เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

พิสูจน์ทรัพย์ “ยิ่งลักษณ์” แช่แข็ง 16 บัญชี 24 ล้าน สังเวยจำนำข้าว

02 ส.ค. 2560 | 20:47น.

ทันทีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษากรณีอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยในคดีหมายเลขดำที่ อม.22/2558 เรื่องความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และความผิดต่อพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พ.ศ. 2542 กรณีความผิดพลาดในนโยบายรับจำนำข้าว ในวันที่ 25 สิงหาคม 2560 อุณหภูมิการเมืองก็ร้อนระอุ

มิหนำซ้ำยังปลุกคณะกรรมการสืบทรัพย์ กระทรวงการคลังให้ตื่นจากภวังค์ โดยนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ส่งข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคารของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จำนวน 12 บัญชี ให้กรมบังคับคดีอายัดทรัพย์เพื่อชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากโครงการรับจำนำข้าว จำนวน 3.5 หมื่นล้านบาท กระทรวงการคลังเป็นเจ้าหนี้

อายัดบัญชีเงินฝาก 16 บัญชี

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผลคำพิพากษาตัดสินในคดีจำนำข้าว เป็นคดีความทางอาญาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในวันที่ 25 สิงหาคม เป็นคนละส่วนกับการบังคับคดีของกรมบังคับคดี เพราะเป็นการอายัดทรัพย์ตามคำสั่งทางปกครองตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิด

“ขณะนี้บัญชีเงินฝากถูกกรมบังคับคดีอายัดไว้ 16 บัญชี โดยถูกถอนเงินฝากจากบัญชี จำนวน 5 บัญชี รวมเป็นเงินเพียงหลักแสนบาท อย่างไรก็ตาม ยังไม่ถือว่าทรัพย์นั้นตกเป็นของหลวง”

ถอนเงิน ธ.กรุงเทพ 7 บัญชี

ขณะที่ นายนพดล หลาวทอง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกมาแฉว่า เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม สำนักงานบังคับคดีแพ่งกรุงเทพฯ 6 ได้ส่งหนังสือแจ้งการยึดและอายัดทรัพย์ตามคำสั่งกระทรวงการคลัง มายังบ้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ และได้รับหนังสือแจ้งเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม

“ขณะเดียวกันธนาคารกรุงเทพได้ทำหนังสือแจ้งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เจ้าของบัญชีเงินฝากทราบว่า ธนาคารได้ดำเนินการอายัดและถอนเงินออกจากบัญชีธนาคารทั้ง 7 บัญชี เพื่อส่งมอบให้สำนักงานบังคับคดีแพ่งกรุงเทพฯ 6 แล้วตามคำสั่งอายัด”

นอกจากนี้ รายงานข่าวจากสำนักงานบังคับคดีแพ่งกรุงเทพฯ 6 ส่งหนังสือแจ้งอายัดทรัพย์ไปยังธนาคารกรุงเทพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จำนวน 7 บัญชี โดยระบุว่า ให้ธนาคารกรุงเทพห้ามไม่ให้จ่ายเงินให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่ให้ส่งเงินไปยังกรมบังคับคดีทันที ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการแจ้งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น โดยขอให้จัดส่งเงินเป็นแคชเชียร์เช็ค สั่งจ่ายในนามสำนักงานบังคับคดีแพ่งกรุงเทพฯ 6 เป็นผู้รับเงินพร้อมแบบส่งเงินอายัด

ว่อนเน็ต เช็คปูเด้ง 8.8 หมื่นบาท

วันเดียวกันมีการเผยแพร่เช็คเงินสดทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก แสดงคำสั่งให้ระงับการจ่ายเช็คเงินสดธนาคารกรุงเทพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ บัญชีเลขที่ 1273111276 ที่สั่งจ่ายให้กับบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) จำนวน 88,465 บาท เช็คเลขที่ 07706469 สั่งจ่ายเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 60 ที่สาขาซอยอารีย์ 127 จึงไม่สามารถขึ้นเงินได้

อย่างไรก็ตาม บัญชีเงินฝากเลขที่บัญชีดังกล่าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตามการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 58 คราวพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบ 1 ปี แสดงจำนวนเงินในบัญชี “ศูนย์บาท” และตลอดการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี บัญชีนี้ไม่มีการเคลื่อนไหว

6 บัญชี 24 ล้านบาท

จากการตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์สำนักงาน ป.ป.ช. แสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ครั้งล่าสุด พบว่า มีบัญชีเงินฝากธนาคารทั้งหมด 16 บัญชี แบ่งออกเป็นธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาซอยอารี จำนวน 7 บัญชี จำนวนเงินรวม 17,723,335 บาท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาราชดำริและสาขาสำนักพหลโยธิน สาขาละ 2 บัญชี จำนวนเงินรวม 4,879,042 บาท ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) สาขาวิภาวดีรังสิต 9 จำนวน 3 บัญชี จำนวนเงินรวม 1,741,844 บาท และบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) จำนวน 2 บัญชี จำนวนเงินรวม 564,198 บาท รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 24,908,420 บาท

เงินปริศนาทักษิณขายหุ้นชิน

ทั้งนี้ บัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 127-4-20316-3 ระบุรายละเอียดรายการทรัพย์สินไว้ในบัญชียื่นรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. จำนวนเงิน “ศูนย์บาท” โดยระบุไว้ในหมายเหตุแนบท้ายว่า เงินฝากในลำดับที่ 1 ธนาคารกรุงเทพ บัญชีเลขที่ 127-4-20316-3 ยอดเต็มตามบัญชีเงินฝากมีจำนวน 45,020,479 บาท ประกอบด้วย จำนวนเงินคงเหลือ 44,932,871 บาท และดอกเบี้ยค้างรับ 87,608 บาท ซึ่งยอดเงินดังกล่าวไม่มีส่วนเงินฝากของผู้ยื่น (น.ส.ยิ่งลักษณ์) แต่เป็นเงินที่ผู้ยื่นครอบครองในส่วนที่เหลือจากการขายหุ้น SHIN (บมจ.ชินคอร์ปอเรชั่น) ตามข้อเท็จจริงในคดีหมายเลขแดงที่ อม.1/2553 ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง วินิจฉัยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังคงถือไว้ซึ่งหุ้น SHIN จำนวน 77 ล้านบาท

ยืมเงินซื้อที่ดิน 28 ล้าน

ในการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน “ครั้งล่าสุด” น.ส.ยิ่งลักษณ์แสดงทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 579,308,428 บาท โดยมีหนี้สิน 33,070,803 บาท

“ในระหว่างวันที่ 22 มิถุนายน 2555 ถึงวันที่ 6 พฤษภาคม 2558 ผู้ยื่นได้ยืมเงินฝากในบัญชีดังกล่าวในส่วนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไปเป็นเงินจำนวน 33,070,803 บาท โดยได้นำไปใช้จ่ายภายในครอบครัว ตามที่ พ.ต.ท.ทักษิณได้อนุญาตให้ผู้ยื่นสามารถยืมเงินในบัญชีเงินฝากดังกล่าวได้ทั้งหมดหรือบางส่วนโดยไม่มีดอกเบี้ย…”

การ “ยืมเงิน” พ.ต.ท.ทักษิณ จากกองการขายหุ้น SHIN ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่แสดงต่อบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.ตั้งแต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคเพื่อไทย (พท.) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 54 จนถึงเมื่อคราวพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมตรีและ รมว.กลาโหมครบ 1 ปี พบว่าใช้จ่ายในครอบครัว รวม 5 ครั้ง

ครั้งแรก ระบุไว้ในการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2556 คราวเข้ารับตำแหน่ง รมว.กลาโหม มีหนี้สิน 27 ล้านบาท โดยยืมเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2555 เพื่อนำไปรวมกับเงินของผู้ยื่นชำระค่าที่ดินโฉนดเลขที่ 115536 เลขที่ดิน 105 ตำบลคลองกุ่ม อำเภอบึงกุ่ม (บางกะปิ) กทม. เนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน 11 ตารางวา มูลค่า 52 ล้านบาท

ครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 56 คราวพ้นจากตำแหน่ง ส.ส.พท. มีหนี้สิน 28,229,572 บาท โดยเป็นหนี้ก้อนเดิมจากการยืมไปซื้อที่ดินย่านบางกะปิ 27 ล้านบาท และ “อีกส่วนหนึ่งนำไปใช้จ่ายภายในครอบครัว”

ครั้งที่สาม เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 57 คราวพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี-รมว.กลาโหม มีหนี้สิน 28,847,269 บาท เป็นเงินซื้อที่ดินย่านบางกะปิ 27 ล้านบาท และ “อีกส่วนหนึ่งนำไปใช้จ่ายภายในครอบครัว”

ครั้งที่สี่ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 57 คราวพ้นจากตำแหน่ง ส.ส.ครบ 1 ปี มีหนี้สิน 30,562,708 บาท เป็นเงินซื้อที่ดินย่านบางกะปิ 27 ล้านบาท และ “อีกส่วนหนึ่งนำไปใช้จ่ายภายในครอบครัว”

ครั้งที่ห้า-ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 58 คราวพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี-รมว.กลาโหม ครบ 1 ปี มีหนี้สิน 33,070,803 บาท เป็นเงินซื้อที่ดินย่านบางกะปิ 27 ล้านบาท และ “อีกส่วนหนึ่งนำไปใช้จ่ายภายในครอบครัว”

อสังหาฯ 37 รายการ 279 ล้าน

นอกจากเงินฝากในบัญชี 16 บัญชี กว่า 24 ล้านบาทที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกกรมบังคับคดีอายัดแล้ว ทรัพย์สินในส่วนอสังหาริมทรัพย์ กรมบังคับคดีได้ประสานงานกับกรมที่ดินอายัดเพื่อระงับการทำธุรกรรม จำหน่าย จ่ายโอน จำนวน 37 รายการ

เว็บไซต์สำนักงาน ป.ป.ช.เปิดเผยรายการแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ครั้งล่าสุด กรณีพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบ 1 ปี ปรากฏจำนวนรายการประเภทอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ โฉนดที่ดิน จำนวน 14 รายการ มูลค่า ณ วันยื่นบัญชี รวม 117,186,350 บาท ส่วนใหญ่เป็นโฉนดที่ดินในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ขณะที่อสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 36 รายการ มูลค่า ณ วันยื่นบัญชี จำนวน 162,368,182 บาท ส่วนใหญ่เป็นห้องชุด ในพื้นที่สมุทรปราการ

เบ็ดเสร็จมีทรัพย์สิน 579 ล้าน

เมื่อเทียบการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินจำนวน 2 ครั้ง ระยะเวลาห่างกัน 1 ปี พบว่า การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินคราวพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 57 มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 574,346,149 บาท เทียบกับการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินคราวพ้นจากตำแหน่งครบ 1 ปี เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 58 มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 579,308,428 บาท ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นในช่วง 1 ปีภายหลังพ้นจากตำแหน่ง 4,962,279 บาท

ทั้งนี้ ทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นมาจากบัญชีเงินฝาก เพิ่มขึ้นจำนวน 19,506,975 บาท

โดยมีเงินในบัญชียื่นใหม่ของธนาคารกรุงเทพ สาขาซอยอารี จำนวน 3 บัญชี รวมเป็นจำนวนเงิน 16,567,503 บาท แบ่งเป็นบัญชีใหม่ที่กลุ่มบริษัทเอสซี แอสเสท ซึ่งจดทะเบียนแล้ว จำนวน 15,562,161.45 บาท และเป็นการเปิดบัญชีใหม่ ประเภทบัญชีเงินฝากประจำ 7 เดือน จำนวน 1,005,342 บาท

ถึงแม้ว่ายิ่งลักษณ์จะเป็นเศรษฐีร้อยล้าน ก็ยังไม่พอชดใช้หนี้จำนำข้าว


 

แผนรับม็อบเชียร์ปู ก่อนพิพากษา 25 สิงหาฯ

นับถอยหลังวันพิพากษา “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกฯ จำเลยในคดีประวัติศาสตร์ ละเลย-ละเว้น ไม่ระงับยับยั้งความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวกว่า 5 แสนล้านบาท เดิมพันโทษขั้นสูงสุด จำคุก 10 ปี

หน่วยความมั่นคง ทั้งตำรวจ ทหาร ต่างระดมสรรพกำลัง เตรียมรับมือม็อบ-กองเชียร์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่เริ่มมีการปลุกระดม ส่งสัญญาณจากเครือข่าย-แกนนำพรรคเพื่อไทย

แผนรับมือตั้งแต่วินาทีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์แถลงปิดคดี 1 ส.ค.จนกระทั่งฟังคำตัดสิน 25 ส.ค. สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เตรียมแผน “กรกฎ 52” ไว้เตรียมรับมือม็อบเชียร์-มือที่สามที่อาจจะฉวยโอกาสก่อเหตุร้ายแรง-สร้างสถานการณ์ให้ลุกลามบานปลาย

นอกจากนี้กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เตรียมชุดควบคุมฝูงชน 2 กองร้อย ชุดกองร้อยน้ำหวาน 1 หมวด ไว้รับมือกองเชียร์ น.ส.ยิ่งลักษณ์-แผนเผชิญเหตุร้าย เช่น แผงรั้วกั้น รถพยาบาล ในวันแถลงปิดคดี

ขณะนี้ศูนย์บัญชาการอำนาจ ทำเนียบรัฐบาล ตำรวจสันติบาลประกาศให้เป็น “พื้นที่ควบคุม” ซักซ้อม-มาตรการปฏิบัติเพื่อตรวจสอบบุคคลเข้า-ออกภายในทำเนียบรัฐบาล

ทั้งการติดบัตรประจำตัวแสดงสังกัด แลกบัตรเข้า-ออกทำเนียบ ลดกระจกลง ปิดไฟหน้า เปิดไฟภายในรถ เปิดฝากระโปรงรถและถอดหมวกกันน็อก-เปิดเผยใบหน้า ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อบันทึกเลขทะเบียนรถ-ใบหน้าบุคคลเข้า-ออก สแกนวัตถุระเบิด

ขณะที่รัฐสภา-ตรงกับวันที่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ-หัวหน้า คสช. รับส่งมอบงานปฏิรูปจาก สปท. มีมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด 100 เปอร์เซ็นต์

ทั้งการนำเครื่องสแกนวัตถุระเบิดติดตั้งทางเข้าประตูรัฐสภา สุนัขตำรวจดมกลิ่นทุกจุดทั้งภายใน-รอบรัฐสภา

แหล่งข่าวจากหน่วยงานความมั่นคงทำเนียบรัฐบาล ประเมินสถานการณ์ว่า ขณะนี้หน่วยงานด้านการข่าวกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ประเมินแล้วว่าช่วงระหว่างวันที่ 1 ส.ค. ซึ่งเป็นวันที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์แถลงปิดคดีจนถึงกลางเดือนสิงหาคม จำนวนคนมาให้กำลังใจจำนวนไม่มาก ประกอบกับเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ แต่เมื่อน้ำลดลงและใกล้ถึงวันพิพากษา จำนวนคนที่มาจะมีจำนวนมากขึ้น ทั้งนี้หลังจากผ่านช่วงกลางเดือนสิงหาคมไปแล้วจะสามารถประเมินสถานการณ์ได้ชัดเจนอีกครั้ง

นอกจากนี้ยังมีคดีพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายชินวัตร-พรรค พท.อีก 3 คดีในเดือนสิงหาคม

จากนี้ต้องติดตามผลด้วยใจระทึก !