Skip to content

เมื่อสื่ออเมริกันขุดคุ้ยปม “สุขภาพไบเดน” ทำเนียบขาว-หมอโร่แจงพัลวัน

09 ก.ค. 2567 | 12:52น.
เมื่อสื่ออเมริกันขุดคุ้ยปม “สุขภาพไบเดน” ทำเนียบขาว-หมอโร่แจงพัลวัน

โฆษกทำเนียบขาวชี้แจงกรณีสื่อขุดคุ้ยปัญหาด้านสุขภาพกายและสติปัญญาของโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ยืนยันไม่ได้เป็นโรคพาร์กินสัน

วันที่ 9 กรกฎาคม 2567 นางสาวคารีน จีน-ปิแอร์ (Karine Jean-Pierre) โฆษกทำเนียบขาวกล่าวชี้แจงว่า นายไบเดนไปหาแพทย์ที่เชี่ยวด้านประสาทสมอง 3 ครั้งในขณะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ถือเป็นการตรวจร่างกายประจำปี และ ไม่ได้เป็นการเข้ารับรักษาโรคพาร์กินสันแต่อย่างใด ในสถานการณ์ที่สื่อมวลชนขุดคุ้ยปัญหาด้านสุขภาพทางสติปัญญาของไบเดน เมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ

โฆษกทำเนียบขาวปฏิเสธการคาดเดากันไปต่าง ๆ นานา ว่าประธานาธิบดีสหรัฐเป็นโรคทางประสาท หรือกำลังเข้ารับการรักษา ซึ่งการตอบคำถามสื่อมวลชนดังกล่าวเกิดขึ้นในการแถลงข่าวรายวัน โฆษกทำเนียบขาวตอบคำถามรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์เดอะ นิวส์ยอร์กไทมส์ ที่ระบุว่า ผู้เชี่ยวชาญโรคพาร์กินสันเยือนทำเนียบขาว 8 ครั้งตั้งแต่ปีที่แล้ว

หมอประธานาธิบดีชี้แจงสื่อ

ต่อมาในคืนวันจันทร์ (8 ก.ค.) หมอประจำตัวนายไบเดนมีหนังสือเผยแพร่ออกมาว่า ดร.เควิน คันนาร์ด เป็นที่ปรึกษาด้านโรคทางประสาทต่อทำเนียบขาวนับตั้งแต่ปี 2012 และได้เคยช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวหลายพันคนที่ปฏิบัติงานอยู่

ดร.เควิน โอ’คอนเนอร์ หมอประจำตัวประธานาธิบดียังกล่าวถึงนายไบเดนว่า ไม่ได้มาหาหมอทางประสาทนอกเหนือจากการตรวจร่างกายปกติ ซึ่งประธานาธิบดีได้รับการตรวจร่างกายโดยหมอเฉพาะทางจากหลายหลายสาขา

และว่าผลการตรวจสุขภาพล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นการตรวจอย่างละเอียดมาก และไม่พบความเชื่อมโยงเกี่ยวกับโรคสมองหรือโรคทางประสาทส่วนกลางอื่น ๆ

ไบเดนทำหนังสือถึงสส.พรรค-ผู้บริจาค

บีบีซีและรอยเตอร์รายงานว่า ไบเดนทำหนังสือถึงสมาชิก สส.เดโมแครตว่า ตนเองจริงจังกับการลงแข่งในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบใหม่ และเรียกร้องให้เสียงที่ต้องการให้ตนถอนตัวออกจากการแข่งขันยุติลง

นายไบเดนยังกล่าวชี้แจงโดยตรงไปยังผู้บริจาคให้พรรคเดโมแครตและสมาชิกพรรคจำนวนหนึ่ง ที่เรียกร้องให้ตนยกเลิกการแข่งขัน นายไบเดนกล่าวว่า “ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพียงอย่างเดียวเป็นผู้กำหนดตัวแทนพรรคเดโมแครต”

การชี้แจงเป็นหนังสือดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากมีรายงานว่า สมาชิกอาวุโสเดโมแครตรวมตัวกันเป็นการส่วนตัวเรียกร้องให้นายไบเดนถอนตัวจากการลงชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีแข่งกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตผู้นำสหรัฐอเมริกา

การเกิดข้อกังขาต่อสุขภาพและสติปัญหาของนายไบเดนทำให้การแข่งลงแข่งขันในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 เผชิญกับความยุ่งเหยิง หลังจากผลงานการดีเบต

นายอดัม สมิธ สส.อาวุโสเดโมแครต ออกมาเรียกร้องอย่างเปิดเผยให้นายไบเดนลาออกจากการลงสมัคร สส.โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ กล่าวว่าประธานาธิบดีไบเดนควรปล่อยสถานะตัวแทนพรรคเดโมแครตไป เพื่อที่ว่าพรรคสามารถแต่งตั้งคนใหม่ในการประชุมใหญ่พรรคที่จะจัดขึ้นในเดือน ส.ค.นี้

“ผู้สมัครลงแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐคนใดก็ตามในประเทศเรามีภาระหนักหนาที่ต้องแบกรับ ซึ่งผู้สมัครต้องสามารถที่จะเคลียร์คดี หรือประเด็นที่บุคคลนั้น ๆ เผชิญอยู่อย่างชัดเจน ชัดถ้อยชัดคำ และหนักแน่นต่อประชาชนอเมริกัน” สส.สมิธกล่าว และว่า ซึ่งก็ชัดเจนแล้วว่า ประธานาธิบดีไบเดนไม่เข้าเกณฑ์นี้

ทั้งนี้ นายสมิธดำรงตำแหน่งหัวหน้าเดโมแครตในคณะกรรมาธิการนิติบัญญัติด้านราชการทหารและมีบทบาทนำในสภาคองเกรสในกิจการด้านความมั่นคงแห่งชาติ

บทสัมภาษณ์ที่ไม่ตอบข้อสงสัย

โจ ไบเดนให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีนิวส์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (5 ก.ค.) แสดงถึงการลดความสนใจ/เพิกเฉยต่อผลงานดีเบตนัดแรกที่ออกมาไม่น่าพอใจ

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า นับเป็นการให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์ครั้งแรกนับตั้งแต่การดีเบตนัดแรก ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญต่ออนาคตทางการเมืองในสถานการณ์ที่สมาชิกพรรคเดโมแครต อย่างสมาชิกสภานิติบัญญัติ ผู้บริจาค และผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง แสดงความกังวลเกี่ยวกับความอยู่รอดของสถานะตัวแทนพรรคเดโมแครต

นายไบเดนยอมรับดีเบตแย่ แต่หาข้ออ้างใหม่  ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวว่า เขาไม่ได้ย้อนดูการดีเบตนัดแรกซ้ำ เมื่อถูกถามว่า รู้หรือไม่ว่าดีเบตแย่แค่ไหน และว่าไม่ใช่ความผิดคนอื่น แต่เป็นความผิดตนเอง

ไบเดนกล่าวว่าดีเบตเป็นคืนที่ย่ำแย่แต่ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ขึ้น และว่าตนเหนื่อยและรู้สึกไม่ค่อยสบายก่อนการดีเบต เมื่อถูกถามว่าเป็นตอนที่แย่ หรือสัญญาณอาการป่วยที่ร้ายแรงมากขึ้น แต่นายไบเดนไม่สนใจข้อห่วงกังวลนี้

ไบเดนจะไม่เข้าทำแบบทดสอบด้านสติปัญญา และปล่อยให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตัดสินใจเอง

“ผมมีแพทย์ที่เดินทางไปทุกที่ ประธานาธิบดีทุกคนก็มี อย่างที่รู้หมอที่เก่งที่สุดในโลกเดินทางไปกับผมทุกที่ที่ผมไป ผมได้รับการประเมินในสิ่งที่ผมกำลังทำ พวกเขาไม่ลังเลที่จะบอกกล่าวผม หากคิดว่ามีสิ่งผิดปกติอย่างอื่นเกิดขึ้น” ไบเดนกล่าว

เมื่อถูกถามว่า เขาได้เข้าทดสอบด้านสติปัญญาหรือไม่ และการตรวจร่างกายโดยแพทย์ด้านโรคประสาทสมอง ไบเดนกล่าวว่า “ไม่มีใครต้องทำ … พวกเขาบอกว่า ผมสบายดี”

ในการวิเคราะห์ที่พิมพ์เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หัวหน้าข่าวโต๊ะการแพทย์ซีเอ็นเอ็น เขียนว่า ดร.สัญชัย กัปตา ศัลยแพทย์ประสาทฝึกหัด กระตุ้นเตือนให้ไบเดนเข้าตรวจด้านสติปัญญาและระบบประสาทสมอง

ไบเดนปฏิเสธผลโพลที่แสดงว่าเขากำลังแพ้ทรัมป์   นักข่าวถามว่า ไม่หลอกตัวเองใช่หรือไม่เกี่ยวกับความสามารถที่ตนเองสามารถเอาชนะนายทรัมป์ได้ “ใช่ ใช่ ใช่ ใช่” ไบเดนกล่าวตอบ

นายไบเดนอ้างถึงโพลก่อนหน้านี้ที่แสดงว่าเขาไม่สามารถเอาชนะการเลือกตั้งได้ในปี 2020 และต่อมาได้อ้างถึงการเลือกตั้งที่ไม่เป็นที่รู้จัก เป็นการปฏิเสธผลโพลที่สะท้อนการแข่งขันที่นายไบเดนตามอยู่

นายไบเดนไม่รับฟังสมาชิกพรรคเดโมแครตที่ห่วงกังวล โดยกล่าวว่า พระเจ้าที่มีอำนาจเหนือทุกอย่าง ‘Lord Almighty’ เท่านั้นที่สามารถทำให้เขาถอนตัวจากการแข่งขัน เมื่อถูกถามระหว่างการสัมภาษณ์ว่า เขาจะก้าวลงจากสถานะตัวแทนพรรคหรือไม่ หากถูกทำให้เชื่อได้ว่าเขาไม่สามารถเอาชนะทรัมป์ได้

“หากพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพลงมาหาและกล่าวว่า “โจ ออกจากการแข่งขัน ผมก็จะออกจากการแข่งขัน” นายไบเดนกล่าว และว่า “พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพก็ไม่ได้ลงมาหา” ไบเดน ซึ่งเป็นคาทอลิกที่เคร่งกล่าวเสริม

นักข่าวกล่าวต่อว่า ฉันเห็นด้วยที่พระเจ้าจะไม่ลงมาหรอก แต่หากว่า พันธมิตร เพื่อนฝูง และผู้สนับสนุนในพรรค ในสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา ของนายไบเดนบอกให้ถอนตัวล่ะ เนื่องจากพวกเขากังวลว่าไบเดนจะพ่ายทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา หากยังอยู่ในการแข่งขันต่อไป ไบเดนจะทำอย่างไร แต่ไบเดนปฏิเสธที่จะตอบคำถาม

ไบเดนอารมณ์พลุ่งขึ้นและอวดพลังตัวเองในการหาเสียงที่รัฐวิสคอนซิน ซึ่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ห่วงกังวลสุขภาพผู้นำกับนายไบเดนเผชิญหน้ากัน ก่อนการให้สัมภาษณ์เอบีซีนิวส์ไม่นาน โหวตเตอร์ถือป้ายข้อความ “ส่งต่อคบไฟเถอะ โจ”

นายไบเดนได้กล่าวโจมตีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับอายุโดยตรง “ผมไม่ได้แก่เกินไปที่จะสร้างงานกว่า 50 ล้านตำแหน่ง” เพื่อรับประกันว่าชาวอเมริกัน 21 ล้านคนได้รับการประกันภัยภายใต้กฎหมาย Affordable Care Act เพื่อเอาชนะบริษัทยายักษ์ใหญ่ ผมแก่เกินไปที่จะปลดเปลื้องหนี้นักศึกษาเกือบ 5 ล้านคนงั้นหรือ แก่เกินไปที่จะเชิดชูให้ผู้หญิงผิวดำคนแรกนั่งในศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกาหรือ หรือลงนามในกฎหมาย Respect for Marriage Act งั้นหรือ

นายไบเดนได้เอ่ยถึงพลังที่ตัวเขาเองไม่ระบุชื่อกำลังพยายามผลักเขาออกจากการแข่งขัน ผมขอพูดโดยสรุปเลยว่า ผมยังอยู่ในการแข่งขัน”

กระนั้นสื่อหลายสำนักมองว่า การให้สัมภาษณ์เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยเกี่ยวกับความแข็งแรงของสุขภาพกายและสติปัญญาของนายไบเดนไม่ประสบผลสำเร็จ