Skip to content

“ไบเดน” อ่อนแรง ใกล้ถอนตัว มรสุมพรรคบีบ “ทรัมป์” กระแสดีวันดีคืน พรรคอุ้มชู

19 ก.ค. 2567 | 15:50น.
“ไบเดน” อ่อนแรง ใกล้ถอนตัว มรสุมพรรคบีบ “ทรัมป์” กระแสดีวันดีคืน พรรคอุ้มชู

โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐและตัวแทนเดโมแครตอยู่ในสถานะที่ยิ่งอ่อนแอนับตั้งแต่ผลงานดีเบตรอบแรกออกมาไม่น่าพอใจ และยังถูกซ้ำเติมจากการติดเชื้อโควิด-19 สมาชิกพรรคเดโมแครตเรียกร้องให้ถอนตัวจากการแข่งขัน ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนรีพับลิกันและอดีตผู้นำสหรัฐรอดจากกระสุนสังหารเพราะ “ผมมีพระเจ้าอยู่ข้างผม” ยิ่งได้รับการสนับสนุนจากพรรครีพับลิกันแข็งแกร่งกว่าที่เคย

วันที่ 19 กรกฎาคม 2024 เอเอฟพี รายงานอ้างสื่ออเมริกันหลายสำนักว่า นายโจ ไบเดน วัย 81 ปี ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กำลังอยู่ในช่วงใคร่ครวญอย่างหนักถึงการตัดสินใจจะถอนตัวจากการลงแข่งขันชิงตำแหน่งผู้นำสหรัฐอีกสมัยในฐานะตัวแทนพรรคเดโมแครต

เดอะ นิวยอร์กไทมส์ รายงานว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐเริ่มที่จะยอมรับความคิดที่ว่า เขาอาจไม่สามารถชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพฤศจิกายนนี้ได้ และอาจจะถอนตัวจากการแข่งขัน ซึ่งขณะนี้นายไบเดนติดเชื้อโควิด-19 ทำให้ต้องหยุดหาเสียงกลางคันและต้องแยกรักษาตัวเดี่ยวหลายวันที่บ้านพักชายทะเลในรัฐเดลาแวร์

สื่ออเมริกันหลายสำนักรายงานตรงกันว่า เขากำลังพิจารณาถึงอนาคตของการลงเลือกตั้งอีกสมัยท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้ถอนตัวภายในพรรค

นิวยอร์กไทมส์อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดไบเดนหลายคน โดยกล่าวว่า พวกเขาเชื่อว่า ไบเดนเริ่มยอมรับว่าเขาอาจแพ้นายโดนัลด์ ทรัมป์ คู่แข่งและอาจถอนตัว ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเดือนพฤศจิกายนนี้ “ความจริงกำลังเริ่มต้น” และว่าจะไม่ประหลาดใจ หากในไม่ช้า ไบเดนรับรองนางกมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐ มาแทนที่เขาในฐานะตัวแทนเดโมแครต

นางแนนซี่ เพโลซี่ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐกล่าวกับสมาชิกพรรคเดโมแครตว่าไบเดนอาจถูกโน้มน้าวให้ออกจากการแข่งขันในไม่ช้านี้

วอชิงตันโพสต์รายงานว่า ในขณะเดียวกัน อดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามากล่าวกับพันธมิตรว่า ไบเดนควรใคร่ครวญอย่างหนักถึงความอยู่รอดของสถานะตัวแทนพรรคด้วย

เว็บไซต์ข่าว แอ็กซีออส (Axios news outlet) รายงานว่า ไบเดนอาจถอนตัวในสุดสัปดาห์นี้ ขณะที่สถานีโทรทัศน์ NBC รายงานอ้างคำพูดของบุคคลใกล้ชิดไบเดนว่า “เราใกล้ถึงตอนจบ”

การสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐของไบเดนอยู่ในสถานะเสี่ยงมาสามสัปดาห์ นับตั้งแต่การดีเบตรอบแรกกับนายทรัมป์เข้าขั้นหายนะ ซึ่ง สส.เดโมแครต 20 คนเรียกร้องให้นายไบเดนถอนตัวอย่างเปิดเผย

และเริ่มมีข่าวปูดออกมาเป็นระยะว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายชัก ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา และนายฮาคีม เจฟฟรีส์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งต่างก็เป็นผู้นำพรรคเดโมแครตใน 2 สภา แยกกันเข้าพบนายไบเดนเป็นการส่วนตัว และแสดงความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับการลงชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐที่อาจส่งผลลบต่อการแข่งขันทั้งใน 2 สภา

นาย ที.เจ.ดักโล เจ้าหน้าที่หาเสียงของไบเดนกล่าวทางเว็บไซต์ X ว่า เขาปฏิเสธรายงานข่าวและยืนยันว่าประธานาธิบดีไบเดนจะยังอยู่ในการเแข่งขันต่อไป

ด้านนางแฮร์ริส ไม่แสดงความเห็นเกี่ยวกับวิกฤตในเรื่องนี้ ในระหว่างการกล่าวปราศรัยที่รัฐนอร์ทแคโรไลนา รัฐสมรภูมิระหว่างสองพรรค แต่ยกย่องไบเดนว่า “ความตรงกันข้ามระหว่างไบเดนและทรัมป์ เหมือนกลางคืนกับกลางวัน”

พระเจ้าอยู่ข้างผม

รอยเตอร์รายงานว่า ขณะที่สมาชิกพรรครีพับลิกันเป็นหนึ่งเดียวกับทรัมป์ หลังจากเหตุการณ์พยายามลอบสังหาร ซึ่งขณะนี้อายุ 78 ปี อ่อนกว่านายไบเดนเพียง 3 ปี รอดจากเหตุลอบยิงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น

ในการกล่าวปราศรัยที่การประชุมใหญ่พรรครีพับลิกันวันสุดท้าย (18 ก.ค.เวลาท้องถิ่นสหรัฐ) เมืองมิลวอกี นายทรัมป์อธิบายว่าเขารอดตายจากความพยายามลอบสังหารอย่างฉิวเฉียดได้อย่างไร นับเป็นการกล่าวปราศรัยครั้งแรกนับตั้งแต่เหตุลอบยิง ซึ่งที่รอดมาได้ก็เนื่องด้วยเพียงพระคุณแห่งอำนาจของพระผู้เป็นเจ้า

นายทรัมป์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มกว่าเดิม “ผมได้ยินเสียงหวีดหวือและรู้สึกถึงบางอย่างโดนหูข้างขวาผมอย่างแรง” “ผมพูดกับตัวเองว่า ว้าว มันคืออะไร อย่างเดียวเลยคือกระสุนปืนเท่านั้น”  เมื่อนายทรัมป์กล่าวกับฝูงชนที่มารวมกันว่า “เขาไม่สมควรที่จะมาอยู่ที่นี่” ซึ่งผู้แทนพรรครีพับลิกันตะโกนกลับไปว่า ใช่

“ผมมีพระเจ้าอยู่ข้างผม” “หากผมไม่หันศีรษะในฉับพลันทันที” “กระสุนของผู้ลอบสังหารจะตรงเป้าและผมจะไม่ได้ยืนอยู่ที่นี่ในคืนนี้” นายทรัมป์กล่าว

สถานะทรัมป์แข็งแกร่งขึ้น

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศยอมรับการเสนอชื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันอย่างเป็นทางการ ถือเป็นสปีชประกาศยอมรับการเสนอชื่อเป็นตัวแทนพรรคที่ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ สุนทรพจน์ทำลายสถิติของทรัมป์เองที่สร้างไว้เมื่อปี 2016

“ผมกำลังลงแข่งขันเพื่อที่จะเป็นประธานาธิบดีของทุกคนในอเมริกา ไม่ใช่ครึ่งหนึ่งของอเมริกา เพราะไม่มีชัยชนะใดเกิดขึ้นจากการชนะประชาชนครึ่งหนึ่งของอเมริกา” ทรัมป์กล่าว ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนครั้งสำคัญสำหรับทรัมป์ที่ปกติมักชอบต่อสู้

ทรัมป์กระชับอำนาจภายในพรรค การควบคุมพรรครีพับลิกันของนายทรัมป์ไม่เคยจะแข็งแกร่ง แต่ต่อไปนี้ทรัมป์จะอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2017-2021