เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
ตลท.ขีดเส้นตาย 3 หุ้น HPT-MVP-SAM ส่งงบ 16 พ.ย.นี้ เตือนเสี่ยงถูกเพิกถอน
Finance ตลท.ขีดเส้นตาย 3 หุ้น HPT-MVP-SAM ส่งงบ 16 พ.ย.นี้ เตือนเสี่ยงถูกเพิกถอน
ปิดทองหลังพระฯ เชื่อมดิน-น้ำ-สุขภาพ ชุมชนห้วยม่วง เชียงใหม่
SD ปิดทองหลังพระฯ เชื่อมดิน-น้ำ-สุขภาพ ชุมชนห้วยม่วง เชียงใหม่
เศรษฐา ชี้กองทุนแสนสิริปิดดีลโรงแรมอิตาลี ก้าวแรกลงทุน ชูทำเลเด่นทดแทนยาก
Real Estate เศรษฐา ชี้กองทุนแสนสิริปิดดีลโรงแรมอิตาลี ก้าวแรกลงทุน ชูทำเลเด่นทดแทนยาก
เปิด “หอการค้าแฟร์ 2026” ขนทัพ 96 เอสเอ็มอี บุกงาน LANNA EXPO 2026 เชียงใหม่
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิด “หอการค้าแฟร์ 2026” ขนทัพ 96 เอสเอ็มอี บุกงาน LANNA EXPO 2026 เชียงใหม่
กนอ. รื้อแบบผังนิคมรับมือน้ำ คันดิน-เขื่อนกั้นต้องบวกเพิ่มอีก 50 ซม.
Economic กนอ. รื้อแบบผังนิคมรับมือน้ำ คันดิน-เขื่อนกั้นต้องบวกเพิ่มอีก 50 ซม.
น้ำท่วมหาดใหญ่ บทเรียนราคาแพง  LIFELINE ชวนเตรียมพร้อมก่อนวิกฤต
Economic น้ำท่วมหาดใหญ่ บทเรียนราคาแพง  LIFELINE ชวนเตรียมพร้อมก่อนวิกฤต
TFEX ขยายเวลาซื้อขายทองคำ-ค่าเงิน-ยางพารา เปิดตลาด 8 โมงเช้า เริ่ม 16 พ.ย.นี้
Finance TFEX ขยายเวลาซื้อขายทองคำ-ค่าเงิน-ยางพารา เปิดตลาด 8 โมงเช้า เริ่ม 16 พ.ย.นี้
เตรียมเปิดฉาก CP Innovation Exposition 2026 ชูไฮไลต์โชว์เคสนวัตกรรม-เวที 8 Beyond
Tech เตรียมเปิดฉาก CP Innovation Exposition 2026 ชูไฮไลต์โชว์เคสนวัตกรรม-เวที 8 Beyond
MTC โชว์แกร่ง! มูดี้ส์ให้เครดิต Ba2 ครั้งแรก เดินหน้ารุกสินเชื่อฐานราก
Finance MTC โชว์แกร่ง! มูดี้ส์ให้เครดิต Ba2 ครั้งแรก เดินหน้ารุกสินเชื่อฐานราก
ดูทั้งหมด

ต้องเร่งช่วย

28 ก.ค. 2567 | 21:06น.
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : สันติ จิรพรพนิต

ประเดประดังเข้ามา ชนิดเซแซด ๆ

ปัญหาเศรษฐกิจ ที่ลุกลามหนักขึ้นเรื่อย ๆ การปิดโรงงานและกิจการต่าง ๆ ออกมาให้เห็นอยู่เนือง ๆ

ถือว่าเป็นเคราะห์ซ้ำกรรมซัดของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ที่รับผลต่อเนื่องมาจากสภาพเศรษฐกิจ และปัญหาโควิด-19 ที่ย่ำแย่มานานหลายปี

ที่น่ากังวลสุดตอนนี้ไม่พ้นภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และรถยนต์

เพราะตัวเลขครึ่งแรกของ 2 ธุรกิจหลักนี้ ออกมาย่ำแย่สุด ๆ ในรอบนับ 10 ปี

ยิ่งกับตลาดรถยนต์บ้านเรา ทำยอดขายรวมกันแค่ 308,027 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2566 ราว ๆ 24.16%

เมื่อเจาะแต่ละเซ็กเมนต์ พบว่าลดลงเกือบทั้งหมด

มีเพียงกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า หรืออีวี ที่ยังเติบโตกับยอดขาย 33,508 คัน เพิ่มขึ้น 6.91%

เช่นเดียวกับรถยนต์พลังงานไฮบริด ลูกผสมน้ำมัน+ไฟฟ้า ที่เติบโตสูงถึง 69.64% ด้วยยอดขาย 67,110 คัน

ส่วนหนึ่งมาจากความนิยมรถยนต์ไฟฟ้า ที่เติบโตลดลงอย่างมีนัย

ผู้ใช้ส่วนหนึ่งมองว่าการใช้รถไฟฟ้ายังไม่เหมาะกับวิถีชีวิตของตน แต่ยังต้องการความประหยัด จึงหันไปซื้อรถไฮบริดแทน

ที่น่าห่วงไม่พ้นรถเก๋งเครื่องยนต์สันดาปภายใน ยอดขายลดลงค่อนข้างเยอะ

แต่หนักกว่าคือปิกอัพ ที่ปกติเป็นเซ็กเมนต์ยอดขายสูงและเติบโตมานานหลายปี

แต่ 6 เดือนแรกขายได้ 89,581 คัน ลดลง 40.15%

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. ถึงขนาดต้องปรับเป้าการผลิตรถยนต์ลงถึง 200,000 คัน

จาก 1,900,000 คัน เหลือ 1,700,000 คัน

ที่น่าตกใจคือเป็นการปรับลดเฉพาะที่ผลิตเพื่อขายในประเทศ

จากเดิมตั้งเป้าปี 2567 ผลิตเพื่อขายในประเทศ 750,000 คัน ปรับลดเหลือเพียง 550,000 คัน

ผลที่ตามมาไม่พ้นภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ที่มีจำนวนมาก อาทิ ผู้ผลิตชิ้นส่วน โชว์รูมรถยนต์ ฟิล์ม ฯลฯ กิจการพลอยหดตัว

โดยเฉพาะกลุ่มผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ภาคตะวันออก

บางรายที่ไม่ไหวต้องปิดกิจการ หรือขอเข้ามาตรา 75 ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ

เพื่อลดเวลาทำงาน หรือปิดกิจการชั่วคราว โดยจ่ายค่าจ้าง 75%

กลุ่มซับคอนแทร็กต์ที่รับช่วงการทำงานของบริษัทใหญ่ ๆ ในลักษณะสัญญาจ้าง ได้รับผลกระทบมากที่สุด

เรียกว่าภาคเอกชนพยายามซื้อเวลาให้ตัวเอง และพนักงานนานที่สุด

ที่ผ่านมาแม้รัฐบาลจะพยายามออกมาตรการช่วยเหลือด้านต่าง ๆ แต่ชัดเจนว่าถึงตอนนี้ยังไม่เพียงพอ

ยิ่งกับอุตสาหกรรมยานยนต์จากญี่ปุ่น ที่เป็นหนึ่งในเสาหลักของไทยมายาวนาน

เจอปัญหาทั้งหนี้ครัวเรือนระดับสูง การเข้มงวดรวมถึงปฏิเสธสินเชื่อของไฟแนนซ์

ที่สำคัญการเข้ามาตีตลาดอย่างรุนแรงของรถไฟฟ้าจีน

แม้ทางหนึ่งบริษัทรถยนต์จากจีน จะทุ่มเงินรวมกันราว ๆ 2 แสนล้านบาท ตั้งโรงงานในไทย

แต่ต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ กว่าจะส่งผลในเชิงบวกกับภาพรวมเศรษฐกิจ

และยังไม่แน่ชัดว่าจะบวกได้มากน้อยขนาดไหน หากเทียบกับบริษัทรถยนต์ดั้งเดิม

เพราะฉะนั้น จึงสมควรอย่างยิ่งที่รัฐบาลต้องเพิ่มการช่วยเหลือธุรกิจยานยนต์ และอสังหาริมทรัพย์

ส่วนจะออกมาตรการใด เชื่อว่ารัฐบาลน่าจะได้ข้อมูลหรือข้อเสนอจากทั้ง 2 กลุ่มธุรกิจมาแล้วประมาณหนึ่ง

อะไรที่ทำได้ก็เร่งทำ อะไรที่ต้องรอเป็นแผนขั้นต่อไป ก็ควรแสดงท่าทีสนับสนุนให้ชัดเจน

เพื่ออย่างน้อยเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

ให้ภาคเอกชนที่กำลังกัดฟันสู้ และลูกจ้างที่กำลังดิ้นรน มีแรงฮึดขึ้นมาอีกสักนิด

ทำให้รู้สึกว่าหนทางข้างหน้า ไม่ได้มืดมนไปเสียทั้งหมด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สามัญสำนึก