ดอลลาร์สหรัฐทรงตัว หลังดัชนี PPI สูงกว่าคาด
US Dollars ดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์สหรัฐทรงตัว หลังดัชนี PPI หรือดัชนีราคาผู้ผลิต ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิตประจำเดือน มิ.ย. สูงกว่าคาด ขณะที่ตลาดยังรอดูความเห็นจากเจ้าหน้าที่เฟด ก่อนการประชุมปลายเดือนนี้
วันที่ 15 กรกฎาคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานสภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/7) ที่ระดับ 36.23/24 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (12/7) ที่ระดับ 36.18/20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลัก
หลังเปิดตลาดเช้าวันนี้ (17/7) Dollar Index ปรับตัวลดลงที่ระดับ 104.20 ถึงแม้ว่าสหรัฐจะมีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่สูงกว่าคาดในวันศุกร์ (12/7) ก็ตาม แต่ดอลลาร์สหรัฐยังคงถูกกดดันอย่างต่อเนื่องจากการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาดในวันพฤหัสบดี (11/7) อีกทั้งมหาวิทยาลัยมิชิแกนมีการเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐออกมาต่ำสุดในรอบ 8 เดือนในเดือน ก.ค. ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
โดยเมื่อวันศุกร์ (12/7) ที่ผ่านมากระทรวงแรงงานสหรัฐมีการเปิดเผยดัชนี PPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิตประจำเดือน มิ.ย. โดยดัชนี PPI ทั่วไป (Headline PPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือน มิ.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.3% จากระดับ 2.4% ในเดือน พ.ค. และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือน มิ.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.1% หลังจากทรงตัวในเดือน พ.ค.
ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.0% ในเดือน มิ.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.5% จากระดับ 2.6% ในเดือน พ.ค. และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือน มิ.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.2% จากระดับ 0.3% ในเดือน พ.ค.
นอกจากนี้มหาวิทยาลัยมิชิแกนมีการเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐ ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 66.0 ในเดือน ก.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 68.5 จากระดับ 68.2 ในเดือน มิ.ย. โดยได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ
โดยระหว่างสัปดาห์ตลาดยังคงรอดูการแสดงความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่เฟดหลายท่านต่อตลาด ก่อนเข้าสู่ช่วงงดออกแสดงความเห็น (Silence Period) ก่อนการประชุมเฟดปลายเดือนนี้
ทั้งนี้ ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 36.18-36.28 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.21/22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/7) ที่ระดับ 1.0885/89 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (12/7) ที่ระดับ 1.0885/89 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยบ่ายวันนี้ (15/7) มีการเปิดเผยดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของยูโรโซนปรับลดลง 0.6% ในเดือน พ.ค. เมื่อเทียบรายเดือนสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่จะลดลง 0.9% หลังจากปรับตัวลดลง 0.1%
โดยในสัปดาห์นี้ตลาดรอติดตามผลการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 18 ก.ค. และในระหว่างวันยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.0881-1.0910 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0907/11 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/7) ที่ระดับ 158.10/11 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (12/7) ที่ระดับ 159.21/22 การแข้งค่าขึ้นอย่างมากของเงินเยนเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เกิดคำถามในตลาดว่า ญี่ปุ่นได้เข้ามาแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศเพื่อหนุนให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐหรือไม่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศญี่ปุ่นยังคงไม่ออกมายืนยันหรือปฏิเสธการแทรกแซงตลาด
โดยนายชุนอิจิ ซูซูกิ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นไม่ได้ยืนยันรายงานของสื่อที่ระบุว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้ดำเนินมาตรการ “ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยน” สำหรับคู่เงินยูโร-เยน อันเป็นแนวทางทีตลาดมองว่าเป็นสัญญาณของการแทรกแซงที่เกิดขึ้นจริง
นายซูซูกิระบุในการแถลงข่าวว่า “ผมขอไม่แสดงความคิดเห็นว่าเราได้แทรกแซงหรือไม่” ซึ่งเป็นถ้อยแถลงที่สอดคล้องกับนายมาซาโตะ คันดะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังฝ่ายกิจการต่างประเทศของญี่ปุ่นและนายโยชิมาสะ ฮายาชิ โฆษกรัฐบาล
วันนี้ตลาดญี่ปุ่นปิดเนื่องในวัน Marine Day โดยในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 157.74-158.42 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 157.88/91 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิตจากเฟดสาขานิวยอร์กเดือน ก.ค. (15/7), ยอดค้าปลีกของสหรับ (16/7), ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านของสหรัฐ (17/7), ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน มิ.ย. ของสหรัฐ (17/7), ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือน ก.ค.ของสหรัฐ (17/7), ดัชนีเงินเฟ้อของอังกฤษ (17/7),
รายงาน Beige Book ของเฟด (18/7), ดัชนีการผลิตเดือน ก.ค.จากเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (18/7), ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือน มิ.ย.ของสหรัฐ, การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) (18/7) และตัวเลขยอดค้าปลีกของอังกฤษ (18/7)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.70/-9.40 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -7.50/-6.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ