เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Easy Money เปิด 5 ทรัพย์สิน ที่คนแห่จำนำมากสุดในปี’69
Finance Easy Money เปิด 5 ทรัพย์สิน ที่คนแห่จำนำมากสุดในปี’69
ราคาทองวันนี้ (2 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,250 บาท
สรรพสามิต ชง ‘รถเก่าแลกรถใหม่’ ลอตใหญ่ทั้ง ‘กระบะ-แท็กซี่-มอเตอร์ไซค์’ ลุยเปลี่ยนผ่านพลังงาน
Finance สรรพสามิต ชง ‘รถเก่าแลกรถใหม่’ ลอตใหญ่ทั้ง ‘กระบะ-แท็กซี่-มอเตอร์ไซค์’ ลุยเปลี่ยนผ่านพลังงาน
มอบนโยบาย คบจ.อุดรธานี วางกรอบทำงาน D-E-E ชี้คลังต้องประสานกัน
Finance มอบนโยบาย คบจ.อุดรธานี วางกรอบทำงาน D-E-E ชี้คลังต้องประสานกัน
‘พิพัฒน์’ เปิดแผนลงทุนบก ราง น้ำ อากาศ บูม 5 จังหวัดอีสาน 3.27 แสนล้าน
Economic ‘พิพัฒน์’ เปิดแผนลงทุนบก ราง น้ำ อากาศ บูม 5 จังหวัดอีสาน 3.27 แสนล้าน
เวิร์กช้อป “เทคนิคบ่มฝึกวานิลลา อย่างมืออาชีพ” เทคโนโลยีชาวบ้าน คึกคัก
Biz Movement เวิร์กช้อป “เทคนิคบ่มฝึกวานิลลา อย่างมืออาชีพ” เทคโนโลยีชาวบ้าน คึกคัก
AP กวาดยอดขายมหกรรมบ้าน 3,040 ล้าน ดันยอด 10 เดือนทะลุ 41,500 ล้าน
Real Estate AP กวาดยอดขายมหกรรมบ้าน 3,040 ล้าน ดันยอด 10 เดือนทะลุ 41,500 ล้าน
อนุทิน โต้ปมล็อกสเป็ก ‘โซลาร์ประชาชน’ มั่นใจยุคนี้ไม่มีใครกล้า
Politics อนุทิน โต้ปมล็อกสเป็ก ‘โซลาร์ประชาชน’ มั่นใจยุคนี้ไม่มีใครกล้า
Nespresso x Swarovski นับถอยหลังคริสต์มาส กาแฟลิมิเต็ด-แอ็กเซสซอรี
News Nespresso x Swarovski นับถอยหลังคริสต์มาส กาแฟลิมิเต็ด-แอ็กเซสซอรี
TRUE โชว์ผลงาน Q3/2569 กำไรสุทธิ 6.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4.2 เท่า
Tech TRUE โชว์ผลงาน Q3/2569 กำไรสุทธิ 6.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4.2 เท่า
ดูทั้งหมด

สภาพัฒน์ ห่วง อินฟลูเอนเซอร์ สร้างค่านิยมอวดรวย ทำเยาวชนก่อหนี้

04 มี.ค. 2567 | 19:08น.
ดนุชา พิชยนันท์

สภาพัฒน์ห่วงสังคม อินฟลูเอนเซอร์ในไทยสร้างค่านิยมผิดให้สังคม แห่อวดรวยทำเยาวชนก่อหนี้ ชวนเล่นการพนัน-ปล่อยข่าวบิดเบือน จี้ออกกฎหมายคุม

วันที่ 4 มีนาคม 2567 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยภาวะสังคมไทยไตรมาส 4/2566 และภาพรวมปี 2566 โดยมีสถานการณ์ทางสังคมที่สำคัญ เรื่อง Influencer : เมื่อทุกคนในสังคมล้วนเป็นสื่อ

โดยข้อมูลจาก Nielsen ในปี’65 พบว่าประเทศในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) มีจำนวน Influencer รวมกันมากถึง 13.5 ล้านคน โดยประเทศไทยมีจำนวนกว่า 2 ล้านคน เป็นอันดับสองรองจากอินโดนีเซีย

ซึ่งการขยายตัวของ Influencer ส่วนหนึ่งมาจากการเป็นช่องทางสร้างรายได้ ทั้งจากการโฆษณา หรือรีวิวสินค้า โดยในปี’66 สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับทั่วโลกถึง 19.01 พันล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 140.33 พันล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี’73 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 7.4 เท่า ภายใน 7 ปี

สำหรับประเทศไทย Influencer ได้รับความสนใจจากคนจำนวนมาก เนื่องจากสามารถสร้างรายได้ค่อนข้างสูงเฉลี่ยตั้งแต่ 800-700,000 บาท ขึ้นไปต่อโพสต์

ส่งผลให้เกิดการแข่งขันผลิต Content และการให้ความสำคัญกับ Engagement โดย Influencer มักมีการสร้าง Content ให้เป็นกระแส โดยไม่ได้คำนึงถึงความถูกต้องเหมาะสมก่อนเผยแพร่ ซึ่งอาจสร้างผลกระทบเชิงลบต่อสังคมหลายประการ อาทิ การนำเสนอข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง

จากรายงานผลการดำเนินงานศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบจำนวนยอดสะสมผู้โพสต์ที่เข้าข่ายเป็นข่าวปลอม 7,394 บัญชี โดยเป็นจำนวนข่าวปลอมและข่าวบิดเบือนรวมกันกว่า 5,061 เรื่อง การชักจูงหรือชวนเชื่อที่ผิดกฎหมาย อาทิ การโฆษณาเว็บพนันออนไลน์ผ่าน Influencer

ข้อมูลจากผลการสำรวจพฤติกรรมการเล่นพนันออนไลน์ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน ในปี 2566 พบว่าคนรุ่นใหม่เล่นพนันออนไลน์ประมาณ 3 ล้านคน

โดย 1 ใน 4 เป็นนักพนันหน้าใหม่ หรือคิดเป็นจำนวนกว่า 7.4 แสนคน โดยส่วนใหญ่ 87.7% พบเห็นการโฆษณา หรือได้รับการชักชวนทางออนไลน์ ซึ่งมีผู้ได้รับผลกระทบแล้วกว่า 1 ล้านคน

ด้านการละเมิดสิทธิ พบว่า Influencer บางรายมีการเสนอข่าวอาชญากรรมราวกับละคร เพื่อสร้างความตื่นเต้นเร้าใจ และไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบต่อผู้เสียหาย ครอบครัว หรือบุคคลใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังพบการทำข่าวโดยใช้ภาพผู้คนหรือวิดีโอของผู้อื่นมาตัดต่อลง Content ของตน โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีการอ้างอิงแหล่งที่มา

ขณะเดียวกัน ยังมีเนื้อหาบางประเภทที่ไม่ได้กระทำผิดกฎหมาย แต่อาจนำไปสู่การสร้างค่านิยมที่ผิดต่อสังคม อาทิ Content “การอวดความร่ำรวย”

จากการศึกษาของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า กลุ่ม Gen Z ที่ 74.8% เป็นผู้ที่ชอบแสดงตัวตนในรูปแบบนี้มากที่สุด หรือการนำเสนอภาพบุคคลที่ได้รับการปรับแต่งให้ดูดี จนกลายเป็นมาตรฐานความงามที่ไม่แท้จริง

ซึ่งอาจสร้างค่านิยมที่ผิดให้กับเด็กและเยาวชนในสังคม และอาจกระทบต่อการก่อหนี้เพื่อนำมาซื้อสินค้าและบริการ ตัวอย่างข้างต้นสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลเชิงลบของ Influencer ต่อสังคมหลายแง่มุม

ทั้งนี้ ในต่างประเทศเริ่มมีการออกกฎหมายเฉพาะ Influencer อย่างชัดเจน เช่น

สาธารณรัฐประชาชนจีน ออกระเบียบห้ามเผยแพร่เนื้อหาในลักษณะอวดความร่ำรวย และการใช้ชีวิตแบบกินหรูอยู่สบายเกินจริง

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กำหนดให้ Influencer ต้องจดทะเบียนและได้รับใบอนุญาตจากสภาสื่อแห่งชาติ (NMC) เพื่อป้องกันการโฆษณาที่ผิดกฎหมาย

นอร์เวย์และสหราชอาณาจักรกำหนดให้ Influencer แจ้งรายละเอียดภาพบุคคลที่ใช้สำหรับการขายและโฆษณาบนโซเชียลมีเดีย พร้อมแสดงเครื่องหมายกำกับ เพื่อลดปัญหาความกดดันทางสังคมต่อมาตรฐานความงามที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชน

สำหรับประเทศไทย มีกฎหมายควบคุม อาทิ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 และ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 รวมทั้งอยู่ระหว่างพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. …. ที่มีความพยายามปรับปรุงการกำกับดูแลการนำเสนอข้อมูลให้เท่าทันสื่อปัจจุบัน แต่ยังไม่มีกฎระเบียบสำหรับกลุ่ม Influencer อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ แนวทางการกำกับดูแลส่วนใหญ่เน้นไปที่การตรวจสอบ เฝ้าระวังการนำเสนอ และการตักเตือน/แก้ไข ซึ่งหากไทยจะขยายการกำกับดูแลให้ครอบคลุมกลุ่ม Influencer อาจต้องทบทวนการกำหนดนิยามของสื่อออนไลน์ให้มีความชัดเจนมากขึ้น

รวมถึงแนวทางการกำกับดูแลที่สอดคล้องกับการผลิตเนื้อหาของสื่อกลุ่มต่าง ๆ โดยอาจศึกษาจากกรณีตัวอย่างของกฎหมายและมาตรการของต่างประเทศเพื่อนำมาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทสังคมต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปัญหาหนี้ สภาพัฒน์