เจนใหม่ทรานส์ฟอร์ม IROYAL รีเซต องค์กรสู่ธุรกิจวิศวกรรมอัจฉริยะ
จากบริษัทจำหน่ายอุปกรณ์วิศวกรรมสู่บริษัทที่สร้าง Engineering Intelligence ประเทศไทยไม่ได้ขาดโอกาส แต่กำลังขาด “Productivity” นั่นคือประโยคแรกที่ “คุณไอซ์ – นางสาวประภาพรรณ ประภัทรโพธิพงศ์” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์รอแยล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ IROYAL ให้สัมภาษณ์กับ “ประชาชาติธุรกิจ” ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่กลับมาสานต่อธุรกิจครอบครัว
ธุรกิจครอบครัวสู่บริษัทมหาชน
IROYAL เริ่มต้นจากธุรกิจเล็ก ๆ ที่จำหน่ายอุปกรณ์สำหรับโรงไฟฟ้ามากว่า 45 ปี ค่อย ๆ เติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ จากผู้แทนจำหน่ายอุปกรณ์มาเป็นผู้ให้บริการติดตั้ง ซ่อมบำรุง และงานวิศวกรรมแบบครบวงจร จนมีส่วนร่วมในโครงการโรงไฟฟ้าหลายแห่ง ทั้งโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ บางปะกง แม่เมาะ รวมถึงโครงการด้านพลังงานในสปป.ลาว เราได้รับความไว้วางใจจากผู้ผลิตเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกจนมาถึงตอนนี้ และได้รับสิทธิเป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยหลายแบรนด์
ไอซ์มองเห็นภาพใหญ่ของเศรษฐกิจไทยและเข้าใจว่าความสามารถในการแข่งขันของประเทศไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเติบโตของตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการเพิ่มผลิตภาพ หรือ Productivity ของทั้งระบบ เมื่อกลับมารับช่วงต่อธุรกิจครอบครัว โจทย์ที่เราต้องรู้คือ การแข่งขันในโลกธุรกิจยุคใหม่ไม่ได้วัดกันว่าใครมีโรงงานใหญ่กว่าหรือขายสินค้าได้มากกว่า แต่คือใครสามารถสร้าง Productivity ให้ลูกค้าได้มากที่สุด ใช้ทรัพยากรน้อยลงและสร้างคุณค่าได้มากกว่าเดิม แนวคิดดังกล่าวจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการ Transform IROYAL
ไอซ์ตัดสินใจพาบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อปี 2567 เป้าหมายสำคัญคือ การยกระดับมาตรฐานการบริหาร IROYAL ไม่ใช่บริษัทที่มีปัญหาสภาพคล่องหรือขาดเงินลงทุน ตรงกันข้ามเรามีฐานะการเงินแข็งแรงและมีหนี้สินต่ำ สิ่งที่ต้องการคือ ระบบกำกับดูแลที่โปร่งใส การบริหารจัดการที่เป็นมาตรฐาน และโครงสร้างองค์กรที่พร้อมรองรับการเติบโตในระยะยาว การเข้าตลาดหุ้นจึงเป็นการเปลี่ยนวิธีคิดของทั้งองค์กร ไม่ใช่การเปลี่ยนสถานะทางธุรกิจ เพราะในวันที่การแข่งขันสูงขึ้นเราจะไม่สามารถบริหารด้วยวิธีเดิม ๆ ได้อีกแล้ว
หลัง IPO ไอซ์ตั้งคำถามกับตัวเองว่า การพึ่งพาธุรกิจโรงไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวจะเพียงพอหรือไม่ คำตอบคือ “ไม่” เราจึงเริ่มกระจายพอร์ตธุรกิจ ใช้วิธีต่อยอดจากจุดแข็งด้านวิศวกรรมที่มีอยู่เดิม เริ่มขยายขอบเขตธุรกิจจากงานโรงไฟฟ้าไปสู่อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ งานบริการนอกชายฝั่ง (Offshore Service) ระบบน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค เป็นการขยายจาก Core Competency ไปสู่ตลาดที่องค์กรสามารถสร้างความแตกต่างได้ จะเห็นว่างานของ IROYAL เป็นงานที่มีคุณลักษณะเฉพาะ สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ IROYAL ไม่ได้มองตัวเองเป็นผู้ขายอุปกรณ์อีกต่อไป แต่เป็นผู้พัฒนาโซลูชั่นเฉพาะทาง เราให้คำนิยามตัวเองเป็น “NicheEngineering Company” ที่เข้าไปช่วยลูกค้าแก้ปัญหาเชิงวิศวกรรม ตั้งแต่การออกแบบระบบ การติดตั้ง การบำรุงรักษา ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แนวคิดนี้เกิดจากการรับฟังปัญหาของลูกค้าโดยตรง ไอซ์เชื่อว่า Pain Point คือ จุดเริ่มต้นของธุรกิจใหม่มากกว่าการสร้างสินค้าเพื่อรอหาตลาด
Productivity คือหัวใจสำคัญ
Productivity เป็นหัวใจของการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย หลายครั้งการถกเถียงเรื่องเศรษฐกิจมักวนเวียนอยู่กับตัวเลข GDP แต่แท้จริงแล้ว GDP เป็นเพียงผลลัพธ์ปลายทาง สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าคือการเพิ่มประสิทธิภาพของทุกภาคส่วน ตั้งแต่การผลิต การให้บริการ การใช้ทรัพยากร ไปจนถึงการทำงานของภาครัฐ ถ้า Productivityดีขึ้น GDP ก็จะเติบโตเอง เราต้องการให้ IROYAL เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับผลิตภาพของประเทศ ผ่านการนำเทคโนโลยีเข้าไปแก้ปัญหาที่สร้างต้นทุนแฝงให้กับเศรษฐกิจไทยมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค
ยกตัวอย่างหนึ่งในโจทย์สำคัญของการบริหารโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค คือ การบริหารจัดการน้ำสูญเสีย Water Loss ทุกวันนี้สูญเสียน้ำจำนวนมากไปเปล่า ๆ ถึง 30% ซึ่งเป็นความท้าทายที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ ความท้าทายไม่ได้อยู่เพียงแค่การตรวจพบตำแหน่งที่ต้องการซ่อมบำรุง แต่รวมถึงการดำเนินการให้รวดเร็ว แม่นยำ และลดผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่โดยรอบ ด้วยแนวคิดดังกล่าว IROYAL จึงพัฒนาเทคโนโลยีและสร้างนวัตกรรมที่สามารถตรวจสอบและซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานจากภายในได้ ช่วยระบุตำแหน่งที่ต้องเข้าดำเนินการได้อย่างแม่นยำ พร้อมลดเวลาและต้นทุนในการปฏิบัติงาน ลดความเสี่ยงในการปฏิบัติในพื้นที่แคบ พร้อมลดระยะเวลาและผลกระทบต่อประชาชน รวมถึงช่วยให้หน่วยงานบริหารจัดการสินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในหลายโครงการ IROYAL นำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (Drone) และระบบอัตโนมัติเข้ามาประยุกต์ใช้กับงานตรวจสอบ บำรุงรักษา และปฏิบัติงานในพื้นที่ที่เข้าถึงยากหรือมีความเสี่ยงสูง หลายคนอาจมองว่านวัตกรรมเหล่านี้เป็นเพียงการนำอุปกรณ์ใหม่มาใช้งาน แต่สำหรับไอซ์คุณค่าที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ Hardware หากแต่อยู่ที่องค์ความรู้ด้านวิศวกรรมที่อยู่เบื้องหลัง
รอดวิกฤตเพราะมีวินัยการเงิน
หากถามว่าวันนี้อะไรคือความเสี่ยงใหญ่ที่สุดของธุรกิจ ไอซ์ว่ามันไม่ใช่ต้นทุนพลังงาน ไม่ใช่อัตราดอกเบี้ย และไม่ใช่การแข่งขันจากต่างประเทศ แต่คือ Uncertainty วันนี้ตื่นเช้ามาโลกอาจเกิดสงคราม ทุกอย่างเปลี่ยนได้ในคืนเดียว การวางแผนธุรกิจระยะยาวทำได้ยากกว่าในอดีต เพราะปัจจัยภายนอกเปลี่ยนแปลงเร็ว ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และเศรษฐกิจโลก สิ่งเดียวที่องค์กรทำได้ คือ สร้างความสามารถในการปรับตัว การกระจายธุรกิจ การรักษาสภาพคล่อง การไม่ก่อหนี้เกินตัว และการมีทีมงานที่พร้อมเรียนรู้ เป็นภูมิคุ้มกันที่สำคัญกว่าการคาดเดาอนาคตให้ถูกต้อง
แม้บริษัทจะเดินหน้าสู่ธุรกิจใหม่ แต่สิ่งที่เราไม่เคยเปลี่ยนคือ “วินัยทางการเงิน” ตอนวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 เป็นบทเรียนสำคัญของครอบครัว เพราะในช่วงที่ค่าเงินบาทอ่อนค่า ธุรกิจนำเข้าอุปกรณ์ได้รับผลกระทบอย่างหนัก สิ่งที่ทำให้บริษัทผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ไม่ใช่การมีเงินทุนมหาศาล แต่เป็นความน่าเชื่อถือที่สร้างกับคู่ค้าตลอดหลายปี ซัพพลายเออร์ต่างประเทศยินยอมปรับโครงสร้างหนี้ ทำให้เดินหน้าธุรกิจร่วมกันต่อ ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้ IROYAL ให้ความสำคัญกับฐานะการเงินที่แข็งแรง การรักษาสภาพคล่อง และการลงทุนอย่างระมัดระวังมากกว่าการเร่งขยายตัว หลังผ่านวิกฤตบริษัทกลับเติบโตได้เร็วขึ้น เพราะผู้เล่นจำนวนมากออกจากตลาด เหลือเฉพาะผู้ประกอบการที่มีฐานะการเงินแข็งแรงและมีวินัย บทเรียนดังกล่าวกลายเป็น DNA ขององค์กรมาจนถึงปัจจุบัน
การเปลี่ยนผ่านของ IROYAL จึงไม่ใช่เพียงการขยายธุรกิจไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ แต่คือการเปลี่ยนบทบาทจากผู้จำหน่ายอุปกรณ์วิศวกรรม สู่ผู้สร้างโซลูชั่นที่ช่วยเพิ่มผลิตภาพให้กับเศรษฐกิจไทย เชื่อว่าหากประเทศไทยสามารถลดต้นทุนที่ซ่อนอยู่ในระบบ ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียน้ำ การใช้พลังงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ หรือกระบวนการทำงานที่ล้าสมัย พร้อมนำ AI และงานวิศวกรรมเข้ามาสนับสนุนอย่างเหมาะสม ประเทศจะมีศักยภาพในการแข่งขันสูงขึ้นอย่างยั่งยืน
เราไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทวิศวกรรมที่ใหญ่ที่สุด แต่เราอยากเป็นบริษัทที่ช่วยให้ประเทศไทยมี Productivity สูงขึ้น