ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับสู่เกณฑ์ “ร้อนแรง” นักลงทุนจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-สงคราม-เฟด
FETCO ชี้ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับสู่เกณฑ์ “ร้อนแรง” นักลงทุนจับตาแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-ความขัดแย้งระหว่างประเทศคลี่คลาย ชี้ปัจจัยฉุดคือ สถานการณ์เศรษฐกิจยูโรโซน-นโยบาย “เฟด”
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ผลสำรวจในเดือนมิถุนายน 2569 (สำรวจระหว่างวันที่ 22-30 มิถุนายน 2569) พบว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ในอีก 3 เดือนข้างหน้าอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” ที่ระดับ 123.77
นักลงทุนมองว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมาคือแนวโน้มการคลี่คลายของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ ปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์เศรษฐกิจยูโรโซน รองลงมาคือ นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) สำรวจในเดือนมิถุนายน 2569 ได้ผลสำรวจโดยสรุป ดังนี้
- ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (กันยายน 2569) อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” (ช่วงค่าดัชนี 120-159) ที่ระดับ 123.77
- ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคล อยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” ในขณะที่ กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ กลุ่มนักลงทุนสถาบัน และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศ อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง”
- หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดพาณิชย์ (COMM)
- หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดยานยนต์ (AUTO)
- ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
- ปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ สถานการณ์เศรษฐกิจยูโรโซน
ผลสำรวจ ณ เดือนมิถุนายน 2569 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่าความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคล ปรับลด 11.7% อยู่ที่ระดับ 106.74 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับเพิ่ม 3.7% อยู่ที่ระดับ 133.33 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับลด 14.3% อยู่ที่ระดับ 128.57 และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศปรับลด 33.3% อยู่ที่ระดับ 133.33
ในเดือนมิถุนายน 2569 SET Index เคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยแรงกดดันหลักมาจากปัจจัยต่างประเทศ ทั้งความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังไม่จบ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบยังปรับตัวสูงขึ้นและสร้างความกังวลต่อเงินเฟ้อโลก ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการค้าของสหรัฐและนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งแม้จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ แต่ยังส่งสัญญาณดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวัง ทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
รวมถึงการเติบโตของเศรษฐกิจยุโรปที่ชะลอตัว โดย ECB ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ GDP ยูโรโซนเหลือประมาณ 0.8% ในปี 2569 และ 1.2% ในปี 2570 และ ECB ได้ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนมิถุนายนจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
โดย SET Index ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 ปิดที่ 1,591.24 ปรับตัวเพิ่ม 1.46% จากเดือนก่อนหน้า ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 77,436 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ 6,996 ล้านบาท โดยตั้งแต่ต้นปีนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิรวมในตลาดหลักทรัพย์ฯ 27,000 ล้านบาท
ปัจจัยต่างประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลางหลังสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลง “โรดแมป 60 วัน” ในการเจรจาที่สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อมุ่งสู่ข้อตกลงสันติภาพฉบับสมบูรณ์ รวมถึงผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐและความคืบหน้าของการเจรจาการค้ากับประเทศคู่ค้า แนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของ ECB หลังมีการส่งสัญญาณไปในทางเข้มงวดจากผลกระทบของสถานการณ์พลังงาน
ส่วนปัจจัยในประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ การประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของบริษัทจดทะเบียน การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท และแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งหลังของปี