เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
เศรษฐกิจภูมิภาค กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
SD 10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
Business JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
Finance ‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
ชัยชนะของชาวกล้วย
คุยกับเอกราช ชัยชนะของชาวกล้วย
ซอฟต์พาวเวอร์ Thailand Only
Biz Movement ซอฟต์พาวเวอร์ Thailand Only
ในกรอบต้องมีอิสระ ในอิสระต้องมีกรอบ
สามัญสำนึก ในกรอบต้องมีอิสระ ในอิสระต้องมีกรอบ
IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
World IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
Politics วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
Columns IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
ดูทั้งหมด

ภัยแล้งกระหน่ำ ทุบซ้ำเศรษฐกิจไทย สินค้าเกษตรเดี้ยง แพงสุดกู่

02 พ.ค. 2567 | 08:11น.
แล้ง

ภัยแล้งลามหนักทั่วสารทิศ ทุบซ้ำเศรษฐกิจ ผลไม้-พืชสวน เสียหายหนักไม่ออกลูก โตช้า เกษตรกร-ชาวสวนกุมขมับ เหนือคาด “ลิ้นจี่-ลำไย” สูญพันล้าน พื้นที่นาปรังโคราชใกล้วิกฤตลุ้นรอฝนเดือน พ.ค. ส่วนนครสวรรค์-พิษณุโลก เกษตรกรต้องพึ่งบ่อบาดาลบรรเทาความเดือดร้อน

“ลิ้นจี่-ลำไย” สูญพันล้าน

นายเจริญ พิมพ์ขาล เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดและแล้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะลิ้นจี่และลำไย โดยลิ้นจี่มีพื้นที่ปลูกมากที่สุดในไทย 35,000 ไร่ มีมูลค่าทางการตลาดปี 2566 กว่า 1,150 ล้านบาท จะออกผลผลิตเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ซึ่งคาดการณ์ผลผลิตในปี 2567 อยู่ที่กว่า 19,000 ตัน

ล่าสุด จากการลงพื้นที่สำรวจปลูกลิ้นจี่ในจังหวัดเชียงใหม่ พบว่าผลผลิตลูกเล็กและติดผลค่อนข้างน้อยมาก คาดว่าผลผลิตจะได้รับความเสียหายราว 10% หรือหายไปราว 2,000 ตัน มูลค่าทางการตลาดจะหายไป 10% หรือหายไปราว 120 ล้านบาท

ส่วนลำไยมีพื้นที่ปลูกมากที่สุดในประเทศไทย ราว 450,000 ไร่ แบ่งเป็นลำไยในฤดู 300,000 ไร่ และลำไยนอกฤดู 150,000 ไร่ มีมูลค่าทางการตลาดในปี 2566 กว่า 9,200 ล้านบาท คาดว่าปีนี้จะมีผลผลิตกว่า 458,000 ตัน โดยลำไยในฤดูจะออกเดือนกรกฎาคม-กันยายน

หากฝนยังไม่ตกลงมาภายใน 7 วันนับจากวันที่ 29 เมษายน 2567 คาดว่าผลผลิตลำไยในฤดูของปี 2567 จะได้รับผลกระทบจากสภาวะอากาศร้อนและแล้งราว 10% ผลผลิตจะหายไปราว 30,000 ตัน และมูลค่าทางการตลาดจะหายไป 10% หรือหายไปราว 920 ล้านบาท

“ผลกระทบจากสภาพอากาศที่เกิดขึ้น จะทำให้ลิ้นจี่ออกสู่ตลาดน้อย ราคาจะแพงขึ้นมาก อาทิ พันธุ์ฮงฮวยขายหน้าสวน 30 บาท/กก. ขณะที่ลิ้นจี่พันธุ์จักรพรรดิ คาดว่าราคาขายหน้าสวนจะอยู่ที่ 100 บาท/กก. ราคาขายปลีกจะพุ่งสูงถึง 150-200 บาท/กก. ซึ่งถือว่าแพงที่สุดในรอบ 10 ปี ทั้งนี้ เมื่อรวมมูลค่าความเสียหายทางการตลาดของทั้งลิ้นจี่และลำไยในปีนี้ ที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะอากาศร้อนและแล้ง คาดว่าจะมีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 1,000 ล้านบาท”

“โคราช” พืชไร่พืชสวนเสียหาย

นายกิติกุล เสภาศีราภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้มีปริมาณน้ำน้อยเพราะสภาพอากาศที่ร้อนยังคงสูงต่อเนื่อง หากมีฝนตกในเดือน พ.ค.-ส.ค. 67 น้ำจะเพิ่มมากขึ้น แต่หากไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์อาจเกิดความเสี่ยง ทำให้เข้าสู่ภาวะวิกฤตได้ จึงอยากขอให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด เนื่องจากสถานการณ์น้ำในเขื่อนเหลือ 35% ตอนนี้ต้องขอให้ภาคเกษตรไม่สูบน้ำในการปลูกข้าวนาปรัง เพราะจะมีความเสี่ยง ขอให้ทำนาปี

นางสมพิศ ทองดีนอก เกษตรจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า จากอากาศที่ร้อน อุณหภูมิสูงกว่า 42 องศา ทำให้พืชผลทางการเกษตรได้รับผลกระทบ ผลผลิตออกช้า ผลผลิตที่ออกมาไม่สมบูรณ์เต็มที่ ผลไม้สุกก่อนอายุ ฯลฯ ทำให้เกษตรกรวางแผนการตลาดได้ยาก

ตอนนี้แม้ยังไม่ถึงขึ้นต้องซื้อน้ำมาเพื่อทำการเกษตร แต่ก็มีรายงานว่า ผลผลิตลดลง 20% ส่งผลให้เกษตรกรไม่มีกำไรเต็มที่ ส่วนพืชไร่การเติบโตก็ชะงัก ขณะนี้ได้แนะนำให้เกษตรกรสำรวจตรวจสอบพื้นที่ทำการเกษตรเพื่อจะได้เข้าไปช่วยเหลือ
นครสวรรค์-พิษณุโลกอ่วม

นายทรงวุฒิ วาสุกรี หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวในเรื่องนี้ว่า นครสวรรค์มีพื้นที่นาปรัง 537,800 ไร่ ถั่วเขียว 14,500 ไร่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 46,300 ไร่ ลดลงจากปีก่อนเหลือ 49,100 ไร่ มันสำปะหลัง 1,700 ไร่ พืชอื่น ๆ เช่น โหระพา คะน้า กวางตุ้ง ลงจากปีก่อนเหลือ 3,500 ไร่

ทั้งนี้ เกษตรกรบางส่วนรับมือกับภัยแล้งได้ ยังคงมีน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น บึงบอระเพ็ดมาช่วย ประกอบกับเกษตรแต่ละครัวเรือนมีบ่อบาดาลหรือบ่อน้ำตื้นไว้ใช้เอง อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ข้าวโพด ถั่วเขียว และพืชอื่น ๆ ได้ปรับลดพื้นที่การปลูกลง

นายมนัส เสียงก้อง เกษตรจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดพิษณุโลกได้สำรวจพื้นที่การเกษตรในเดือนเมษายน 2567 พบว่าขณะนี้พื้นที่นาข้าวไม่พบความเสี่ยง เนื่องจากเกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว พื้นที่พืชไร่-พืชผัก 39,030 ไร่ และไม้ผลไม้ยืนต้น 18,800 ไร่ จัดอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้อย

อย่างสวนทุเรียน เกษตรกรมีระบบน้ำในพื้นที่ ตอนนี้ให้คำแนะนำเรื่องการคลุมโคนต้นไม้ผลเพื่อรักษาความชื้นของต้น และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ในพื้นที่ 3 อำเภอ จำนวน 4,500 ไร่ ที่เกษตรกรปลูกทุเรียนได้มีการขึ้นทะเบียนไว้

นางสาวชลธิชา ช่างประดิษฐ์ ประธานกลุ่มแปลงใหญ่มะม่วงบ้านวังน้ำบ่อ อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก กล่าวว่า จากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ปีนี้ผลผลิตมะม่วงออกน้อย บางสวนไม่มีมะม่วงออกลูกเลย แต่ยังโชคดีช่วง 2-3 สัปดาห์ก่อนมีฝนตกลงมา เวลานี้หลายแปลงกำลังจัดเตรียมทำนอกฤดู แต่ถ้าเดือนพฤษภาคมไม่มีฝนตกลงมาก็จะลำบาก

ขณะที่นายศรณ์ กันตรัตนากุล เจ้าของสวนไฮ-ฮิลล์ ฟาร์ม บ้านรักไทย สวนทุเรียนไฮ-ฮิลล์ ฟาร์ม บ้านรักไทย ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก กล่าวว่า ไฮ-ฮิลล์ ฟาร์มมีพื้นที่ปลูกผลไม้มากกว่า 200 ไร่ ทั้งทุเรียน มะยงชิด ลำไย มะเฟือง มะม่วง ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งบ้าง เนื่องจากมีระบบ Advance พ่นน้ำในแปลง ซึ่งก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 2-3 หมื่นบาท/เดือน

ทุเรียนใต้เสียหายมาก

นายสมควร เจริญอารยะ ประธานกลุ่มทุเรียนแปลงใหญ่ ต.แม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เปิดเผยว่า สถานการณ์ร้อนจัดแล้งยาว ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2567 มาจนถึงขณะนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อพืชผักผลไม้และบางพื้นที่ยืนต้นแห้งเหี่ยวตายจากการขาดแคลนน้ำ ส่วนในกลุ่มทุเรียนแปลงใหญ่เสียหายไปประมาณ 40-50% เฉลี่ยบางต้นที่เคยให้ผลผลิตประมาณ 80 ลูก ในปีนี้เหลือประมาณ 20-40 ลูก ซึ่งจะเก็บผลผลิตประมาณเดือนสิงหาคม กันยายน 2567

เจ้าของสวนทุเรียน อ.เบตง จ.ยะลา ให้ข้อมูลว่า ยะลาเป็นพื้นที่ปลูกทุเรียนที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของภาคใต้ตอนล่าง ภาวะแล้งร้อนจัดลากยาว ได้ส่งผลกระทบมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ตอนนี้ฝนตกมาต่อเนื่อง 10 วัน โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย ทำให้ทุเรียนที่กำลังออกดอกได้รับความเสียหาย และปีนี้คาดว่าผลผลิตทุเรียนหายไปเป็นจำนวนมาก

นายนัด ดวงใส ที่ปรึกษาชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แล้งร้อนที่ลากยาว แม้จะมีการทำฝนเทียม แต่ส่วนใหญ่จะไปตกนอกพื้นที่เป้าหมาย ขณะนี้ชาวสวนบางพื้นที่ต้องซื้อน้ำมารดสวน ซึ่งคาดว่าผลผลิตจะหายไปประมาณ 40-50%

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรมชลประทาน ภัยแล้ง