เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

“เศรษฐา” สู้ 3 ปมคดีถอดถอน ลุ้นผ่านกับดัก ศาลรัฐธรรมนูญ

10 ก.ค. 2567 | 09:58น.
เศรษฐา ทวีสิน
คอลัมน์ : Politics policy people forum

คดีของ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี ในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ เป็นคดีที่มีระดับความเสี่ยง “พ้นจากตำแหน่ง” การเป็นนายกฯ

ผลพวงจากกรณีที่กลุ่ม สว.เฉพาะกาล 40 คน ยื่นคำร้องต่อประธานวุฒิสภา เพื่อส่งคำร้องขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน ผู้ถูกร้องที่ 1 และนายพิชิต ชื่นบาน ผู้ถูกร้องที่ 2 สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) (5) หรือไม่

โดยทั้ง ๆ ที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่า ผู้ถูกร้องที่ 2 (พิชิต) ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเคยถูกศาลฎีกามีคำสั่งจำคุกเป็นเวลา 6 เดือน ในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล เป็นบุคคลที่กระทำการอันไม่ซื่อสัตย์สุจริตและมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

แม้ว่าต่อมา “พิชิต” จะลาออกจากตำแหน่ง แต่คดีของ “เศรษฐา” ยังเดินหน้า

คดี “เศรษฐา” เข้าสู่วาระการประชุมของศาลรัฐธรรมนูญมาแล้ว 3 ครั้ง

ครั้งที่หนึ่ง เมื่อ 23 พฤษภาคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง

ครั้งที่สอง 12 มิถุนายน 2567 ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้คู่กรณียื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานภายในวันที่ 17 มิถุนายน

ครั้งที่สาม 18 มิถุนายน 2567 ให้หน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องจัดทำความเห็นและจัดส่งสำเนาเอกสารหลักฐานตามประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ

กำลังเข้าสู่การพิจารณาครั้งที่ 4 วันที่ 10 กรกฎาคม 2567

ตั้งกุนซือ-ยื่นพยาน

ขณะเดียวกัน เส้นขนานการสู้คดี “เศรษฐา” ดึงนักกฎหมายระดับพญาครุฑ “วิษณุ เครืองาม” มาเป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ช่วยดูภาพรวมในการสู้คดี ความเห็นของ “วิษณุ” ให้สู้ประเด็นไหน ตัดประเด็นไหน ถือเป็นอำนาจ

การเป็นนักกฎหมายระดับพญาครุฑมาช่วย ถือเป็น “หัวใจ” ที่จะทำให้ “เศรษฐา” พ้นบ่วง เหมือนครั้งที่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี รอดพ้นคดีบ้านพักหลวง รอดพ้นคดีนายกฯ 8 ปี

ขณะเดียวกัน มีการยื่นบัญชีพยานของฝั่งนายกฯ เป็นพยานปากเอก และเป็นพยานปากเดียว คือ “ณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์” เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ในฐานะที่รู้ทุกขั้นตอนการแต่งตั้งรัฐมนตรี

จริยธรรม = นามธรรม

ปมหลักของข้อกฎหมายที่เตรียมงัดมาใช้ในการสู้คดี มี 3 ปมหลัก

ปมแรก คือ ปมซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5)

สิ่งที่ทีมสู้คดีนายกฯ อาจยกขึ้นมาชี้แจง ความซื่อสัตย์สุจริต ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้เป็นเรื่อง “นามธรรม” โดยแนบบันทึกการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ครั้งที่ 264 เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560

ได้มีการพิจารณาการให้พ้นตำแหน่งของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญด้วยการขาดคุณสมบัติด้วยเหตุ มีพฤติการณ์เข้าลักษณะการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม และการพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

ซึ่งประธานกรรมการในที่ประชุมได้กล่าวต่อที่ประชุมไว้ว่า “…ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เป็นคุณสมบัติที่กำหนดไว้กว้าง ๆ ซึ่งไม่มีความชัดเจน…” ถือเป็นข้อเท็จจริง มิใช่ข้อกฎหมาย

ไม่มีผลย้อนหลัง

ปมที่สอง ประเด็นคุณสมบัติของรัฐมนตรี ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 บัญญัติว่า “รัฐมนตรีต้อง…” หมายความว่า การจะบังคับใช้มาตรา 160 (4) รัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ จะบังคับใช้ต่อเมื่อดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแล้ว ไม่ใช่เรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

และ “มาตรฐานทางจริยธรรม” ที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ 2560 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2561 ต้องนำมาใช้กับคนที่ดำรงตำแหน่งเท่านั้น ไม่สามารถนำมาบังคับใช้เป็นผลย้อนหลัง เพราะหากรัฐธรรมนูญมีเจตนารมณ์ให้ย้อนหลัง ต้องมีคำว่า “เคย” แต่กรณีดังกล่าวไม่มีคำว่า “เคย” แต่อย่างใด

ไม่รวมคำสั่งจำคุก

ปมที่ 3 การแต่งตั้ง “พิชิต ชื่นบาน” เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฝ่ายทีมสู้คดีของนายกฯ แก้ข้อกล่าวหากลุ่ม 40 สว.ว่า การแต่งตั้ง “พิชิต” เป็นรัฐมนตรีถูกต้องตามกระบวนการ ตามรัฐธรรมนูญ 2560

อีกทั้งช่วงก่อนตั้ง ครม.เศรษฐา 1/1 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ยังทำหนังสือให้รัฐมนตรีที่ถูกร้อง ชี้แจงข้อเท็จจริง ว่ามีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่

ประกอบกับ วันที่ 30 สิงหาคม 2566 เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มีหนังสือลับมาก ด่วนที่สุด ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ความเห็นในประเด็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของรัฐมนตรี

เฉพาะตามมาตรา 160 (6) ประกอบมาตรา 98 (7) เป็นกรณีที่ เคยได้รับโทษจําคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึง 10 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิด อันได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

และมาตรา 160 (7) ของรัฐธรรมนูญ กรณีไม่เป็นผู้ต้องคําพิพากษาให้จําคุก แม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุด หรือมีการรอการลงโทษ เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทําโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2566 สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีหนังสือตอบกลับว่า ประเด็นตามมาตรา 160 (6) ประกอบมาตรา 98 (7) การได้รับโทษจำคุกไม่ว่าโดยคำพิพากษาหรือคำสั่งใด เป็นลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี บุคคลที่เคยได้รับโทษจำคุกในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล จึงเป็นผู้มีลักษณะต้องห้าม เว้นแต่บุคคลนั้นได้พ้นโทษเกิน 10 ปีแล้ว

ส่วนมาตรา 160 (7) รัฐมนตรีต้องไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุกแม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุด หรือมีการรอการลงโทษ ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าว ไม่รวมถึง “คำสั่งให้จำคุก”

คดีของนายกฯ เข้าใกล้วันตัดสิน ทุกฝ่ายต่างลุ้นระทึก เพราะเป็นการเดิมพันครั้งแรกของรัฐบาลเพื่อไทย