เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

‘กรุงศรีฯ’ มั่นใจปี 61 โตต่อเนื่อง ลดค่าฟีทางดิจิทัลไม่กระทบรายได้

26 เม.ย. 2561 | 19:25น.

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มั่นใจปี 2561 เติบโตต่อเนื่อง เรื่องการปรับลดค่าธรรมเนียมช่องทางดิจิทัลชี้ไม่กระทบรายได้ของธนาคาร โดยสินเชื่อไตรมาส 1/61 โต1.5%จากสิ้นปีก่อน ส่วนปัจจัยที่ต้องจับตามองหลังจากนี้คือความคืบหน้ามาตรฐานบัญชีใหม่ IFRS9 ส่วนเรื่องการควบรวมกิจการของธนาคารไม่มีความเห็น

ผู้สื่อข่าวรายงานจากธนาคารกรุงศรี ระบุว่า ปี 2561 นี้คาดว่าสินเชื่อรวมของธนาคารจะเติบโตต่อเนื่องที่ระดับ 6-8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยบวกจากจีดีพีไทยที่จะโต 4% และโตต่อเนื่องของภาคส่งออกและภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งการเร่งเดินหน้าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ซึ่งจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของการลงทุนภาคเอกชนและความต้องการสินเชื่อของภาคธุรกิจ

นางสาวดวงดาว วงค์พนิตกฤต ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า เรื่องการปรับลดค่าธรรมเนียม (ค่าฟี) ช่องทางดิจิทัล อาจกระทบต่อรายได้ของธนาคารลดลงเพียง 2-3% เท่านั้น แต่ธนาคารมีการเตรียมความพร้อม และหารายได้ที่ไม่ใช่ค่าฟีเพื่อชดเชยรายได้ นอกจากนี้ยังมีการลดรายจ่ายบางส่วน จึงคาดการณ์ว่ากำไรของธนาคารน่าจะไม่ได้รับผลกระทบนัก

ส่วนความกังวลกรณีการใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ IFRS9 ทางธนาคารมีการเตรียมความพร้อมกว่า 3 ปี โดยวิเคราะห์ส่วนที่จะกระทบงบการเงินหลักๆ ได้แก่ ผลการตั้งสำรองการด้อยค่าที่จะเกิดขึ้น ซึ่งปัจจุบันทางธนาคารแห่งประเทศไทย ยังไม่ได้ออกรายละเอียดในการบังคับใช้ออกมาทางธนาคารก็อยู่ระหว่างการติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อจะได้ทำตามเกณฑ์ที่ออกมา

นายวีระพันธุ์ ทีปสุวรรณ ประธานกรรมการธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวถึงกรณีที่มีคำถามเรื่องการควบรวมกิจการของธนาคารพาณิชย์ ว่า ไม่สามารถให้ความคิดเห็นในเรื่องนี้ได้

อย่างไรก็ตามทางกรุงศรีฯ มีกําไรสุทธิอยู่ที่ 6,215 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2561 เพิ่มขึ้น 10.1% จากไตรมาส 1/2560 ผลการดําเนินงานในไตรมาสนี้ “ยังคงแข็งแกร่ง ถึงแม้ว่าจะมีผลกระทบจากปัจจัยด้านฤดูกาลการชําระคืนเงินให้สินเชื่อในไตรมาสแรกของทุกปี

ด้านเงินรับฝากมีจํานวนทั้งสิ้น 1,369,427 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจํานวน 50,198 ล้านบาท หรือ 3.8% จากสิ้นเดือนธันวาคม 2560 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของเงินรับฝากประจําและออมทรัพย์