เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ฐากร เสนอ 3 ทางออกงบฯดิจิทัลวอลเลต

17 ก.ค. 2567 | 19:27น.
Thakorn

Thakorn

ฐากร ไทยสร้างไทย ระบุงบฯดิจิทัลวอลเลต 1.2 แสนล้านส่อขัด พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง และ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ จี้ถอนร่างทันที พร้อมเสนอ 3 ทางออก บริหารงบฯ 67 ปรับงบฯ 68 ดึงรายได้แผ่นดิน เดินหน้าโครงการโดยไม่ต้องสุ่มเสี่ยงขัดกฎหมาย

วันที่ 17 กรกฎาคม 2567 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปี 2567 เพื่อขออนุมัติงบประมาณวงเงิน 1.22 แสนล้านบาท เพื่อนำไปทำโครงการดิจิทัลวอลเลตแจก 10,000 บาทว่า

ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวสุ่มเสี่ยงที่จะขัดต่อกฎหมายพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ ปี 2561 ในมาตรา 21 ระบุชัดว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ให้กระทำได้เมื่อมีเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องใช้เงินระหว่างปีงบประมาณ “โดยไม่สามารถรองบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณถัดไปได้”

รวมถึงอาจขัดต่อพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณปี 2561 มาตราที่ 10 ที่ระบุว่างบประมาณประจำปีที่เสนอต่อรัฐสภาอย่างน้อยต้องมีเอกสารประกอบซึ่ง (8) ระบุถึงผลการดำเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณของปีงบประมาณที่ล่วงมาแล้ว

นายฐากรกล่าวอีกว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลถอนร่างงบประมาณรายจ่ายดังกล่าวออกไปก่อน และขอเสนอ 3 ทางออก เพื่อผลักดันโครงการดิจิทัลวอลเลตให้สามารถดำเนินการแจกเงินให้ถึงมือพี่น้องประชาชนได้โดยไม่ต้อง แบกรับภาระความเสี่ยง ทั้งในแง่ของกฎหมายและงบประมาณ ด้วย 3 ทางออกดังต่อไปนี้

1) บริหารจัดการงบประมาณปี 2567 โดยใช้งบฯกลางที่รัฐบาลกันไว้ 4.3 หมื่นล้านบาทสำหรับดิจิทัลวอลเลต รวมกับบริหารงบฯที่ก่อหนี้ผูกพันไม่ทันจากกระทรวงต่าง ๆ อีก 5.7 หมื่นล้าน รวมเป็น 100,000 ล้านบาท

2) ปรับงบประมาณปี 2568 โดยใช้งบฯกลาง เพื่อทำดิจิทัลวอลเลต 1.527 แสนล้านบาท รวมกับงบฯในส่วนที่กรรมาธิการวิสามัญปรับลดอีกประมาณ 70,000 ล้านบาท รวมเป็น 2.2 แสนล้านบาท

3) ดึงเงินรายได้แผ่นดินที่รอนำส่งคลังจาก กสทช. 1.32 แสนล้านบาท มาใช้ ซึ่งงบฯจากทั้ง 3 ส่วนจะรวมเป็น 4.5 แสนล้านบาท

สส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยสร้างไทยยังกล่าวถึงการตั้ง 7 คำถาม ซึ่งเป็นเสียงสะท้อนจากประชาชนไปถึงโครงการดิจิทัลวอลเลตด้วย เช่น มีมาตรการในการป้องกันการทุจริตหรือไม่ มีแผนหรือเตรียมการรับมืออย่างไรบ้าง และโครงการนี้จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของประชาชนได้มากน้อยเพียงใด จะเป็นพายุหมุนได้หรือไม่ ควรมีรายงานศึกษาผลกระทบในภาพรวมของเศรษฐกิจออกมาเผยแพร่ เป็นต้น