตที่ค่อนข้างน่าผิดหวัง โดยเป็นผลจากการล็อกดาวน์หลายครั้ง

แม้จะขาดทุนอย่างหนัก แต่สินทรัพย์ทางการเงินในครัวเรือนทั่วโลกยังคงสูงกว่าช่วงก่อนโควิดเกือบ 19% ณ สิ้นปีที่แล้ว ในเชิงตัวเลข เมื่อปรับตามอัตราเงินเฟ้อ เกือบ 2 ใน 3 ของการเติบโต (เชิงตัวเลข) ได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของราคา

และส่งผลให้การเติบโตที่แท้จริง ลดลงเหลือเพียง 6.6% ภายใน 3 ปี ขณะที่ภูมิภาคส่วนใหญ่ของโลกสามารถรักษาอัตราการเติบโตได้อย่างแท้จริง ยุโรปตะวันตกไม่ได้เป็นเช่นนั้น โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยไม่ได้มีความหมายอะไรเลย และความมั่งคั่งที่แท้จริงลดลง 2.6% เมื่อเทียบกับปี 2563 เอเชียมีการเติบโตที่แท้จริงเกือบ 20% ในช่วง 3 ปี จากอัตราเงินเฟ้อที่ลดลง ไม่เว้นแม้กระทั่งในจีนและญี่ปุ่น

นายลูโดวิค เซอร์บราน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของอลิอันซ์ กล่าวว่า “ศัตรูที่แท้จริงของเงินออมคือ เงินเฟ้อ ไม่เฉพาะแต่เงินเฟ้อที่เกิดขึ้นตั้งแต่หลังโควิดที่พุ่งสูงขึ้น ในประเทศไทย การเติบโตเชิงตัวเลขและการเติบโตที่แท้จริงแตกต่างกันอย่างมาก

สินทรัพย์ต่อประชากรเพิ่มขึ้น 390% หากไม่นับอัตราเงินเฟ้อในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เมื่อปรับตามกำลังซื้อ สินทรัพย์ต่อประชากรเพิ่ม 150% แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการออมอย่างชาญฉลาดและความเท่าทันทางการเงิน แต่ภาวะเงินเฟ้อเป็นเหมือนมารร้ายที่ยากจะเอาชนะได้ หากไร้การกระตุ้นเตือนและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อการออมในระยะยาว ผู้มีเงินออมส่วนใหญ่อาจประสบปัญหา”

มาตรการรัดเข็มขัด

การฟื้นตัวของอัตราดอกเบี้ยส่งผลอย่างชัดเจนในด้านหนี้สินของงบดุลครัวเรือน หลังจากที่หนี้ภาคเอกชนทั่วโลกเพิ่มขึ้น 7.8% ในปี 2564 การเติบโตก็ลดลงอย่างมากในปีที่แล้ว ที่ 5.7% ในเอเชีย การเติบโตของหนี้ลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง จาก 10.3% (ปี 2564) เป็น 5.8% (ปี 2565) การลดลงอย่างรวดเร็วที่สุดเกิดขึ้นในประเทศจีน

โดยการเติบโตของหนี้ในปีที่แล้วที่ 5.4% ถือเป็นการเติบโตที่ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยรวมแล้ว หนี้สินในครัวเรือนทั่วโลกมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 55.8 ล้านล้านยูโร ณ สิ้นปี 2565 โดย 32% หรือ 18.1 ล้านล้านยูโรอยู่ในภาคครัวเรือนเอเชีย เนื่องจากช่องว่างระหว่างหนี้และการเติบโตทางเศรษฐกิจกว้างขึ้นเป็น 3.9 จุด อัตราส่วนหนี้สินต่อ GDP ทั่วโลก (หนี้สินคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของ GDP) จึงลดลงอย่างมีนัยสำคัญมากกว่า 2 จุด เป็น 66% ในปี 2565

ซึ่งหมายความว่าอัตราส่วนหนี้สินทั่วโลกสำหรับครัวเรือนส่วนบุคคลกลับมาอยู่ในระดับเดียวกับตอนต้นสหัสวรรษ ซึ่งเป็นระดับความมั่นคงที่น่าทึ่งซึ่งแทบจะไม่สอดคล้องกับความเชื่อที่ว่าทั่วโลกกำลังจมอยู่กับหนี้ อย่างไรก็ตามมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในภาวะหนี้ของโลก

ประการแรกและสำคัญที่สุดคือ ประเทศที่พัฒนาแล้วมีเสถียรภาพในลักษณะของการพัฒนา ในทางกลับกัน ตลาดเกิดใหม่ส่วนใหญ่มีอัตราส่วนหนี้สินเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ในเอเชียโดยรวม อัตราส่วนดังกล่าวอยู่ที่ 61% ณ สิ้นปี 2565 ซึ่งสูงกว่าระดับเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ประมาณ 7 จุด ค่าเฉลี่ยนี้แสดงถึงการพัฒนาที่น่าทึ่งบางประการ ตัวอย่างเช่น ในประเทศจีน อัตราส่วนหนี้สินสูงขึ้นมากกว่า 3 เท่าอยู่ที่ 61%

สินทรัพย์ทางการเงินสุทธิทั่วโลก ลดลงอย่างมากถึง 5.2% อยู่ที่ 176 ล้านล้านยูโร อย่างไรก็ตาม เอเชียเพิ่มขึ้น 4.2% เป็น 46 ล้านล้านยูโร แต่ไม่ใช่ทุกประเทศในภูมิภาคนี้ที่จะเห็นการเติบโตเชิงบวกหลังเกิดหนี้สิน ในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และมาเลเซีย สินทรัพย์ทางการเงินสุทธิลดลง แม้จะแค่เล็กน้อยก็ตาม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สินทรัพย์ อลิอันซ์