ราคาน้ำมันดิบ (11 ก.ค. 67) ปรับเพิ่ม หลังน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐปรับลดเกินคาด
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐปรับลดเกินคาด
วันที่ 11 กรกฎาคม 2567 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับตัวลดลง 3.4 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 445.1 ล้านบาร์เรล ซึ่งปรับลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 1.3 ล้านบาร์เรล
ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (FED) แถลงต่อสภาคองเกรสเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 67 ว่า จะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามที่จำเป็น และเผยว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ย จะทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย. 67 ซึ่งอาจกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและอุปสงค์น้ำมันดิบ
โรงกลั่นน้ำมันดิบส่วนใหญ่ที่ได้รับความเสียหายจากพายุเฮอริเคนเบริลได้กลับมาดำเนินการตามปกติเมื่อวานนี้ ประกอบกับสถานีขนส่งน้ำมัน 8 แห่งของท่าเรือฮูสตันกลับมาเปิดให้บริการตามปกติ ส่งผลให้ความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันดิบคลายตัวขึ้น
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังตัวเลขการส่งออกน้ำมันเบนซินจากจีนและเกาหลีใต้มีอย่างจำกัด สะท้อนอุปสงค์ในภูมิภาคที่อ่อนแอ ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่ผันผวนและความต้องการที่ลดลงจากผู้นำเข้าน้ำมันเบนซินรายใหญ่
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังการส่งออกน้ำมันดีเซลจากรัสเซียปรับตัวลดลงแตะระดับ 0.76 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน มิ.ย. 67 และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องในเดือนนี้ สะท้อนอุปสงค์น้ำมันดีเซลอ่อนแอ อย่างไรก็ตาม ตลาดคาดการณ์ว่าอุปทานอาจตึงตัวขึ้นจากการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นในออสเตรเลียในช่วง ก.ค.-ส.ค. 67