Skip to content

“มาเลย์” แห่ซื้อยาง ใต้ร้อนแล้ง ผลผลิตน้อย

31 พ.ค. 2567 | 10:16น.
“มาเลย์” แห่ซื้อยาง ใต้ร้อนแล้ง ผลผลิตน้อย

โรงงานแปรรูปยางในมาเลเซีย แห่เข้ามาหาซื้อยางในภาคใต้ เหตุแล้งทำน้ำยางในมาเลเซียได้น้อย ขณะที่ภาคใต้ร้อนแล้งต่อเนื่อง 5 เดือน เปิดหน้ากรีดน้ำยางน้อย เคยกรีดได้ 100 กก.ต่อวัน เหลือ 20-30 กก.ต่อวัน คาดผลผลิตทั้งปี 2567 หายวูบกว่า 50%

นายกัมปนาท วงศ์ชูวรรณ ผู้จัดการ กลุ่มเกษตรกรทำสวนธารน้ำทิพย์ สถาบันเกษตรกรผู้แปรรูปยางรายใหญ่ทางภาคใต้ เพื่อการส่งออก เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการโรงงานแปรรูปยางในประเทศมาเลเซียหลายแห่งเข้ามาหาซื้อยางในพื้นที่ภาคใต้กันจำนวนมาก

กัมปนาท วงศ์ชูวรรณ
กัมปนาท วงศ์ชูวรรณ

แต่ทางกลุ่มไม่กล้าขายให้ เนื่องจากไม่มั่นใจว่าจะรวบรวมหาซื้อน้ำยางมาส่งมอบให้ลูกค้าได้ตามปริมาณที่ทำสัญญาไว้ล่วงหน้าหรือไม่ เพราะปริมาณน้ำยางสดในภาคใต้หายไปจำนวนมาก

คาดว่าทั้งปี 2567 น่าจะขาดหายไปประมาณ 50% หรือบางครั้งหาซื้อน้ำยางได้ แต่ราคาน้ำยางสูงก็ไม่คุ้มทุนที่จะซื้อมาขายต่อ แม้ว่าราคายางรมควัน ชั้น 3 จะปรับขึ้นอยู่ที่ประมาณ 82.83 บาทต่อ กก. และมีแนวโน้มทิศทางราคาที่ดี ขณะที่ราคาน้ำยางสดเคลื่อนไหวอยู่ที่ 78-79 บาทต่อ กก.

“ประเทศมาเลเซีย เป็นแหล่งโรงงานแปรรูปยางส่งออกรายใหญ่ของโลก แต่มีพื้นที่ปลูกยางปริมาณน้อยมาก จึงเข้ามาหาซื้อน้ำยางในประเทศไทย รวมถึงซื้อจากประเทศเมียนมา ตอนนี้สถานการณ์เรื่องยางพาราวิเคราะห์ทิศทางยากมาก จากปัจจัยทางสภาพภูมิอากาศ เมื่อเอลนีโญที่ทำให้เกิดภาวะร้อนแล้งหนักผ่านไป มีข้อมูลระบุว่าจะเกิดลานีญา ซึ่งจะทำให้ฝนตกมาก น้ำจะท่วมอีก จะส่งผลกระทบทำให้ยางกรีดไม่ได้อีก สถานการณ์เรื่องยางตอนนี้บอกตรง ๆ ว่า ต้องวิเคราะห์กันวันต่อวัน” นายกัมปนาทกล่าว

ทางด้านเจ้าของสวนยางบ้านหนองปด หมู่ 9 เทศบาลตำบลควนเสาธง อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ตอนนี้ยางราคาดี แต่ชาวสวนไม่มีน้ำยางขาย เพราะปริมาณน้ำยางสดหายไปประมาณ 2 ใน 3 หากเทียบกับปีที่ผ่าน ๆ มาจะกรีดยางได้ประมาณ 100 กก.ต่อวัน ตอนนี้เหลือประมาณ 20-30 กก.ต่อวัน ส่งผลกระทบต่อลานรับซื้อน้ำยางบางแห่งที่เคยซื้อได้ประมาณ 2 ตัน หรือ 2,000 กก./วัน จะเหลือประมาณ 800 กก./วัน

แหล่งข่าวจากผู้บริหารโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปน้ำยางข้นในภาคใต้ เปิดเผย ็ประชาชาติธุรกิจิ ว่า ขณะนี้หลายจังหวัดมีฝนตก แต่ในพื้นที่ภาคใต้มีภาวะร้อนแล้งลากยาวต่อเนื่องเข้าสู่เดือนที่ 5 แล้ว ส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปน้ำยางข้นมาตั้งแต่ต้นปี 2567 ส่งผลให้ไม่มีสต๊อกน้ำยางบรรจุในแทงเกอร์เลย

หากเปรียบเทียบกับภาวะปกติ แต่ละโรงงานจะมีแทงเกอร์ขนาดตั้งแต่ 10-100 ตัน แล้วแต่ขนาดของโรงงาน จะมีการเก็บสต๊อกน้ำยางไว้ใช้ผลิตได้ต่อเนื่อง บางจังหวัดโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปน้ำยางข้นถึงขั้นต้องปิดตัวเองลงชั่วคราว และมีข่าวว่าจะมีอีกหลายโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปน้ำยางข้นปิดตามมา ส่งผลกระทบไปยังแรงงานลูกจ้างรายวัน และราย 3 เดือน ทางโรงงานไม่มีการต่อสัญญาให้เพราะปริมาณงานลดลง โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปน้ำยางข้น จ.พัทลุง จ.นครศรีธรรมราช จ.สุราษฎร์ธานี

แหล่งข่าวจากผู้บริหารโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปน้ำยางข้นในภาคใต้อีกรายกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โรงงานอุตสาหกรรมมีผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่พ้นจากต้นทุนคงที่ แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง ในขณะที่วัตถุดิบต่อกำลังการผลิตไม่มี วัตถุดิบยางขาดแคลน สาเหตุมาจากหลายปัจจัย ได้แก่ 1.แล้งร้อนจัดและลากยาว 2.ฤดูกาลยางผลัดใบ 3.ยางเกิดโรคใบร่วง 4.ขาดแคลนแรงงาน

และ 5.กลุ่มสหกรณ์ยาง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนยาง ผลิตน้ำยางสดไม่นำออกมาขายให้กับโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปน้ำยางข้น โดยจะนำไปแปรรูปเป็นยางแผ่น เพราะราคาดี