มาตรการ Easy E-Receipt หนุนธุรกิจค้าปลีกคึกคัก ลูกค้าแห่ช็อป “เซ็นทรัล-เดอะมอลล์” แฮปปี้ยอดขาย-ทราฟฟิก พุ่ง เผยเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่-มือถือ-ทีวี-เครื่องสำอาง ติดอันดับสินค้าขายดี กางแผนเพิ่ม-ขยายแคมเปญโปรโมชั่นรองรับโค้งสุดท้ายก่อนสิ้นสุดมาตรการ บวกคาบเกี่ยวกับเทศกาลตรุษจีน มั่นใจหนุนไตรมาสแรกโตกระฉูด
ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าบรรยากาศการจับจ่ายตามศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ จะมีความคึกคักเป็นพิเศษ นอกจากจะช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกับเทศกาลปีใหม่แล้วช่วงเวลาดังกล่าวยังเป็นช่วงเริ่มต้นของมาตรการ Easy E-Receipt ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ที่เปิดให้ประชาชนสามารถลดหย่อนค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการได้สูงสุด 50,000 บาท เริ่ม 1 มกราคม 2567 ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2567 โดยกรมสรรพากรคาดหวังว่ามาตรการนี้จะทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นประมาณ 7 หมื่นล้านบาท และจีดีพีเพิ่มขึ้นประมาณ 0.18%
มาตรการหนุนการจับจ่ายคึกคัก
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า อานิสงส์ของมาตรการ Easy E-Receipt เห็นได้ชัดเจนตั้งแต่เริ่มมาตรการวันแรกในวันที่ 1 มกราคม 2567 สะท้อนจากยอดจับจ่ายของลูกค้าในศูนย์การค้าเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และคาดว่าจะเป็นตัวเลขที่สูงกว่าปีที่แล้วซึ่งมีแคมเปญกระตุ้นการจับจ่ายในลักษณะนี้ด้วย
และจากตามข้อมูลของบริษัทพบว่าลูกค้าผู้ที่ใช้สิทธิตามมาตรการนี้ส่วนใหญ่จะพยายามใช้ให้เต็มจำนวนเงื่อนไขการลดหย่อนภาษี ทำให้ตัวเลขการใช้จ่ายต่อใบเสร็จสูงถึงประมาณ 5 หมื่นบาท โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องสำอาง
“ที่ผ่านมา แม้มาตรการนี้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่มั่นใจว่า Easy E-Receipt จะเป็นหนึ่งในปัจจัยบวก และร่วมกับการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว รวมทั้งเทศกาลตรุษจีนซึ่งเป็นเทศกาลที่สร้างรายได้สูงอันดับ 3 ของปี จะทำให้ยอดขายช่วงไตรมาสแรกสามารถเติบโตได้ 20% หรือมียอดขายศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้ารวมกันประมาณ 1.5 หมื่นล้าน ตามเป้าที่วางไว้”
เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่ยอดพุ่ง
นางมัลลิกา เหลืองนิมิตรมาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ที่กล่าวว่า มาตรการ Easy E-Receipt ช่วยให้ยอดซื้อต่อคนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับปริมาณลูกค้าในร้านเพิ่มขึ้นประมาณ 10% และคาดว่าโดยภาพรวมในแง่จำนวนผู้ใช้สิทธิตามมาตรการนี้จะมีมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีมาตรการการกระตุ้นจากรัฐบาลในลักษณะนี้ โดยเฉพาะสาขาพื้นที่กรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัดที่คาดว่าจะมีความคึกคักขึ้น
สำหรับกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยม 3 อันดับแรก ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านขนาดใหญ่ เช่น เครื่องซักผ้า-อบผ้า เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น รวมถึงโทรศัพท์มือถือ แก็ดเจต ตามด้วยทีวี
อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการต่อยอดกระแสนี้ เพาเวอร์บายได้จัดแคมเปญกระตุ้นการขายเพิ่มเข้ามา เพื่อให้ครอบคลุมไปถึงจนจบช่วงเทศกาลตรุษจีน (กลางเดือนกุมภาพันธ์) ด้วยแคมเปญ “ช้อปดีมีเฮง” ตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ มีไฮไลต์เป็นส่วนลดเพิ่มรวมสูงสุด 50,000 บาท เมื่อช็อปสินค้าครบตามเงื่อนไข พร้อมร่วมโครงการ “เก่าแลกใหม่ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” สามารถนำทีวี แอร์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า-อบผ้าเก่ามาแลกรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 10,000 บาท สำหรับสมาชิก เดอะวัน ลุ้นรับรางวัลทองคำหนัก 2 บาท พร้อมจี้มังกรทองคำหนัก 2 สลึง จำนวน 2 รางวัล หรือรางวัลจี้มังกรทองคำหนัก 2 สลึง จำนวน 16 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 480,000 บาท โดยช็อปครบทุก 3,000 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับลุ้น 1 สิทธิ เป็นต้น
ขณะที่ นายอำนาจ สิงหจันทร์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ระบุว่า แรงหนุนจากมาตรการ Easy E-Receipt จะทำให้ช่วง 45 วันแรกของปีนี้ ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าน่าจะเติบโตสูงเป็นพิเศษ โดยสินค้ากลุ่มทีวีและเครื่องซักผ้า-อบผ้าระดับบน ที่มีราคาประมาณ 4-5 หมื่นบาท ซึ่งใกล้เคียงกับวงเงินลดหย่อนสูงสุดจะเป็นกลุ่มที่ขายดี เนื่องจากผู้บริโภคมักตัดสินใจซื้อแบบเต็มวงเงินในครั้งเดียว เพื่อความสะดวกในการใช้สิทธิลดหย่อน นอกจากนี้ ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้ายังมีแรงหนุนจากกระแสการอัพเกรดหน้าจอ-เครื่องขนาดใหญ่ขึ้น รวมถึงปลายปีที่ผ่านมา บริษัทต่าง ๆ ได้มีการแจกเงินโบนัสประจำปีให้พนักงาน ซึ่งที่ผ่านมาทั้งค่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและร้านค้า ต่างได้เตรียมแคมเปญโปรโมชั่นและสต๊อกสินค้ารอรับโครงการนี้มาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา เพื่อหวังชิงเม็ดเงินในไฮซีซั่นแรกของปี
คาด 15 วันสุดท้ายคึกคักได้อีก
แม้การจับจ่ายจะคึกคักตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมกราคม 2567 แต่ผู้ประกอบการคาดว่าช่วงโค้งท้ายของมาตรการหรือ 2 สัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ ที่คาดว่าการจับจ่ายเพื่อใช้สิทธิตามมาตรการนี้จะคึกคัก
นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวในเรื่องนี้ว่า แม้ช่วงต้นเดือนมกราคม การจับจ่ายเพื่อใช้สิทธิตามมาตรการ Easy E-Receipt จะได้รับความสนใจและมีความคึกคักมาก แต่ก็คาดว่าในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายของมาตรการที่จะสิ้นสุดในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ น่าจะยังมีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยที่รอจับจ่ายหรือซื้อสินค้าเพื่อนำใบเสร็จไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอีก
ที่ผ่านมาตัวเลขการจับจ่ายตามสาขาต่าง ๆ ของเดอะมอลล์ แม้การใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบิลจะเพิ่มสูงขึ้นตามสิทธิลดหย่อนภาษีที่สูงกว่าปีก่อนอีก 1 หมื่นบาท แต่ในแง่ของจำนวนครั้งยังทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน ความแตกต่างนี้สะท้อนว่าช่วงโค้งท้ายของมาตรการ ยังมีโอกาสเติบโตได้มากขึ้นอีก โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า สมาร์ทโฟน ซึ่งได้รับความนิยมและมีการซื้อเพื่อนำไปใช้สิทธิตามมาตรการนี้อย่างต่อเนื่อง
“ในภาพรวมเชื่อว่า มาตรการ Easy E-Receipt นี้จะสามารถกระตุ้นการจับจ่ายได้มากกว่าปีก่อน ด้วยเงื่อนไขชัดเจน ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจในมาตรการง่ายขึ้น รวมถึงสามารถทำยอดการซื้อเพื่อนำมาลดหย่อนภาษีมากขึ้นกว่าปีก่อนอีก 1 หมื่นบาท จึงมีแนวโน้มกระตุ้นความคึกคักของตลาดได้มากขึ้นตามไปด้วย”
เช่นเดียวกับนายจักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ที่แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า คาดว่าช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายของมาตรการ บรรยากาศการจับจ่ายน่าจะคึกคักขึ้นมาอีกรอบ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ทับซ้อนกับเทศกาลตรุษจีนที่ปกติก็จะมีการจับจ่ายสินค้าต่าง ๆ ที่เป็นตัวเลขค่อนข้างสูง และจะเป็นปัจจัยทำให้ตรุษจีนปี 2567 นี้มีเม็ดเงินหมุนเวียนมากกว่า 4.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติของปี 2566 ซึ่งถือว่ามีมูลค่าสูงสุดรอบ 3 ปีอยู่แล้ว
และเพื่อเป็นการกระตุ้นการจับจ่ายในช่วงตรุษจีนให้เติบโตอีกประมาณ 15% บริษัทจึงจัดแคมเปญ “DISCOVER CHINA’S BEST 2024 ค้นพบมหัศจรรย์พลังมงคล” ตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม-13 กุมภาพันธ์ 2567 ด้วยไฮไลต์ อาทิ ส่วนลดมูลค่ารวม 3,219 บาท เมื่อช็อปครบ 800 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ สมาชิก The1 ใช้ 888 คะแนน แลกรับส่วนลด 180 บาท ชุดไหว้หลายระดับราคาตั้งแต่ 400-6,990 บาท รวมถึงดึงหมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโหราศาสตร์ มาให้แนะนำเคล็ดลับการเลือกสินค้าและการไหว้ตรุษจีนปีมังกร
“อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในรายละเอียดก็จะพบว่า ช่องทางค้าปลีกที่เป็นซูเปอร์มาร์เก็ต อาจได้รับอานิสงส์จากมาตรการ Easy E-Receipt นี้ไม่มากนักเมื่อเทียบกับร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือห้างสรรพสินค้า เนื่องจากสินค้าที่จำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตมีราคาไม่สูงนัก” นายจักรกฤษณ์กล่าว