เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
Finance ‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
ชัยชนะของชาวกล้วย
คุยกับเอกราช ชัยชนะของชาวกล้วย
ซอฟต์พาวเวอร์ Thailand Only
Biz Movement ซอฟต์พาวเวอร์ Thailand Only
ในกรอบต้องมีอิสระ ในอิสระต้องมีกรอบ
สามัญสำนึก ในกรอบต้องมีอิสระ ในอิสระต้องมีกรอบ
IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
World IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
Politics วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
Columns IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
Business ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
เล่าสู่กันฟัง วิธีสัมภาษณ์แบบกลุ่ม
SD Talk เล่าสู่กันฟัง วิธีสัมภาษณ์แบบกลุ่ม
‘การบินไทย’ คลอดมาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมแล้ว
Business ‘การบินไทย’ คลอดมาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมแล้ว
ดูทั้งหมด

ภูมิธรรม ป้องหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยัน “แบงก์ชาติ” วิพากษ์ วิจารณ์ ได้

05 พ.ค. 2567 | 13:27น.
ภูมิธรรม เวชยชัย

ภูมิธรรมโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุ “แบงก์ชาติ” ไม่ใช่องค์กรหรือสถาบันที่ “ประชาชน”จะกล่าวถึงหรือ “วิพากษ์วิจารณ์” หรือ “แตะต้อง” ไม่ได้ กรณีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย สะท้อนความคิดบ้าง จึงเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์แบบมุ่งโจมตีด้วยอคติอย่างไร้เหตุผล

วันที่ 5 พฤษภาคม 2567 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Phumtham Wechayachai ว่า

“แบงก์ชาติ” ไม่ใช่องค์กรหรือสถาบันที่ “ประชาชน” จะกล่าวถึงหรือ “วิพากษ์วิจารณ์” หรือ “แตะต้อง” ไม่ได้

เจตจำนงพรรคเพื่อไทยที่หัวหน้าพรรค นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้สื่อสารกับสังคมถึงกรณีแบงก์ชาติในวันประชุมของพรรคที่ผ่านมา

สำหรับผมคือการแสดงออกอย่างเปิดเผย จริงใจ และห่วงใยที่แบงก์ชาติยังยืนยันที่จะตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้อย่างเดิม โดยไม่พิจารณาถึงผลกระทบด้านต่าง ๆ ซึ่งประชาชน (ที่เป็นลูกหนี้แบงก์และประชาชนทั่ว ๆ ไป) กำลังเผชิญชีวิต ดิ้นรนอยู่ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่กำลังซ้ำเติมชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาอย่างแสนสาหัส

สื่อมวลชนเองก็รับรู้กระแสข่าวเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง ความคิดของคนในสังคมต่อประเด็นนี้ก็มีความหลากหลาย และประเด็นการตัดสินใจของแบงก์ชาติก็เป็นกระแสความเห็นต่างกันอย่างกว้างขวางในสังคม

แต่แปลกใจว่าทำไมเมื่อหัวหน้าพรรคเพื่อไทยสะท้อนความคิดบ้าง จึงเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์แบบมุ่งโจมตีด้วยอคติอย่างไร้เหตุผล

การแสดงความเห็นต่อกรณีแบงก์ชาติในวันประชุมของหัวหน้าพรรคเพื่อไทยที่ผ่านมา ผมเชื่อมั่นว่าหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกำลังทำหน้าที่สะท้อนความเห็นอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมาต่อแบงก์ชาติ ในฐานะที่องค์กรนี้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการพัฒนาและดูแลระบบเศรษฐกิจของประเทศ

ความเห็นดังกล่าวมีนัยยะที่สะท้อนถึงความห่วงใยต่อผลกระทบจากภาระทางเศรษฐกิจที่บีบคั้นชีวิตของประชาชนจำนวนมาก ซึ่งกำลังเดือดร้อน และแบกรับความยากลำบากอยู่

ท่าทีของการแสดงความคิดทางการเมืองของหัวหน้าพรรคเพื่อไทยจึงเป็นไปตามวิถีประชาธิปไตย และสำนึกความรับผิดชอบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน

อีกทั้งยังเป็นการนำเสนอในเวทีของพรรคการเมือง ประกอบด้วยกรรมการและสมาชิกพรรคที่ต่างต้องมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในการแสวงหาแนวทาง มาตรการ ทางเลือก เพื่อช่วยกันคิด และจัดการภาวะเศรษฐกิจของประเทศ

จึงเป็นสิทธิที่สามารถพูดได้ ออกความเห็นได้ และเป็นเรื่องที่พึงกระทำได้ ไม่ว่าจะในฐานะพลเมือง หรือหัวหน้าพรรคการเมืองที่มีความห่วงใยประชาชน ห่วงใยบ้านเมือง ผมเห็นว่าการแสดงความเห็นโดยสุจริตใจในครั้งนี้จะเป็นการกระตุกให้สังคมและผู้เกี่ยวข้องได้ช่วยกันคิด ไตร่ตรองหาเหตุผลให้เห็นทางออกมากขึ้น

ความเป็นจริง

แบงก์ชาติไม่ใช่สถาบันที่อยู่เหนือการเมือง ไม่ใช่องค์กรที่ห้ามวิพากษ์วิจารณ์ ตรงข้าม แบงก์ชาติคือกลไกของระบบเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศ ที่ประชาชนทุกฝ่ายเข้าถึง เสนอความคิดเห็นได้

แม้จะมีขอบเขตหน้าที่หลักทางเศรษฐกิจ ก็ไม่ได้หมายความว่าแบงก์ชาติไม่ข้องเกี่ยวกับการเมืองและชีวิตของประชาชน

การที่ประชาชนทั่วไปหรือพรรคการเมืองกล่าวถึงแบงก์ชาติ หรือวิพากษ์วิจารณ์ เสนอความเห็นต่อแบงก์ชาติ ก็ไม่ใช่การแทรกแซง แต่เป็นการเสนอเพื่อให้มุมมองทางเลือกอื่น ๆ ที่เหมาะสมมากกว่าในบริบทสถานการณ์ที่เป็นอยู่

การที่สื่อ บางบุคคล บางสำนักมีอคติต่อพรรคเพื่อไทย และนำความเห็นบางส่วนของหัวหน้าพรรคมาวิพากษ์อย่างรุนแรง และขยายความตามอคติของตนบวกด้วยการใส่สีตีข่าว เป็นการทำข่าวด้วยอคติมากกว่าข้อเท็จจริง

ผมเฝ้ามองคนข่าวหรือสำนักข่าวบางคนบางส่วน ที่ยังติดยึดอยู่กับอคติเดิมแล้วการใช้พื้นที่ข่าวของตนเป็นพื้นที่ละเลงอคติและขยายความขัดแย้งอยู่เนือง ๆ ก่อและปั่นกระแสขัดแย้งในสังคม โดยไม่คำนึงถึงสิทธิและความเป็นมนุษย์ของบุคคลที่ตกเป็นข่าว

ผมขอยืนยันว่า กรณีแบงก์ชาติยังเป็นประเด็นที่สังคมยังสะท้อนความเห็นและสื่อสารกันได้ โดยใช้ความรู้และปัญญาที่รอบด้าน มากกว่าการใช้จินตนาการที่มีแต่อคติ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับการขับเคลื่อนทั้งเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม