เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เบี้ยประกันชีวิตไตรมาสแรกพุ่ง 1.61 แสนล้านโต 8.22%

09 พ.ค. 2561 | 10:37น.

นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า เบี้ยประกันชีวิตรับรวมช่วงไตรมาส 1/61 มีจำนวนทั้งสิ้น 161,674 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.22% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน โดยแยกเป็นเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่จำนวน 46,035 ล้านบาท และเบี้ยประกันชีวิตรับปีต่อไปจำนวน 115,639 ล้านบาท และอัตราความคงอยู่ที่ 85%

“เบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ ประกอบด้วย (1) เบี้ยประกันชีวิตรับปีแรกจำนวน 24,585 ล้านบาท และ (2) เบี้ยประกันชีวิตรับจ่ายครั้งเดียวจำนวน 21,450 ล้านบาท” นางนุสรากล่าว

นางนุสรา กล่าวว่า สำหรับเบี้ยประกันชีวิตแยกตามช่องทางที่มีการขยายตัวมากเป็นพิเศษ คือช่องทางธนาคารและช่องทางตัวแทน โดยอันดับ 1 เบี้ยประกันชีวิตขายผ่านช่องทางธนาคาร มีจำนวน 81,880 ล้านบาท สัดส่วน 50.64% หรือเติบโตขึ้น 13.12% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน อันดับ 2 การขายผ่านตัวแทนประกันชีวิต จำนวน 67,166 ล้านบาท สัดส่วน 41.54% หรือเพิ่มขึ้น 1.78%

และอันดับ 3 การขายผ่านช่องทางการตลาดแบบตรง 3,556 ล้านบาท สัดส่วน 2.20% หรือลดลง 11.85% และอันดับ 4 การขายผ่านช่องทางอื่นๆ 9,073 ล้านบาท สัดส่วน 5.61% หรือเติบโตขึ้น 29.63%

“สำหรับเบี้ยประกันชีวิตแยกตามช่องทางการจำหน่าย ช่องทางธนาคาร สามารถขึ้นมาครองสัดส่วนการตลาดเป็นอันดับ 1 ในไตรมาสแรกนี้เนื่องจากประชาชนให้ความสนใจกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบจ่ายครั้งเดียว (Single Premium) ที่ขายผ่านช่องทางธนาคารมากขึ้น ประกอบกับการขายผ่านช่องทางอื่นๆ ที่มีสัดส่วนทางการตลาดเพิ่มมากขึ้นและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งช่องทางหนึ่งในนั้น ก็คือช่องทางออนไลน์ ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนเพิ่มมากขึ้น” นางนุสรากล่าว

นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า อัตราการเติบโตของเบี้ยประกันชีวิตที่เติบโตอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นผลมาจากปัจจัยสนับสนุนที่เอื้อต่อธุรกิจประกันชีวิตหลายประการ อาทิ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายอย่างต่อเนื่อง การมุ่งเน้นสู่ความเป็นเลิศในการให้บริการทุกๆ ด้าน การประชาสัมพันธ์ทุกสื่อเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบประโยชน์ของการทำประกันชีวิต การเพิ่มช่องทางจำหน่ายให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสนับสนุนในการดำเนินงานทุกขั้นตอน เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และประทับใจสูงสุด ซึ่งหน่วยงานกำกับก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันมาตรการต่างๆ ให้เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจประกันชีวิต

ประกอบกับปัจจุบันประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการทำประกันชีวิตและการวางแผนทางการเงินเพิ่มมากขึ้น มีความตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพและการวางแผนชีวิตในวัยเกษียณ แต่อย่างไรก็ตามสำหรับประกันชีวิต ผู้เอาประกันจำเป็นต้องมีวินัยในการชำระเบี้ยประกันภัยอย่างสม่ำเสมอ จนเมื่อครบระยะเวลาตามที่กรมธรรม์ฯ กำหนด ก็จะได้รับเงินต้นคืนพร้อมผลตอบแทนอีกส่วนหนึ่ง แต่ถ้าหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ในขณะที่กรมธรรม์ฯ มีผลบังคับ ก็ยังจะได้รับเงินสินไหมดทดแทน ตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ฯ ตั้งแต่แรก สมาคมจึงขอให้ผู้เอาประกันภัยตรวจสอบสถานะของกรมธรรม์ฯ ให้มีผลบังคับอยู่เสมอ และไม่หยุดหรือยกเลิกการชำระเบี้ยประกันชีวิตก่อนครบกำหนดสัญญาเพื่อประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยเป็นสำคัญ