เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

จี้รัฐเคาะมาตรการข้าวนาปี ช่วยลดค่าปุ๋ย-ค่าเก็บเกี่ยว

25 มิ.ย. 2569 | 18:51น.
ปราโมทย์ เจริญศิลป์

ปราโมทย์ เจริญศิลป์

สมาคมชาวนาฯระบุมาตรการข้าวนาปรังถือว่า “รับได้” แต่โจทย์ใหญ่อยู่ที่ข้าวนาปีที่เริ่มลงแปลงแล้ว จี้รัฐเร่งพิจารณามาตรการลดต้นทุน ทั้งค่าปุ๋ย-ค่าเก็บเกี่ยว หลังราคาข้าวมีแนวโน้มอ่อนตัว ขณะที่ข้าวนาปรังส่วนใหญ่ขายออกจากมือชาวนาแล้ว เหลือเพียงราว 10%

นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ข้าวในปัจจุบัน โดยเฉพาะข้าวนาปรังส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในมือชาวนาแล้ว โดยประเมินว่ายังเหลืออยู่ในมือเกษตรกรเพียงประมาณ 10% เท่านั้น ส่วนราคาข้าวในตลาดยังอยู่ในภาวะผันผวน โดยข้าวบางประเภทเคยอยู่ระดับสูง แต่ล่าสุดราคามีแนวโน้มลดลง ทำให้ชาวนายังต้องการมาตรการประคองต้นทุนจากภาครัฐ สำหรับมาตรการช่วยเหลือข้าวนาปรังที่คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ออกมาล่าสุดนั้น โดยภาพรวมถือว่าดี แต่ยังมีประเด็นที่สมาคมเสนอเพิ่มเติม โดยเฉพาะมาตรการช่วยเหลือต้นทุนการผลิต เช่น ค่าปุ๋ย และค่าเก็บเกี่ยว ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของชาวนา โดยข้อเสนอเบื้องต้นมีการพูดถึงการช่วยเหลือค่าปุ๋ยในลักษณะสนับสนุนเป็นรายครัวเรือน และมาตรการลดต้นทุนอื่น ๆ เพื่อช่วยบรรเทาภาระในช่วงราคาข้าวอ่อนตัว

ประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งพิจารณาต่อจากนี้คือ “มาตรการข้าวนาปี” เนื่องจากชาวนาหลายพื้นที่เริ่มลงมือเพาะปลูกแล้ว หากรัฐบาลต้องการให้มาตรการมีผลในเชิงปฏิบัติ ควรเร่งสรุปให้ชัดเจนโดยเร็ว เพื่อให้ทันต่อรอบการผลิต ไม่ใช่ออกมาตรการล่าช้าหลังต้นทุนเกิดขึ้นไปแล้ว

ทั้งนี้ ข้อเสนอของสมาคมอยู่ระหว่างรอการพิจารณาในชั้นคณะอนุกรรมการด้านการผลิต ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุม นบข. อีกครั้ง ด้านสถานการณ์น้ำและผลผลิตข้าวปีนี้ ขณะนี้ยังไม่น่ากังวลมากนัก เนื่องจากฝนและน้ำต้นทุนยังพอมีอยู่ ขณะที่ต้นทุนปุ๋ยเริ่มมีทิศทางอ่อนตัวลงบ้าง แต่ยังเป็นภาระสำคัญของชาวนา จึงจำเป็นต้องมีมาตรการรองรับล่วงหน้า เพื่อลดความเสี่ยงจากต้นทุนและราคาข้าวที่ผันผวนในตลาด

รายงานข่าวจากสมาคมโรงสีข้าวไทยเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 พบว่า ราคาข้าวหลายรายการทรงตัว ขณะที่บางชนิดปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยข้าวขาว 5% อยู่ที่ 1,450-1,500 บาทต่อ 100 กิโลกรัม ปรับเพิ่มจากวันก่อน ส่วนข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2 ฤดูการผลิต 2568/69 อยู่ที่ 3,550-3,670 บาทต่อ 100 กิโลกรัม ขณะที่ข้าวหอมปทุมธานี อยู่ที่ 2,000-2,050 บาทต่อ 100 กิโลกรัม และข้าว กข79 อยู่ที่ 1,700-1,750 บาทต่อ 100 กิโลกรัม

ส่วนข้าวเหนียว กข.6 ภาคอีสาน ฤดูการผลิต 2568/69 อยู่ที่ 2,400-2,600 บาทต่อ 100 กิโลกรัม และข้าวเหนียวสันป่าตองเชียงใหม่ อยู่ที่ 2,150-2,250 บาทต่อ 100 กิโลกรัม

สำหรับราคาข้าวเปลือกทั่วประเทศ เช่น ข้าวเปลือกเจ้า ความชื้น 15% อยู่ในช่วง 8,400-9,600 บาทต่อตัน โดยพื้นที่ที่มีราคาสูง ได้แก่ ฉะเชิงเทรา นครนายก และพระนครศรีอยุธยา ที่ระดับ 9,200-9,600 บาทต่อตัน ขณะที่ข้าวเปลือกหอมมะลิ ฤดูการผลิต 2568/69 อยู่ในช่วง 16,200-18,600 บาทต่อตัน โดยขอนแก่นให้ราคาสูงสุด 17,500-18,600 บาทต่อตัน รองลงมาคือ สุรินทร์ 17,800-18,500 บาทต่อตัน และนครราชสีมา 17,500-18,500 บาทต่อตัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข้าวนาปี ค่าปุ๋ย