เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ตลท.ไม่สามารถสั่งโบรกฯทบทวนบริการมาร์จิ้น เตือนเช็กหุ้นก่อนลงทุน

11 ก.ค. 2567 | 18:41น.
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย SET เทรดหุ้น

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย SET เทรดหุ้น

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่สามารถสั่งโบรกเกอร์ ทบทวนการให้บริการบัญชีมาร์จิ้นได้ หลังผู้บริหาร บจ.หลายรายนำหุ้นค้ำประกันเงินกู้ยืม จนถูกฟอร์ซเซล ชี้เป็นหน้าที่โบรกเกอร์เองต้องดูแลไม่ให้กระทบเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ พร้อมเตือนนักลงทุนรายย่อยเช็กหุ้นก่อนลงทุน

วันที่ 11 กรกฎาคม 2567 นายรองรักษ์ พนาปวุฒิกุล รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกฎหมาย และหัวหน้ากลุ่มงานเลขานุการองค์กร และกำกับองค์กร ในฐานะโฆษก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนหลายรายได้นำหุ้นจำนวนมากไปวางเป็นประกันการชำระหนี้ในบัญชีมาร์จิ้น ทั้งนี้ขอแจ้งว่าปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีการรายงานข้อมูลหุ้นที่วางเป็นประกันการชำระหนี้ในบัญชีมาร์จิ้นอยู่แล้ว ผ่านหน้าเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นรายเดือน

เหตุผลที่ต้องเปิดเผยเป็นรายเดือน สืบเนื่องจากข้อมูลดังกล่าวทางบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) จะต้องนำส่งข้อมูลการรับหุ้นมาเป็นหลักประกันในบัญชีมาร์จิ้น ให้กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์ฯ นำมาเปิดเผยต่อ โดยข้อมูลล่าสุดจนถึงสิ้นเดือน พ.ค. 2567 สามารถตรวจสอบได้ https://www.set.or.th/th/market/statistics/market-statistics/margin-accounts

อาทิเช่น YGG นำหุ้นไปวางเป็นประกันการชำระหนี้ในบัญชีมาร์จิ้น สัดส่วน 54.23% ต่อจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท SCM นำหุ้นไปวางเป็นประกันการชำระหนี้ในบัญชีมาร์จิ้น สัดส่วน 52.09% ต่อจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท TFG นำหุ้นไปวางเป็นประกันการชำระหนี้ในบัญชีมาร์จิ้น สัดส่วน 51.36% ต่อจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท และ GPI ที่นำหุ้นไปวางเป็นประกันการชำระหนี้ในบัญชีมาร์จิ้น สัดส่วน 51.12% ต่อจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท

ทั้งนี้เพื่อให้นักลงทุนได้มีการศึกษาข้อมูลใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน และรู้ได้ว่าหุ้นตัวไหนมีความเสี่ยงจากกรณีราคาหุ้นลงหนักอาจจะมีการถูกบังคับขาย (Force Sell) ได้

“ถ้าเกิดหุ้นใดมีการเอาหุ้นไปวางประกันการชำระหนี้ในบัญชีมาร์จิ้นเยอะ ๆ เป็นสิ่งที่อยากให้นักลงทุนมีความระมัดระวัง ทั้งนี้ยังไม่รู้ว่าหุ้นเหล่านี้จะเกิดอะไรขึ้น เพราะเราไม่รู้ว่าใครนำหุ้นไปวางเป็นหลักประกันบ้าง แต่อย่างไรก็ตามจากกรณีผู้บริหารนำหุ้นไปวางประกันนั้น ก็ยังไม่ได้มีความผิดอะไร เพราะเป็นหุ้นของเขา เหมือนเรามีรถยนต์แล้วนำไปขอวงเงินสินเชื่อ ตราบใดที่ไม่ได้ผิดนัดชำระหนี้ ก็ยังไม่ผิด” นายรองรักษ์​กล่าว

แต่อย่างไรก็ดีธุรกรรมลักษณะนี้เป็นสิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงาน ก.ล.ต. จะต้องมาร่วมกันพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้เปิดเผยข้อมูลได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกันยังมีทรานแซ็กชั่นอีกบางส่วนที่เป็น Share Financing เช่น ขายหุ้นไปก่อนและมีสิทธิซื้อคืน และเอาหุ้นไปวางกับ Custodian ในต่างประเทศ ซึ่งธุรกรรมลักษณะนี้อาจจะยังไม่ได้รายงานไปยังสำนักงาน ก.ล.ต. เนื่องจากไม่เป็นการเอาหุ้นไปวางเป็นประกัน

นายรองรักษ์กล่าวว่า ส่วนกรณีที่บางโบรกเกอร์มีการปรับเปลี่ยนนโยบายการให้บริการบัญชีมาร์จิ้น เช่น Z.com ยุติการให้บริการ และล่าสุด บล.บียอนด์ เตรียมทบทวนแผนนั้น เบื้องต้นทางตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่สามารถจะสั่งให้โบรกเกอร์รายอื่น ๆ ต้องทบทวนแผนบริการบัญชีมาร์จิ้นได้ เพราะจะเป็นการชี้นำ แต่โบรกเกอร์เองมีหน้าที่ต้องดูแลเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NCR) ให้อยู่ในเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด ถ้าทำไม่ได้โบรกเกอร์รายนั้นจะเกิดปัญหาเงินกองทุนในที่สุด

ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะมอนิเตอร์ว่าโบรกเกอร์มีเงินดำรงเพียงพอในการชำระราคาและส่งมอบหุ้นหรือไม่ โดยดูข้อมูลผ่านบริษัท สำนักหักบัญชี (ประเทศไทย) จำกัด (TCH)