เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
ดูทั้งหมด

สหรัฐขาดดุลงบประมาณน้อยลง 16% ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

13 ส.ค. 2567 | 11:56น.
กระทรวงการคลัง สหรัฐ

ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สหรัฐมีการขาดงบประมาณที่แท้จริงน้อยลง 16% แม้ว่ารายจ่ายด้านเมดิแคร์ที่เพิ่มขึ้น จะทำให้ตัวเลขทางบัญชีดูเหมือนขาดดุลเพิ่มขึ้น 10%

วันที่ 13 สิงหาคม 2024 รอยเตอร์ (Reuters) รายงานถึงแถลงการณ์ของกระทรวงการคลังสหรัฐ ในวันที่ 12 สิงหาคม ว่า ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน เป็นผลจากรายจ่ายด้านสวัสดิการเมดิแคร์ในปีนี้ที่สูงขึ้น แต่หากคำนวณใหม่จะพบว่ามีการขาดดุลลดลง 16%

กระทรวงการคลังกล่าวว่า ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมามีการขาดดุลงบประมาณสูงขึ้น 23,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 8 แสนล้านบาท) เป็น 244,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 8.5 ล้านล้านบาท) จากที่เคยขาดดุลอยู่ที่ 221,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 7 ล้านล้านบาท) ในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2023

ซึ่งแบบสำรวจความคิดเห็นจากนักเศรษฐศาสตร์จัดทำโดยรอยเตอร์ คาดการณ์ว่าเดือนกรกฎาคมปีนี้จะขาดดุลอยู่ที่ 242,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 8.5 ล้านล้านบาท) 

โดยตัวเลขการขาดดุลที่เพิ่มขึ้นมานี้ เป็นผลจากการชำระบัญชีที่ต่ำกว่าปกติในเดือนกรกฎาคม 2023 โดยเฉพาะสวัสดิการเมดิแคร์ (Medicare) เพราะมีการชำระเงินในเดือนมิถุนายน 2023 แทน เนื่องจากต้นเดือนกรกฎาคม 2023 ตรงกับช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

ค่าใช้จ่ายในเดือนกรกฎาคม 2024 เพิ่มขึ้น 16% เป็น 547,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 19 ล้านล้านบาท) มาจากค่าใช้จ่ายเมดิแคร์ที่เพิ่มขึ้น 72,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.5 ล้านล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในปีที่แล้วไม่ได้ต่ำจริง เพียงแต่การชำระเงินถูกกระจายไปยังสิ้นเดือนมิถุนายน 2023 ดังนั้น เมื่อคำนวณใหม่โดยพิจารณาการชำระเงินดังกล่าว ค่าใช้จ่ายในเดือนกรกฎาคมจะลดลง 1% จากปีก่อน

รายรับในเดือนกรกฎาคม 2024 อยู่ที่ 330,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 11 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 20% จากกรกฎาคมปีก่อน แต่เมื่อปรับค่าด้วยภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (Deferred Tax) แล้ว รายรับจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าอยู่ที่ 12%  

เมื่อนำการชำระบัญชีข้างต้นมาพิจารณา และปรับแต่งการคำนวณใหม่ กระทรวงการคลังกล่าวว่ารัฐบาลสหรัฐจะขาดดุลน้อยลง 16% หรือ 45,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.5 ล้านล้านบาท) เมื่อเทียบกับกรกฎาคม 2023

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังกล่าวว่า ต้นทุนการชำระหนี้ (Debt Service Cost) ของรัฐบาลกลางยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 21% เป็น 89,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.1 ล้านล้านบาท) ในเดือนที่แล้ว และอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักเพิ่มขึ้น 49 Basis Points เป็น 3.33%

ตลอด 10 เดือนแรกของงบฯการคลังในปี 2024 สหรัฐขาดดุลน้อยลง 6% เป็น 1.517 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 53.3 ล้านล้านบาท) จาก 1.614 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 56.7 ล้านล้านบาท) ในช่วงเวลาเดียวกันของปีงบประมาณ 2023 ซึ่งปีงบประมาณสหรัฐเริ่มต้นในวันที่ 1 ตุลาคม และสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายนของทุกปี

กระทรวงการคลังกล่าวว่า ยอดรายรับสะสมตั้งแต่ต้นปี (Year-to-Date) เพิ่มขึ้น 11% เป็น 4.085 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 143 ล้านล้านบาท) ขณะที่ยอดรายจ่ายในช่วงเวลาดังกล่าวเพิ่มขึ้น 6% เป็น 5.602 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 196 ล้านล้านบาท)