เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 66,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 66,800 บาท
​ภูเก็ตคุมเข้ม 4–9 ต.ค. รับทหารสหรัฐฯ 5,000 นาย ย้ำบริการสร้างความประทับใจ
เศรษฐกิจภูมิภาค ​ภูเก็ตคุมเข้ม 4–9 ต.ค. รับทหารสหรัฐฯ 5,000 นาย ย้ำบริการสร้างความประทับใจ
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
SET วันนี้ลุ้นรีบาวด์ โฟลว์ขายชะลอ-ดอกเบี้ยคลาย ชู DELTA-HANA-KCE
Finance SET วันนี้ลุ้นรีบาวด์ โฟลว์ขายชะลอ-ดอกเบี้ยคลาย ชู DELTA-HANA-KCE
‘อนุทิน’ จี้​สัปดาห์นี้คิกออฟจ่ายเยียวยาน้ำท่วม หลัง 4.7 พันล้านถึงมือออมสิน
Politics ‘อนุทิน’ จี้​สัปดาห์นี้คิกออฟจ่ายเยียวยาน้ำท่วม หลัง 4.7 พันล้านถึงมือออมสิน
ค่าเงินบาทวันนี้ (5 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.55 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (5 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.55 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เตือนความเสี่ยง ‘เฮดจ์ฟันด์’ ‘ปั่นป่วน’ ตลาดพันธบัตรสหรัฐ
World เตือนความเสี่ยง ‘เฮดจ์ฟันด์’ ‘ปั่นป่วน’ ตลาดพันธบัตรสหรัฐ
How To ใช้ ‘อารมณ์ขัน’ ในงานธุรกิจ ยิ้มได้ มัดใจคนฟัง ไม่เสีย ‘ความน่าเชื่อถือ’
SD How To ใช้ ‘อารมณ์ขัน’ ในงานธุรกิจ ยิ้มได้ มัดใจคนฟัง ไม่เสีย ‘ความน่าเชื่อถือ’
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.98% อยู่ที่ 86,362 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.98% อยู่ที่ 86,362 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

บริบทใหม่ KTC พัฒนาคน-เทคโนโลยี นำองค์กรยั่งยืน

03 พ.ย. 2566 | 14:15น.
พิทยา วรปัญญาสกุล

เดือนมกราคม 2567 เป็นการเดินทางครั้งสำคัญของเคทีซี เพราะต่อจากนี้การบริหารงานจะนำทีมโดย “พิทยา วรปัญญาสกุล” ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมกับทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ ที่มีความสามารถมากมายในสายงานต่าง ๆ

“พิทยา” กล่าวว่า ทิศทางเคทีซีในปี 2567 จะสานต่อวิสัยทัศน์ และความสำเร็จที่ผ่านมา โดยจะทำธุรกิจให้มีผลกำไรเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุก ๆ ปี ควบคู่กับการทำธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส มีธรรมาภิบาล และสานต่อค่านิยมองค์กร (core value) ได้แก่ 1.กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง 2.ทำให้ง่าย ไม่ซับซ้อน และ 3.ทำสิ่งที่มีความหมายและเป็นประโยชน์

สำหรับผู้บริหารรุ่นใหม่ประกอบด้วย “ประณยา นิถานานนท์” ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดบัตรเครดิต “พิชามน จิตรเป็นธรรม” ผู้บริหารสูงสุดสายงานสินเชื่อบุคคล “เรือนแก้ว เกษมสวัสดิ์” ผู้บริหารสูงสุดสายงานสินเชื่อยานยนต์ และ “อุษณีย์ เลาหะวรนันท์” ผู้บริหารสูงสุดสายงานสื่อสารการตลาดและธุรกิจ MAAI

“ทุก ๆ คนทำงานกับเคทีซีมานาน ดิฉันเชื่อว่าทุกคนต่างมีความเข้าใจ และมีดีเอ็นเอของเคทีซีอย่างเต็มเปี่ยม เพราะเราเคี่ยวเข็ญกันมา และเลือกเฟ้นกันนานมากในการสรรหาผู้บริหารหรือผู้นำ ซึ่งคุณระเฑียร (ระเฑียร ศรีมงคล) บอกเสมอว่า เวลาจะเลือกใครขึ้นมาเป็นผู้นำ ต้องไม่มองแค่ความเก่งอย่างเดียว แต่ต้องมองเรื่องของประสบการณ์ ความสามารถในการทำงานกับเคทีซีได้ หรือเข้าใจในดีเอ็นเอของเรานั่นเอง ที่สำคัญ ต้องมีความเชื่อมั่นในวัฒนธรรมองค์กร และมีเป้าหมายเดียวกัน”

“ดิฉันเชื่อว่าพวกเราทุกคนพร้อมจะแสดงฝีมือกันในปีหน้า หรือปี 2567 เพื่อจะสานต่อเรื่องราวดี ๆ ซึ่งคุณระเฑียรวางรากฐานไว้แข็งแรงมาก และสอนสิ่งดี ๆ ต่อพวกเราเยอะมาก คิดว่าปีหน้าทุกคนเต็มที่แน่นอน ส่วนผู้บริหารหลายคนที่ขยายเวลาเกษียณมา 2-3 ปี ก็เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า

ถ้าจะมอบเคทีซีให้ใครดูแลต่อ ต้องสบายใจ เพราะต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วย ดังนั้นจึงเชื่อว่าวันนี้ทุกคนมีความพร้อม เรื่องดี ๆ ที่คุณระเฑียร และผู้บริหารรุ่นเดิมทำไว้ และรับปากว่าจะทำต่อไป”

“ดิฉันคิดว่าประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญส่วนตัวในฐานะผู้ทำการตลาดจะนำพาธุรกิจบัตรเครดิตของเคทีซีเติบโตยิ่งขึ้น และจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อไป เพราะตลอดหลายเดือนผ่านมาตั้งแต่เริ่มรู้ว่าตัวเองได้รับตำแหน่ง

สิ่งที่ทำคือ ทำงานใกล้ชิดคุณระเฑียรมากขึ้น ดูสิ่งที่คุณระเฑียรทำ ลงรายละเอียดมาก การรีวิว การเข้าใจปฏิบัติการทั้งบริษัท เป็นเรื่องที่คุณระเฑียรลงมือจริง ๆ และย้ำเสมอว่า ในการทำธุรกิจเราไม่เล่นเรื่องความหวือหวา แต่เราเน้นเรื่องความจริงจัง เน้นความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ”

ปี 2567 ปีแห่งความท้าทาย

“พิทยา” กล่าวต่อว่า ในปี 2567 เป็นปีแห่งความท้าทาย เพราะต้องเจอกับความไม่แน่นอนหลายด้าน เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งระหว่างประเทศต่าง ๆ หรือแม้แต่เศรษฐกิจในประเทศไทยเองก็มีการแข่งขัน กฎระเบียบข้อบังคับก็มากขึ้น ซึ่งทุกอย่างเป็นเรื่องปกติที่ธุรกิจต้องเจอ

เคทีซีเจอความไม่แน่นอนทุก ๆ ปี แต่เราก็ผ่านมาได้ ดิฉันมองว่าเป็นเรื่องที่เราต้องปรับตัว และเตรียมพร้อม เคทีซีจะได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างหนึ่งคือเรื่องคน เพราะคนเราแข็งแรงมาก เพราะเราให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนมาตลอด จนกลายเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้

“ดังนั้นการจะนำพาธุรกิจเคทีซีเดินหน้าต่อไปนั้นตั้งอยู่บน 3 องค์ประกอบ คือ 1.คน 2.กระบวนการ 3.เทคโนโลยี สำหรับคนคือบุคลากรของเราต้องมีทั้ง hard skill และ soft skill ซึ่ง soft skill สำคัญมาก เป็นทักษะด้านสังคมที่ช่วยให้เขาปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ ดิฉันทำงานกับเคทีซีมามากกว่า 26 ปี

ดิฉันคิดว่าค่อย ๆ โต และค่อย ๆ เข้าใจ ตลอดระยะเวลา 12 ปี ที่คุณระเฑียรอยู่ เขาพยายามสอนให้เราเรียนรู้ และค่อยพัฒนา จนเรามีแรงกระตุ้นในตัวตลอดเวลา ว่าเราจำเป็นจะต้องเรียนรู้ จนกลายเป็นสายเลือด”

ที่สำคัญ เคทีซีเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ เมื่อเรียนรู้แล้วต้องต่อยอดให้น้อง ๆ เพื่อน ๆ รับฟังด้วย เป็นองค์กรที่ตื่นตัวเรื่องการหาความรู้ใหม่ ๆ ตลอดเวลา และนำความรู้เหล่านั้นมาปรับใช้กับงานของตัวเอง ดังนั้นปีหน้าเราจะร่วมกันพัฒนาทีมผู้บริหารทีมใหม่ ซึ่งในออฟฟิศยังมีผู้บริหารที่เป็นผู้นำรุ่นใหม่อีกเยอะ

คิดว่าปีหน้าคงเป็นปีที่เราพยายามจะพัฒนา สนับสนุนเขาเติบโตอย่างแข็งแรงมากขึ้น พวกเขาจะเป็นคนนำพาเคทีซีให้เติบโตต่อไปแต่ไม่ใช่ผู้บริหารระดับสูงเท่านั้น ผู้บริหารระดับกลางจะคอยเชื่อมผู้บริหารระดับสูงกับพนักงาน

ถามว่า ตรงนี้สำคัญอย่างไร ?

“คุณระเฑียร” สอนพวกเราเสมอว่า ภูเขาน้ำแข็ง เวลามันจะละลาย จะละลายจากขอบนอก พนักงานของเราเจอคนข้างนอกเขาจะมีเซนส์ และรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้น เรามองอีกมุมหนึ่ง และเขามองอีกมุมหนึ่ง ถ้ามีการถ่ายทอด หรือสื่อสารให้ผู้บริหารทราบ มีการแลกเปลี่ยนกัน

ส่วนเรื่องการสื่อสารต้องให้คนในองค์กรรับรู้อย่างทั่วถึง ดังนั้นการที่เราจะสร้างความแข็งแรงให้กับ top management และ leader management จึงเป็นเรื่องสำคัญในปีหน้า

สำหรับกระบวนการจะให้ความสำคัญกับการออกแบบ และปรับกระบวนการทำงานให้กระชับรวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุน โดยยึดสมาชิกเป็นศูนย์กลาง มีความเข้าใจความต้องการของสมาชิก และกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเพื่อทำการตลาด พร้อมทั้งปรับปรุงผลิตภัณฑ์ และบริการของเคทีซี

ส่วนเรื่องของเทคโนโลยี ทุกวันนี้เคทีซีใช้งานคลาวด์ (cloud computing) ในโครงสร้างระบบทางด้านไอที รวมถึงการประมวลผล และจัดเก็บข้อมูล ต่อจากนี้เรื่องความปลอดภัยของข้อมูลจะมีความสำคัญมากขึ้น ดังนั้นการใช้คลาวด์เข้ามาเพื่อช่วยในการทำงาน จะก่อให้เกิดผลดีแน่นอน ในการที่เราจะสามารถยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ต่าง ๆ รวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้นด้วย

ขณะที่เทรนด์ปีหน้าเป็นเรื่องของ generative AI ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเรื่องที่เราต้องเริ่มเข้าใจและศึกษา เพราะที่ผ่านมาเคทีซีมีการใช้เอไอ แต่เป็น supervice AI ยังใช้คนเข้าไปจัดการข้อมูลระดับหนึ่ง แต่ตอนนี้มีการพัฒนาเรื่อง contact center ในแผนกที่เกี่ยวกับความเสี่ยงและการติดตามทุจริตด้านไซเบอร์

อย่างไรก็ตาม สำหรับเป้าหมายธุรกิจ ธุรกิจสินเชื่อของเรา 3 ตัว ได้แก่ ธุรกิจบัตรเครดิต, บัตรกดเงินสด เคทีซี พราว, ธุรกิจสินเชื่อเคทีซี พี่เบิ้ม เรามีความเชื่อมั่นว่ามีศักยภาพที่จะเติบโตได้ โดยการขยายฐานสมาชิก สร้างพอร์ตที่มีคุณภาพ

โดยเฉพาะในธุรกิจบัตรเครดิต ซึ่งเป็นธุรกิจหลักเรามีการเติบโตที่ดีมาตลอดปี 2566 ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะยังขยายฐานลูกค้าต่อไปได้อีก จึงตั้งเป้าว่าจะมีสมาชิกบัตรใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 230,000 ใบ และมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโต 15% จากปี 2566

โดยกลยุทธ์ที่นำมาใช้ในปี 2567 จึงเป็นปีที่เคทีซีให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยมากขึ้นในทุกขั้นตอนการใช้งานบัตร ตรงนี้เราจะพัฒนาแอป KTC Mobile อยู่ตลอดเวลา ขณะเดียวกันก็มีการต่อยอดบัตรเครดิตที่เรียกว่า “เคทีซี ดิจิทัล” (KTC DIGITAL CREDIT CARD) เพื่อตอบโจทย์คนที่ใช้งานผ่านออนไลน์ คือเป็นบัตรเครดิตที่ปลอดภัย ไร้กังวลจากการขโมยข้อมูลด้วยบัตรพลาสติกไร้หมายเลขบนบัตร (Numberless Card)

โดยมี 3 จุดเด่นคือ ปลอดภัยกว่ากับการใช้จ่ายออนไลน์ เพราะปกติเวลาจะใช้จ่ายอะไรจะมีเลขหลังบัตรที่เรียกว่า CVV แต่พอเป็นตัวนี้เลขหลังบัตรจะเปลี่ยนทุกครั้งด้วยระบบรีเควสต์ และใช้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง พร้อมควบคุมการใช้งานได้ตามต้องการผ่านแอปพลิเคชั่น “KTC Mobile”

“ผู้ถือบัตรสามารถทำรายการขอบัตรพลาสติกได้ด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชั่น KTC Mobile หลังจากมีการเปิดบัตรอย่างเป็นทางการในช่วงเดือน พ.ย.นี้ โดยสิ้นปีน่าจะมีผู้ใช้ 5 หมื่นใบ และภายในปี 2567 น่าจะมากกว่า 1 แสนใบ โดยเราต้องการเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะมียอดใช้จ่ายเฉลี่ย 1.2 หมื่นบาทต่อบัตรต่อคน”

ส่วนธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลยังเป็นธุรกิจที่เราเน้นการเติบโตทางธุรกิจควบคู่ไปกับการบริหารพอร์ตสินเชื่อคุณภาพ โดยในปี 2567 ตั้งเป้าเติบโต 5% จำนวนสมาชิกบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” เพิ่มขึ้น 100,000 ราย ส่วนธุรกิจสินเชื่อเคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน ยังคงเน้นการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ายอดอนุมัติสินเชื่อใหม่ปี 2567 ที่ 6,000 ล้านบาท

สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นจริงในปี 2567 ต่อจากนี้ไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เคทีซี