เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“ไต้หวัน” บูมท่องเที่ยวทุกฤดู ผนึก KTC อัดแคมเปญ “อันซีน” ดึงคนไทย

04 ส.ค. 2567 | 09:00น.
tiwan

tiwan

คนไทยแห่เที่ยวไต้หวัน “การท่องเที่ยวไต้หวัน” เผย 4 เดือนตัวเลขจำนวนเพิ่มขึ้นเกือบ 18% มุ่งเดินนโยบายป้องกันผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมเผยโฉมโลโก้ “Taiwan-Waves of Wonder” สนับสนุนการท่องเที่ยวยั่งยืน ผนึก “เคทีซี” เปิดตัวแคมเปญ Unseen Taiwan 2024 เที่ยวได้ในทุกฤดูกาล รับเทรนด์คนไทยนิยมเดินทางใกล้ หวังดันยอดคนไทยเยือนไต้หวันปีนี้ไม่ต่ำกว่า 4.2 แสนคน แซงหน้าก่อนโควิด

นางสาวซินดี้ เฉิน ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ในช่วง 4 เดือนแรก (มกราคม-เมษายน 2567) ที่ผ่านมา มีคนไทยไปเที่ยวไต้หวันรวม 153,638 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 17.82% เป็นผลจากการขยายระยะเวลานโยบายฟรีวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย 14 วัน ไปถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 รวมถึงจำนวนเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ-ไต้หวัน ที่มีเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

สนับสนุนการท่องเที่ยวยั่งยืน

สำหรับในปีนี้การท่องเที่ยวไต้หวันได้พยายามวางแผนเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้ได้มากขึ้น ควบคู่กับการออกนโยบายเพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจมีต่อทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม ด้วยการรณรงค์ให้ความรู้แก่หน่วยงานภาคการท่องเที่ยวในเรื่องการลดปริมาณขยะ การใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า และเคารพวัฒนธรรมพื้นถิ่น

รวมถึงวางแผนงานเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวยั่งยืน (Sustainable Tourism) ประกอบด้วย 1.โครงการด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism Initiatives) การจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ อุทยานธรณี และเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ พร้อมแผนการบริหารด้านการท่องเที่ยวใส่ใจสิ่งแวดล้อม 2.การคมนาคมคาร์บอนต่ำ ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางด้วยรถไฟ เส้นทางจักรยาน หรือการเช่ารถยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดการปล่อยปริมาณคาร์บอน

3.การรับรองมาตรฐานคุณภาพ รัฐบาลสนับสนุนธุรกิจบริการท่องเที่ยวให้ได้รับใบรับรอง อาทิ Green Travel Mark และ Travelife เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นและรับผิดชอบต่อการรักษาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน และ 4.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน อาทิ ที่พักที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ระบบการกำจัดของเสีย รวมถึงศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยวเพื่อให้ความรู้ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและมรดกทางวัฒนธรรม

ชู Unseen Taiwan 2024

นางสาวซินดี้กล่าวด้วยว่า ปีนี้การท่องเที่ยวไต้หวันได้เปลี่ยนโลโก้ใหม่ภายใต้ธีม Taiwan-Waves of Wonder เพื่อชูจุดยืนเรื่องกลยุทธ์การท่องเที่ยวที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้รูปแบบเส้นสายลอนคลื่นที่ได้แรงบันดาลใจมาจากภูเขา ทะเล ถนนทรงคดเคี้ยว หรือทางรถไฟ บ่งบอกถึงความงดงามของภูมิทัศน์ธรรมชาติ ผสานกับมรดกทางวัฒนธรรมอันยาวนานของไต้หวัน การเลือกโทนสีส้มเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของพระอาทิตย์ขึ้น สื่อถึงความหวังสำหรับการท่องเที่ยวยั่งยืนที่พร้อมส่งต่อไปยังประชากรรุ่นต่อไปในอนาคต

นอกจากนี้ ไต้หวันยังมีสถานที่ท่องเที่ยวจากแคมเปญ “Unseen Taiwan 2024” ที่พร้อมมอบประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับนักท่องเที่ยวใน 4 ฤดูกาลดังนี้ 1.ฤดูใบไม้ผลิ (Spring) เป็นช่วงที่ดอกซากุระกำลังบานและสวยงามที่สุด อาทิ ไทเป-อุทยานแห่งชาติหยางหมิงซาน หรือสวนเล่อหัว, นิวไทเป-วัดเทียนหยวน, เจียอี้-อุทยานแห่งชาติอาลีซาน และเถาหยวน-ลาลา เมาน์เท่น เป็นต้น

tiwan

2.ฤดูร้อน (Summer) ไต้หวันเป็นสวรรค์ของนักชิม มีร้านอาหารที่ได้รับรางวัลมิชลินถึง 4 เมืองทั่วเกาะไต้หวัน ได้แก่ ไทเป ไถจง เกาสง และไถหนาน ในขณะที่ Street Food ของไต้หวันก็เป็นที่นิยมด้วยรสชาติที่อร่อย มีความหลากหลาย ในราคาที่เหมาะสม

3.ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) เป็นช่วงที่เหมาะกับการปั่นจักรยานท่องเที่ยว โดยไต้หวันมีเส้นทางการปั่นจักรยานที่จัดอันดับจาก CNN ว่าเป็น 1 ในเส้นทางจักรยานที่สวยงามที่สุดในโลก คือเส้นทางปั่นจักรยานรอบทะเลสาบสุริยันจันทรา หรือจะเลือกแช่บ่อน้ำพุร้อนเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง

และ 4.ฤดูหนาว (Winter) เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปไต้หวันเพื่อช็อปปิ้ง ประกอบกับเป็นช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองวันสิ้นปี จะมีการจุดดอกไม้ไฟสว่างไสวไปทั้งเมืองไทเป และหัวเมืองใหญ่ทั่วเกาะไต้หวัน รวมถึงกิจกรรมรื่นเริงอื่น ๆ อีกมากมายเพื่อต้อนรับวันขึ้นปีใหม่

“ในปี 2566 นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปไต้หวันทั้งสิ้นเกือบ 4 แสนคน และคาดว่าจากแผนการทำการตลาดในปีนี้ จะทำให้ตลอดปี 2567 นี้มีจำนวนคนไทยไปเที่ยวไต้หวันไม่ต่ำกว่า 4.2 แสนคน หรือไม่ต่ำกว่าปี 2562 ก่อนโควิด” นางสาวซินดี้กล่าว

ครึ่งปีแรกใช้จ่ายที่ไต้หวัน No.5

ด้านนางสาวพัทธ์ธีรา อนันต์โชติพัชร ผู้บริหาร KTC World Travel Service และการตลาดหมวดสายการบิน “เคทีซี” หรือบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หนึ่งในกลยุทธ์การตลาดของเคทีซีที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอคือเรื่อง Partnership Marketing โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ให้การสนับสนุน ส่งเสริม และขยายขอบเขตความร่วมมือกับพันธมิตรในทุกภาคส่วน

อาทิ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยว สายการบิน บริษัทตัวแทน (ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์) โรงแรม รถไฟ รถเช่า หรือเรือสำราญ ครอบคลุมทุกผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังได้ทำกิจกรรมการตลาดร่วมกัน เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ให้กับสมาชิกผ่านงานด้านการท่องเที่ยว หรืองานแฟร์ การจัดเวิร์กช็อป และกิจกรรมร่วมกับชุมชน รวมถึงพัฒนาช่องทางสื่อสารให้ตรงกลุ่มสมาชิกมากยิ่งขึ้น

สำหรับความร่วมมือกับการท่องเที่ยวไต้หวันในปี 2566 ที่ผ่านมา ได้รับผลตอบรับที่ดี สะท้อนจากจำนวนสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีและยอดรวมการใช้จ่ายที่ไต้หวันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ไต้หวันยังคงเป็นเส้นทางยอดนิยมของสมาชิก

โดยในครึ่งปีแรกของปี 2567 สมาชิกใช้จ่ายผ่านบัตรที่ไต้หวันเป็นอันดับที่ 5 เมื่อดูจากพอร์ตยอดรวมการใช้จ่ายในต่างประเทศเส้นทางเอเชีย รองจากญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง และจีน และสมาชิกเลือกใช้บริการเพื่อเดินทางไปยังไต้หวันผ่าน KTC World Travel Service สูงเป็นอันดับที่ 4 รองจากฮ่องกง ญี่ปุ่น และจีน โดยมียอดใช้จ่ายสำหรับการเดินทางต่อบุคคลอยู่ที่ 23,000 บาทต่อราย

ผนึก “แอร์ไลน์” หนุนต่อเนื่อง

สำหรับปีในปี 2567 นี้ พบว่าเทรนด์การท่องเที่ยวมีการปรับเปลี่ยนไป สมาชิกนิยมเลือกใช้เวลาเดินทางสั้นลง และวางแผนการท่องเที่ยวด้วยตัวเองตามไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างมากขึ้น KTC World Travel Service จึงได้รวมผลิตภัณฑ์บริการท่องเที่ยวที่แสดงความมุ่งมั่นด้านรักษ์สิ่งแวดล้อมไว้ในหมวดที่เรียกว่า Green Products

โดยเคทีซีได้ร่วมมอบสิทธิพิเศษเพิ่มเติม เพื่อแสดงจุดยืนในการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนร่วมกับพันธมิตรทุกราย สำหรับแคมเปญ “Unseen Taiwan 2024” เคทีซีได้จับมือกับสายการบินหลัก ได้แก่ ไชน่าแอร์ไลน์ (China Airlines) อีวีเอ แอร์ (EVA Air) สตาร์ลักซ์ แอร์ไลน์ (STARLUX Airlines) และการบินไทย (THAI Airways) มอบส่วนลดพิเศษเฉพาะบัตรเครดิตเคทีซี เมื่อสมาชิกจองตั๋วเครื่องบินผ่านเว็บไซต์สายการบินดังกล่าว รวมถึงผ่านช่องทางของเคเคเดย์ (KKday)

นอกจากนี้ ยังได้เสนอแพ็กเกจ “Taiwan Explorer” รวมตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และบัตรรถไฟ เพื่อเน้นเรื่องการเดินทางท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนระยะเวลา 3 วัน 2 คืน โดยสามารถเลือกเมืองจุดหมายที่ต้องการ เช่น ไทเป เกาสง หรือเมืองทางตอนใต้อื่น ๆ