SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
SONY ประกาศยุติการผลิตแผ่นดิสก์ Blu-ray สำหรับเกมคอนโซล PlayStation 5 (PS5) ในปี 2028 หมุดหมายการ “เปลี่ยน” ใหญ่ของอุตสาหกรรมเกมคอนโซล ที่กำลังเปลี่ยนไปสู่รูปแบบดิจิทัลมากขึ้น
การประกาศนับว่าฮือฮา ไม่ได้สร้างแค่แรงกระเพื่อมต่อกลุ่มผู้เล่นเกม หรือแฟนคลับพันธุ์แท้ของสายสะสมแผ่น และแลกเปลี่ยนในตลาดมือสองเท่านั้น ยังเป็นหมุดหมายการ “เปลี่ยน” ใหญ่ของอุตสาหกรรมเกมคอนโซล ที่กำลังเปลี่ยนไปสู่รูปแบบดิจิทัล และจะโฟกัสระบบสมาชิกรายเดือนซึ่งกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
รวมถึงมีคำถามที่ผุดขึ้นมาในชุมชนออนไลน์มากมายว่า ความเคลื่อนไหวนี้จะกระทบต่อเทคโนโลยีแผ่นเก็บข้อมูล Blu-Ray ที่ SONY เป็นตัวตั้งตัวตีผลักดันแบบทุ่มสุดตัวมาตั้งแต่ช่วงปี 2006-2008
แรงกระเพื่อมในอุตสาหกรรมเกม
Financial Times ผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมเกมคอนโซล อย่าง SONY และ Nintendo เผชิญแรงกดดันจากผลประกอบการทำให้ต้องการทำแผ่นเกม หรือ Physical Media ต้องยุติเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้
อย่างไรก็ตาม สัญญาณของการสิ้นสุดยุค Physical Game เกิดมานานแล้ว ขณะที่ยอดขายในฝั่งดิจิทัลออนไลน์เพิ่มสูงขึ้นทุกปี อย่าง SONY เองยอดขายในไตรมาสที่ผ่านมากว่า 85% มาจากยอดขายดิจิทัล
เช่นเดียวกับผู้ผลิตรายอื่น ๆ เช่น Stream ที่ก้าวเข้าสู่ดิจิทัลเต็มตัว
นักวิเคราะห์ด้านอุตสาหกรรมเกมระบุว่า Nintendo มีต้นทุนการผลิต Physical Game หรือตลับเกม สูงกว่า SONY เพราะไม่ได้ใช้แผ่นซีดีหรือบลูเรย์ แต่เป็นชิปหน่วยความจำความเร็วสูง ซึ่งราคาชิปดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงคาดว่าความเคลื่อนไหวของ SONY จะเร่งให้ Nintendo ตัดสินใจยุติการผลิตตลับเกมเช่นกัน
อีกปัญหาที่ตามมาคือกรณีกลุ่มผู้เล่นที่ยังยึดในหลักความเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ดิจิทัล มีการต่อต้านรณรงค์ไม่วางขายเกม PS และถึงขั้นรวมกลุ่มทำ Jailbreak เพื่อเจาะระบบเครื่อง PS เพื่อลงเกมเถื่อนด้วย
ผลประกอบการปี 2025 SONY ขายเกมดิจิทัลพุ่งสูงถึง 85% ของยอดขายซอฟต์แวร์ทั้งหมดบน PlayStation ขณะที่ตอนเปิดตัว PS4 ในปี 2013 มีสัดส่วนเพียงแค่ 13% บ่งชี้ว่าผู้ใช้ PlayStation ได้เปลี่ยนสู่ระบบดิจิทัลเต็มตัว ดังนั้นทางเลือกการขายแผ่นเกมแบบกายภาพอาจไม่ตอบโจทย์ในช่วงที่ต้นทุนทุกอย่างสูงขึ้น ทั้งค่าผลิต แพ็กเกจ และขนส่ง จึงเป็นเหตุผลเบื้องหลังที่ SONY ใช้จับจังหวะเปลี่ยนเกม
ศึกชิงผู้เล่นเกม
นอกจากสัดส่วนการขายเกมแบบดิจิทัลจะเติบโตจนจูงใจให้ยุติการสนับสนุนแผ่นเกม แต่จากรายงานผลประกอบการตัวเลขที่น่าสนใจ คือ ยอดสมาชิกรายเดือน ที่ครอบคลุมทั้งเกมดิจิทัล และเกมที่ต้องเล่นออนไลน์ บนแพลตฟอร์ม PS Plus เติบโตสูงขึ้น เป็นส่วนหนึ่งในยุทธ์ศาสตร์อนาคตของ SONY ที่จะมุ่งสร้างรายได้ต่อเนื่องจากฐานผู้ใช้งานเดิม โดยมีแผนพัฒนาคอนเทนต์และข้อเสนอสิทธิประโยชน์เพื่อกระตุ้นให้สมาชิกขยับขึ้นไปสมัครแพ็กเกจระดับบนอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่คู่แข่ง อย่าง XBOX ของ Microsoft ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มโมเดลการจ่ายค่าสมาชิกเพื่อเล่นเกมบนเครื่องคอนโซล+พีซี (XBOX Game Pass) กำลังเผชิญปัญหาหนัก
จากรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุด 4/2025 สิ้นสุดเมื่อ 31 มีนาคม 2026 ของ SONY ระบุว่ามีรายได้ในส่วนบริการเครือข่ายและระบบสมาชิก โต 11.6% จากช่วงเดียวกัน อยู่ประมาณ 2,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางยอดขายเครื่องเกม PlayStation 5 จะเริ่มชะลอตัวลงตามวงรอบอายุผลิตภัณฑ์ ที่ใกล้จะเปิดตัว PlayStation 6 ทั้งมีการประกาศขึ้นราคาขายเครื่องเดิมอีก เนื่องจากต้นทุนชิปสูงขึ้น
ขณะที่ XBOX ระบในรายงานไตรมาสล่าสุดว่า รายได้คอนเทนต์และบริการ ลดลง 5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากขาดแคลนเกมฟอร์มยักษ์มาดึงดูดในไตรมาสนี้ ขณะที่ยอดขายฮาร์ดแวร์ตกลง 33% เนื่องจากเครื่อง Xbox Series X/S ลดลง ผู้เล่นกำลังรอดูท่าทีเครื่องรุ่นใหม่ ประกอบกับต้นทุนชิ้นส่วนหน่วยความจำที่สูงขึ้น
เทคโนโลยี Blu-Ray ยังขยายตัวต่อ
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานด้วยว่า การที่ SONY ได้เปลี่ยนโรงงานผลิตแผ่นดิสก์ Blu-Ray สำหรับเกมที่ออสเตรียไปผลิตเลนส์ไมโครออปติกส์แทนทำให้เกิดคำถามในชุมชนออนไลน์ต่าง ๆ ว่า เทคโนโลยีแผ่น Blu-Ray กำลังจะปิดฉากลงหรือไม่ เพราะ SONY ถือเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีนี้
ในข้อเท็จจริงเทคโนโลยี Blu-Ray มีการใช้งานอย่างเป็นกว้างขวางทั้งในอุตสาหกรรมบันเทิง และในการเจ็บเก็บข้อมูลระดับองค์กร และ SONY ไม่ได้เป็นผู้ผลิตหลัก
ย้อนความไปก่อนว่า Blu-Ray เป็นเทคโนโลยีที่ปฏิวัติการอ่านเขียนข้อมูลดิจิทัลในรูปแบบ Optical Disc โดยใช้เทคโนโลยีเลเซอร์สีน้ำเงินที่เพิ่มความจุให้การจัดเก็บรูปแบบ DVD แบบดั้งเดิมได้ถึง 10 เท่า ในช่วงปี 2000 ซึ่ง SONY เป็นตัวตั้งตัวตีในการนำมากำหนดมาตรฐานสำหรับความบันเทิงในบ้าน เพื่อให้ง่ายต่อการผลิตและจำหน่ายเครื่องอ่าน และรองรับโทรทัศน์ยุคใหม่
และ Blu-Ray ยังมีความคงทนต่อสภาพแวดล้อมมากกว่า “ฮาร์ดดิสก์หรือเทปแม่เหล็ก” ทำให้การสำรองข้อมูลสำคัญเก็บรักษาไว้ได้เป็นร้อยปี จึงมีการนำมาต่อยอดระบบ Optical Disc Archive (ODA) ในองค์กรขนาดใหญ่ ธนาคาร โรงพยาบาล และสถานีโทรทัศน์ โดยดัดแปลงโครงสร้างแผ่นและตลับเก็บข้อมูลให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะของแต่ละธุรกิจ
ผู้ผลิตรายใหญ่แผ่น Blu-Ray ในปัจจุบันไม่ใช่ SONY แต่เป็นบริษัทอื่น อย่าง CMC Magnetics และ Ritek จากไต้หวัน ซึ่งผลิตแผ่นเปล่าสำหรับบันทึกข้อมูล (BD-R/BD-RE) และผลิตให้แบรนด์อื่น (OEM)
ดังนั้น แม้ว่าบริการสตรีมมิ่งคุณภาพสูงจะเข้ามาทดแทน Blu-Ray ในภาคความบันเทิงทั้งภาพยนต์และความบันเทิงในฐานะ Mass Product ได้ แต่โดยสถานะของแผ่น Blu-Ray ก็มีความเฉพาะสำหรับนักสะสมหรือกลุ่มที่ความนิยมแบบพรีเมี่ยมทั้งในฝั่งภาพยนตร์หรือเกม
และในฝั่งองค์กรยังคงมีความต้องการสูงในแง่คุณภาพการจัดเก็บ
ข้อมูลจาก Data Intelo บริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาดระบุว่า ตลาดแผ่น Blu-ray ทั่วโลกมีมูลค่า 4.8 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 และคาดว่าจะสูงถึง 7.6 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2034 โดยมีการขยายตัวด้วยอัตราการเติบโตต่อปี (CAGR) ที่ 5.3% ในช่วงระยะเวลาคาดการณ์ตั้งแต่ปี 2026 ถึง 2034
โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าองค์กรที่มีความต้องการจัดเก็บข้อมูลระยะยาว ในหน่วยงานรัฐ โรงพยาบาล และธนาคาร แผ่น Blu-ray (โดยเฉพาะแผ่นเกรดเสถียรภาพสูง) เป็นสื่อที่ปลอดภัยจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์และมีอายุการใช้งานนานหลายสิบปี
ทั้งการเติบโตของเนื้อหา 4K Ultra HD ยังมีความต้องการในหมู่นักสะสม และรายงานระบุ ด้วยว่า ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สําหรับผู้บริโภครายใหญ่ เช่น Sony, Panasonic และ Sharp ยังคงลงทุนในเทคโนโลยีไดรฟ์ Blu-ray รุ่นต่อไป เพื่อรองรับเทคโนโลยี 8K ซึ่ง Sony ยังคงเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้