กองทุนหมู่บ้านยุคภูมิใจไทย ‘สุขสมรวย’ จัดเกรดใหม่ 2 หมื่นล้าน 8 หมื่นแห่ง
สุขสมรวย วันทนียกุล
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สุขสมรวย วันทนียกุล รื้อเงิน 2 หมื่นล้าน ปรับโครงสร้างกองทุนหมู่บ้านใหม่ ยกระดับเป็นสถาบันการเงินชุมชน
นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงทิศทางและนโยบายการบริหารจัดการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ยุคใหม่ โดยมุ่งเป้าไปที่การลดภาระค่าครองชีพและสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจฐานราก พร้อมรื้อระบบการประเมินเพื่ออุดช่องโหว่การทุจริต
ทั้งนี้ ล่าสุดสถานะงบประมาณของกองทุนหมู่บ้าน มีเม็ดเงินบริหารจัดการประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก และได้กำหนดแนวทางการใช้จ่ายใหม่ทั้งหมด แบ่งเป็น 2 ก้อน โดยวงเงินก้อนแรก เป็นงบกลาง 4,000 ล้านบาท ยอดนี้เป็นกติกาบังคับที่ปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์ไม่ได้ และต้องเบิกจ่ายให้ทันภายในปีงบประมาณ 2569 สิ้นเดือน ก.ย.นี้เท่านั้น
ดังนั้น รัฐบาลจึงจะพิจารณาอนุมัติให้เป็นงบประมาณโครงการ SML ตามข้อบังคับ แต่จากยอดคำขอที่เสนอเข้ามาสูงถึง 15,000 ล้านบาท จะถูกคัดกรองอย่างละเอียดให้เหลืออนุมัติตามวงเงินที่มี มุ่งเน้นไปที่พื้นที่ชายขอบ และร้านค้าชุมชนที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย
เงินก้อนที่สอง อยู่ในงบประมาณปี 2569 จำนวน 5,000 ล้านบาท ได้ปรับเปลี่ยนแผนงาน โดยดึงเม็ดเงิน 4,400 ล้านบาทจากก้อนนี้ มาใช้เป็นงบประมาณสำหรับโครงการชดเชยดอกเบี้ย เพื่อช่วยลดภาระให้ประชาชนโดยตรง
เงินก้อนที่สาม งบประมาณปี 2568 จำนวน 11,000 ล้านบาท สำหรับเม็ดเงินก้อนใหญ่ที่เหลือ จะไม่มีการนำไปปล่อยกู้ให้กับสมาชิกแบบเดิม ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ถูกนำไปจัดซื้อซื้อโต๊ะเก้าอี้ แต่จะจัดสรรใหม่ เพื่อทำโครงการนำร่องที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
สำหรับนโยบายเร่งด่วน ที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีจะดำเนินการ คือ จัดระดับกองทุนหมู่บ้านทั้ง 80,000 แห่งทั่วประเทศออกเป็น 3 เกรด ได้แก่ สีเขียว เป็นกองทุนหมู่บ้านที่มีวินัย ส่งงบการเงินติดต่อกัน 3 ปี
กองทุนหมู่บ้านระดับสีเหลือง ส่งงบการเงิน 2 ปี และกองทุนหมู่บ้านระดับสีแดง ที่ขาดวินัยทางการเงิน หรือกองทุนตายสนิท ซึ่งมีเกือบ 20,000 แห่ง โดยจะนำงบประมาณ 4,400 ล้านบาท จากงบประมาณปี 2569 มาจ่ายชดเชยดอกเบี้ยให้กับลูกหนี้ที่อยู่ในเกณฑ์กองทุนสีเขียวและสีเหลือง ซึ่งมีประมาณ 8 ล้านคน โดยจ่ายเงินช่วยเหลือเป็นขั้นบันไดตั้งแต่ 30,000 บาท ไปจนถึงสูงสุด 150,000 บาท โอนเงินตรงเข้ากองทุนเพื่อนำไปลดภาระดอกเบี้ยให้ประชาชน แต่กองทุนสีแดงจะไม่ได้ในส่วนนี้
ตัวอย่าง เช่น คนเป็นหนี้กองทุนหมู่บ้าน ที่จะมาจ่ายดอกเบี้ย สมมติว่าต้องไปจ่ายดอกเบี้ย 2,000 บาท ก็มีคนช่วยจ่ายให้ 1,000 บาท เพื่อลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้ประชาชนได้ทันที
สำหรับงบประมาณส่วนที่เหลืออีก 11,000 ล้านบาท จะถูกผลักดันเป็นโครงการนำร่องที่สร้างรายได้และแก้ปัญหาให้ชุมชน เช่น โครงการทำระบบกระจายน้ำเพื่อการเกษตรรับมือภัยแล้ง หรือการติดตั้งโซลาร์เซลล์และจุดชาร์จมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในชุมชน นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายระยะยาวในการผลักดันกองทุนหมู่บ้าน ระดับสีเขียวเข้ม ให้ยกระดับเป็นสถาบันการเงินชุมชน
สำหรับโครงการอุดหนุนดอกเบี้ยเพื่อลดรายจ่ายให้ลูกหนี้กองทุนหมู่บ้าน คาดว่าจะมีการจัดงานเปิดตัว (Kick off) อย่างเป็นทางการโดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ทำเนียบรัฐบาล ในช่วงต้นเดือน ก.ค.นี้ เพื่อให้ประชาชนกว่า 8 ล้านคน ได้รับทราบสิทธิประโยชน์ของตนเอง และเร่งให้เม็ดเงินกระจายลงสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากโดยเร็วที่สุด