เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยศชนัน กางพิมพ์เขียว “เศรษฐกิจอวกาศ”ดันโมเดล PPP ท่าอวกาศยานไทย
Politics ยศชนัน กางพิมพ์เขียว “เศรษฐกิจอวกาศ”ดันโมเดล PPP ท่าอวกาศยานไทย
SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
Tech SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
อย.เตรียมปลดล็อก ‘ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm’ ใช้ภายใต้คำแนะนำทันตแพทย์
News อย.เตรียมปลดล็อก ‘ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm’ ใช้ภายใต้คำแนะนำทันตแพทย์
เพาเวอร์บาย เปิดสาขาใหม่ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ชูค้าปลีกเทคโนโลยีเจาะ Gen Z
Biz Movement เพาเวอร์บาย เปิดสาขาใหม่ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ชูค้าปลีกเทคโนโลยีเจาะ Gen Z
วช.-ม.ทักษิณ ดันนวัตกรรมสังคมสร้างเศรษฐกิจใต้ ขนทัพนักวิจัยร่วมงานกว่า 5,000 คน
Biz Movement วช.-ม.ทักษิณ ดันนวัตกรรมสังคมสร้างเศรษฐกิจใต้ ขนทัพนักวิจัยร่วมงานกว่า 5,000 คน
ชาวฝรั่งเศส แย่งกันซื้อแอร์ เตรียมรับคลื่นความร้อนระลอกใหม่
Biz Movement ชาวฝรั่งเศส แย่งกันซื้อแอร์ เตรียมรับคลื่นความร้อนระลอกใหม่
เอ็มจี แจงกรณีรถอีวี ‘MG4’ ไฟไหม้ ยันไม่เกี่ยวคุณภาพผลิตภัณฑ์
EV เอ็มจี แจงกรณีรถอีวี ‘MG4’ ไฟไหม้ ยันไม่เกี่ยวคุณภาพผลิตภัณฑ์
ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับสู่เกณฑ์ “ร้อนแรง” นักลงทุนจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-สงคราม-เฟด
Finance ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับสู่เกณฑ์ “ร้อนแรง” นักลงทุนจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-สงคราม-เฟด
เส้นทางธุรกิจ ‘โน้ส อุดม’ กว่า 30 ปีสร้างอาณาจักรเดี่ยวไมโครโฟน
Business เส้นทางธุรกิจ ‘โน้ส อุดม’ กว่า 30 ปีสร้างอาณาจักรเดี่ยวไมโครโฟน
BYD SEAL 6 เพิ่มรุ่นย่อย ราคาเริ่มต้น 799,000 บาท 
EV BYD SEAL 6 เพิ่มรุ่นย่อย ราคาเริ่มต้น 799,000 บาท 
ดูทั้งหมด

พาณิชย์ลุยนอมินีรอบใหม่ 1 ส.ค. ปิดช่องต่างชาติอำพรางธุรกิจไทย

06 ก.ค. 2569 | 13:40น.

ปัญหา “นอมินี” หรือการใช้คนไทยถือหุ้นแทนกลุ่มทุนต่างชาติ ไม่ใช่เรื่องใหม่ในระบบเศรษฐกิจไทย แต่เป็นปัญหาสะสมยาวนานที่กำลังขยายตัวจากช่องโหว่ทางกฎหมาย การจดทะเบียนธุรกิจ และโครงสร้างการถือหุ้นที่ซับซ้อนมากขึ้น จนกระทบต่อการแข่งขันที่เป็นธรรม บิดเบือนกลไกตลาด และสร้างแรงกดดันต่อผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจอย่างสุจริต

ข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์สะท้อนภาพชัดว่า นิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงนอมินี หรือบริษัทที่มีต่างชาติลงทุน 0.01-49.99% เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 523 รายในปี 2541 เป็น 2,041 รายในปี 2551 เพิ่มเป็น 5,143 รายในปี 2561 และแตะ 11,746 รายในปี 2568 ขณะที่ยอดสะสมของนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงอยู่ที่ 119,297 ราย ณ วันที่ 21 มิถุนายน 2569 กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องยกระดับจากการตรวจสอบรายกรณี ไปสู่มาตรการคัดกรองเชิงระบบ

กลุ่มเสี่ยงสะสม 119,297 ราย โจทย์ใหญ่เศรษฐกิจไทย

กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ปัญหานอมินีเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นและสะสมในสังคมไทยมาเป็นเวลานาน หากดูจากสถิตินิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงนอมินีที่มีต่างชาติลงทุน 0.01-49.99% พบว่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอดหลายช่วงเวลา จากปี 2541 มี 523 ราย ปี 2551 มี 2,041 ราย ปี 2561 มี 5,143 ราย และปี 2568 มี 11,746 ราย

ข้อมูล ณ วันที่ 21 มิถุนายน 2569 พบว่ามีนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงสะสม 119,297 ราย สะท้อนว่าปัญหานอมินีไม่ได้เป็นเพียงประเด็นเฉพาะพื้นที่หรือเฉพาะธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง แต่เชื่อมโยงกับโครงสร้างการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในประเทศไทย และการบังคับใช้กฎหมายที่ต้องอาศัยข้อมูลจากหลายหน่วยงานร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม ระหว่างวันที่ 1 มกราคม-31 พฤษภาคม 2569 นิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงลดลง 65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามนอมินี โดยเฉพาะในช่วงที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งกำหนดเป็นนโยบายชัดเจนเพื่อขจัดปัญหาดังกล่าวให้เห็นผลเป็นรูปธรรม

“อนุทิน” สั่งพาณิชย์เข้มจดทะเบียนธุรกิจ

นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์เข้มงวดและกวดขันการรับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหานอมินี รวมทั้งให้พิจารณาความจำเป็นและความเหมาะสมในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

ข้อสั่งการดังกล่าวทำให้มาตรการแก้นอมินีถูกยกระดับจากการตรวจสอบภายหลัง ไปสู่การคัดกรองตั้งแต่ต้นทางของการจัดตั้งนิติบุคคล โดยเฉพาะบริษัทที่มีคนต่างชาติร่วมถือหุ้นหรือเป็นกรรมการ ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดมากขึ้น

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงปรับแนวทางการทำงานจากการตรวจเอกสารทั่วไป ไปสู่การบูรณาการข้อมูล การเฝ้าระวังเชิงลึก และการประสานหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้โครงสร้างนิติบุคคลถูกใช้เป็นเครื่องมืออำพรางการถือครองธุรกิจของคนต่างด้าว

MOU 23 หน่วยงาน ลบรอยร้าวเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ หรือ MOU กับ 23 หน่วยงาน ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือ Nominee ภายใต้แนวคิด “ลบรอยร้าวเศรษฐกิจ ร่วมพิชิตนอมินี”

ความร่วมมือดังกล่าวเป็นการยกระดับการป้องกันและปราบปรามนอมินีผ่านการบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อป้องกันการนำนิติบุคคลไปใช้ในทางมิชอบ หรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย โดยเน้น 3 ภารกิจหลัก ได้แก่ การบูรณาการฐานข้อมูล การเฝ้าระวังและดำเนินคดี และการสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกภาคส่วน

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินมาตรการป้องกันและปราบปรามนอมินีอย่างจริงจังก่อนหน้านี้แล้ว โดยเฉพาะการยกระดับการจดทะเบียนธุรกิจและการคัดกรองก่อนรับจดทะเบียนบริษัท ซึ่งถือเป็นด่านแรกในการลดความเสี่ยงของการจัดตั้งนิติบุคคลเพื่ออำพรางการถือหุ้น

5 คำสั่ง 2 ประกาศ กดกลุ่มเสี่ยงลดลง

มาตรการสำคัญที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าบังคับใช้ คือ การตรวจสอบเข้มงวดกับนิติบุคคลที่มีคนต่างชาติร่วมถือหุ้นหรือเป็นกรรมการ โดยออกคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง 5 ฉบับ และประกาศสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง 2 ฉบับ เพื่อป้องกันและปราบปรามนอมินีและบัญชีม้า

หลังมาตรการ 5 คำสั่ง และ 2 ประกาศมีผลบังคับใช้ จำนวนกลุ่มเสี่ยงนิติบุคคลนอมินีลดลง 51.05% โดยช่วงวันที่ 1 มกราคม-31 มีนาคม 2568 มีกลุ่มเสี่ยง 3,618 บริษัท แต่ช่วงวันที่ 1 มกราคม-31 มีนาคม 2569 กลุ่มเสี่ยงลดลงเหลือ 1,771 บริษัท

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพิ่มมาตรการให้นิติบุคคลที่จดทะเบียนธุรกิจต้องยืนยันการลงทุน ส่งผลให้จำนวนกลุ่มเสี่ยงนิติบุคคลลดลง 65.22% โดยช่วงวันที่ 1 มกราคม-31 พฤษภาคม 2568 มีกลุ่มเสี่ยง 2,102 บริษัท แต่ช่วงวันที่ 1 มกราคม-31 พฤษภาคม 2569 ลดลงเหลือ 731 บริษัท

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า การคัดกรองก่อนจดทะเบียนมีผลโดยตรงต่อการลดจำนวนบริษัทกลุ่มเสี่ยงใหม่ แต่ยังเหลือโจทย์สำคัญคือการจัดการกลุ่มเสี่ยงเดิมที่สะสมอยู่ในระบบจำนวนมาก

1 ส.ค.เตรียมออกมาตรการเพิ่ม ปิดช่องอีก 35%

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเตรียมออกมาตรการเข้มเพิ่มเติมในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงนอมินี โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า มาตรการใหม่ต้องสร้างสมดุลระหว่างการป้องกันการใช้โครงสร้างนิติบุคคลอำพรางการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว กับการอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนต่างชาติที่สุจริตและดำเนินการตามกฎหมาย

เป้าหมายของมาตรการเพิ่มเติมคือทำให้ธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีอีก 35% ที่เหลือหมดสิ้นไป และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบป้องกันตั้งแต่ขั้นตอนการจดทะเบียน การยืนยันการลงทุน และการติดตามพฤติกรรมของนิติบุคคลหลังจัดตั้ง

ส่งข้อมูลลุยตรวจภาษี-ที่ดิน-คดีพิเศษ

นอกจากการป้องกันบริษัทกลุ่มเสี่ยงใหม่ กระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้าปราบปรามบริษัทกลุ่มเสี่ยงเดิม โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ส่งข้อมูลที่คัดกรองและตรวจสอบเบื้องต้นว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงนอมินีให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่

ข้อมูลที่ส่งต่อประกอบด้วย กรมสรรพากรตรวจสอบภาษี 14,800 ราย กรมที่ดินตรวจสอบการถือครองอสังหาริมทรัพย์ 17,556 ราย ชุดเฉพาะกิจสำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่เชิงลึก 2,713 ราย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจดำเนินคดีกับนิติบุคคลที่เข้าข่ายกระทำผิด 2,257 ราย และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ดำเนินคดีพิเศษ 2,236 ราย

การส่งต่อข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าปัญหานอมินีไม่ได้จบที่การตรวจสอบเอกสารจดทะเบียน แต่เชื่อมโยงกับการเสียภาษี การถือครองอสังหาริมทรัพย์ การกระทำความผิดทางเศรษฐกิจ และคดีพิเศษ ซึ่งต้องใช้กลไกบังคับใช้กฎหมายหลายหน่วยงานพร้อมกัน

ลงพื้นที่ 35 จุด 11 จังหวัด เจาะธุรกิจเสี่ยง

ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568-23 มิถุนายน 2569 กระทรวงพาณิชย์ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีเชิงลึกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 35 พื้นที่ ใน 11 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ ชลบุรี สมุทรปราการ เชียงใหม่ ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ตาก และกรุงเทพมหานคร

ประเภทธุรกิจกลุ่มเสี่ยงที่เน้นตรวจสอบ ได้แก่ สำนักงานบัญชี สำนักงานกฎหมาย วิลล่า ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจต่างด้าวและนายหน้า ธุรกิจค้าเหล็ก ธุรกิจท่องเที่ยวและนำเที่ยว Co-Working Space โรงงานอุตสาหกรรม ล้งมะพร้าว และธุรกิจร้านอาหาร

กลุ่มธุรกิจเหล่านี้เป็นพื้นที่เปราะบางที่อาจถูกใช้เป็นโครงสร้างถือหุ้นแทน หรือเป็นช่องทางให้ทุนต่างชาติแฝงเข้ามาประกอบธุรกิจในไทย โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยว พื้นที่ชายแดน พื้นที่อุตสาหกรรม และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์หรือซัพพลายเชนเกษตร

ฐานนิติบุคคลไทยทะลุ 1 ล้านราย

ข้อมูล ณ วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ระบุว่า ประเทศไทยมีนิติบุคคลคงอยู่ 1,002,685 ราย แบ่งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด 200,100 ราย บริษัทจำกัด 801,070 ราย และบริษัทมหาชนจำกัด 1,515 ราย

ในจำนวนบริษัทจำกัด มีนิติบุคคลที่มีต่างชาติร่วมทุน 0.01-49.99% จำนวน 119,297 ราย ซึ่งเป็นฐานข้อมูลสำคัญที่ต้องใช้ประกอบการติดตามความเสี่ยง เนื่องจากรูปแบบการถือหุ้นของต่างชาติที่ยังไม่ถึงเพดานตามกฎหมาย อาจเป็นทั้งการลงทุนโดยสุจริต หรืออาจถูกใช้เป็นโครงสร้างอำพรางได้ หากไม่มีการตรวจสอบแหล่งเงิน อำนาจควบคุม และพฤติกรรมการบริหารจัดการอย่างเพียงพอ

กระทรวงพาณิชย์ย้ำว่า นอมินียุคปัจจุบันมีพัฒนาการที่แนบเนียนขึ้น และมีวิธีการปิดบังเจ้าหน้าที่รัฐในการลงพื้นที่ตรวจสอบมากขึ้น การปราบปรามจึงต้องอาศัยทั้งความร่วมมือของทุกภาคส่วนและการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการกลั่นกรอง ติดตาม และเฝ้าระวังธุรกิจกลุ่มเสี่ยงอย่างใกล้ชิด

ปราบนอมินีต้องไม่ปิดประตูนักลงทุนสุจริต

สาระสำคัญของมาตรการครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่การปิดกั้นการลงทุนต่างชาติ แต่คือการแยกนักลงทุนสุจริตออกจากกลุ่มที่ใช้โครงสร้างอำพรางเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า การแก้ปัญหานอมินีจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน และไม่สามารถใช้มาตรการทางกฎหมายได้เพียงลำพัง

ความร่วมมือในการให้คำแนะนำและให้คำปรึกษาแก่นักลงทุนต่างชาติที่ต้องการเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยให้ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการลงทุนโดยสุจริต และนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างแท้จริง

ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หากพบการใช้คนไทยเป็นนอมินีหรือประกอบธุรกิจฝ่าฝืนกฎหมาย จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ

ตัดวงจรนอมินี สร้างการแข่งขันเป็นธรรม

การเดินหน้ามาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันและปราบปรามการใช้โครงสร้างนิติบุคคลอำพรางการถือครองธุรกิจของคนต่างด้าว จึงถูกวางเป็นมาตรการสำคัญในการคุ้มครองผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม และรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

โจทย์จากนี้ไม่ใช่เพียงการลดตัวเลขบริษัทกลุ่มเสี่ยงใหม่ แต่ต้องจัดการฐานนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงเดิมที่สะสมอยู่ในระบบหลักแสนราย พร้อมวางระบบคัดกรองที่เข้มพอจะป้องกันการอำพรางรูปแบบใหม่ แต่ไม่สร้างภาระเกินจำเป็นต่อการลงทุนที่ถูกต้องตามกฎหมาย

มาตรการวันที่ 1 สิงหาคม 2569 จึงเป็นจุดทดสอบสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ว่า จะสามารถยกระดับการแก้นอมินีจากการปราบเป็นรายกรณี ไปสู่การปิดช่องโหว่เชิงระบบได้มากเพียงใด เพราะท้ายที่สุด การตัดวงจรนอมินีไม่ใช่แค่การบังคับใช้กฎหมาย แต่คือการจัดระเบียบสนามแข่งขันของเศรษฐกิจไทยให้โปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจ นอมินี พาณิชย์