เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

นครศรีฯ-พัทลุงตื่นน้ำป่า หวั่น “เขาบรรทัด” 8 แสนไร่ไม่อุ้มน้ำ

26 ก.ย. 2567 | 08:15น.
Khao Banthat

Khao Banthat

สถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือหลายจังหวัด ได้แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มความรุนแรงที่มีมากขึ้น ส่งผลให้ประชาชนในภาคต่าง ๆ เกิดการตื่นตัว และเตรียมการรับมือฤดูฝนในปีนี้ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้

กรุงชิงตื่นไม่ให้ซ้ำรอยปี’54

ประชาชนที่บ้านพิตำ ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ได้ตื่นตัวพร้อมรับมือ เนื่องจากปัจจุบันสภาพพื้นที่บ้านพิตำ ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ มีคลองพิตำ ธารน้ำสาขาของลุ่มน้ำคลองกลายที่พาดผ่านชุมชนท่ามกลาง พื้นที่เกษตรกรรมลาดชันและพื้นที่ป่าเขา โดยมีพื้นที่ปลูกทุเรียน ซึ่งไม่มีไม้อื่นเข้ามาปะปน ทำให้เป็นพื้นที่เสี่ยงหากเกิดภาวะฝนตกหนัก

ซึ่งหากปริมาณฝนมากจะส่งผลให้เกิดน้ำหลากอย่างรุนแรงและยังเป็นตัวเหนี่ยวนำดินโคลนถล่มได้โดยง่าย จึงมีการเฝ้าระวังเป็นจุดเสี่ยงและยกระดับความปลอดภัยของชุมชนมากกว่า 60 ครัวเรือนที่อยู่ใกล้กับแนวลำน้ำดังกล่าว

นายสุวิทย์ สินตุ้น เจ้าพนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนตำบลกรุงชิง ระบุว่า พื้นที่บ้านพิตำ ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช จุดนี้ถือเป็นพื้นที่สีแดงที่ต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากเมื่อปี 2554 หลายจุดของในพื้นที่ ต.กรุงชิง และทางด้านเหนือ ซึ่งเป็นเขตรอยต่อกับ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ตามแนวลาดชันริมน้ำหลายสายได้เคยเกิดดินโคลนถล่ม สะพานถูกตัดขาดมาแล้ว จึงถูกยกระดับการเฝ้าระวัง และเตรียมแผนเผชิญเหตุไว้แล้ว

Khao Banthat

โดยขณะนี้ประชาชนในพื้นที่มีความตื่นตัวในการเรียนรู้และติดตามข้อมูลข่าวสารในการดูแลชุมชน และพื้นที่เกษตรกรรมของตัวเองในลักษณะของการเป็นเครือข่ายร่วมกันในการแจ้งเตือนประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ต้นน้ำ

ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลกรุงชิงจึงได้เตรียมความพร้อมทั้งอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นในการเคลื่อนย้ายผู้ประสบเหตุ ผู้ป่วย และเครื่องมือกลุ่มเชือก รอก สลิง เพื่อเข้าถึงพื้นที่ พร้อมทั้งเตรียมอุปกรณ์สำหรับกู้ภัยเบื้องต้นในการรับมือสถานการณ์

พัทลุงเร่งรับมือภัยพิบัติ

จังหวัดพัทลุง เริ่มเข้าสู่ฤดูฝนระหว่างปลายเดือนตุลาคม ถึงต้นเดือนมกราคม ของทุกปี อาจก่อให้เกิดอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม ซึ่งจังหวัดพัทลุงในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้เกิดอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม เกิดการสูญเสียทรัพย์สิน พืชผลทางการเกษตร สิ่งสาธารณประโยชน์ รวมถึงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ที่ติดกับภูเขา และบริเวณเป็นพื้นที่ราบลุ่ม

ดร.สมบัติ ชนะสิทธิ์ อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง และอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ที่ จ.เชียงราย ฯลฯ ถือว่ารุนแรงมาก ถือเป็นบทเรียนที่ทุกฝ่ายต้องคิดใหม่เรื่องอุทกภัย และเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการวางแผนใหม่ โดยต้องอาศัยผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งเป็นแถวหน้าที่เข้าใจบริบทของพื้นที่นำเสนอแนวทางในการป้องกัน และแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมซ้ำซากและการป้องกันพื้นที่ศูนย์กลางเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัด

Khao Banthat

“ปัจจุบันปริมาณฝนที่ตกลงหนักมากกว่าในอดีตบางพื้นที่ 100-200 มิลลิเมตร จะต้องเร่งคิดวางแผนใหม่ เพื่อรับมือแต่เนิ่น ๆ เพราะการเตรียมการต้องใช้ระยะเวลา เรื่องน้ำท่วมเป็นเรื่องใหญ่ จะสร้างความเสียหายสูญเสียเป็นอย่างมาก”

แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์เขาบรรทัด เปิดเผยว่า สิ่งที่น่ากังวลบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัดมีพื้นที่กว่า 790,000 กว่าไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัดในภาคใต้ ได้แก่ พัทลุง ตรัง สตูล และสงขลา สตูล ขณะนี้สภาพป่าส่วนหนึ่งเสื่อมโทรม เนื่องจากถูกลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ดังนั้น ศักยภาพในการรับอุ้มน้ำของดินจะไม่เหมือนเดิม

Khao Banthat

ปัจจุบันฝนตกน้ำสะสมได้ระยะไม่นานจะเกิดน้ำป่าไหลหลาก ต่างกับในอดีตเมื่อหลาย 10 ปีก่อน ฝนตกเป็นเดือนน้ำป่าไม่ไหลหลากลงมาท่วมพื้นที่ชุมชน แนวทางออกในการป้องกัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วม ดินโคลนถล่ม จึงจำเป็นต้องอนุรักษ์ป่า เฝ้าระวังไม่ให้มีการบุกรุกซ้ำ เพื่อฟื้นฟูให้ป่ากลับสู่สภาพเดิม สามารถป้องกันปัญหาน้ำท่วมดินโคลนถล่มได้

ล่าสุดทางพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ประสานงานร่วมกับจังหวัดพัทลุง จัดการประชุมเพื่อเตรียมการรับมือ และบรรเทาเหตุอุทกภัยที่กำลังจะมาถึงให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วทันที มีประสิทธิภาพและทันต่อเหตุการณ์ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาอุทกภัยซ้ำซาก

โดยมีอุปกรณ์ทั้งเครื่องจักรเบาและเครื่องจักรหนัก และอุปกรณ์อื่น ๆ การแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยริมภูเขาเมื่อเกิดฝนตกหนัก การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยหลังเกิดเหตุ ในการจัดหาอาหารและสิ่งของต่าง ๆ ให้ผู้ประสบภัยภายใน 24 ชั่วโมง การอพยพและการจัดหาที่พักที่ปลอดภัย และแผนการเตรียมพร้อมการระบายน้ำลงสู่ทะเล

นอกจากนั้น เตรียมแผนรับสถานการณ์ถึงความพร้อมของระบบสื่อสารสำรอง การประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้าให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์ที่รุนแรง

Khao Banthat

นางนิศากร วิศิษฏ์สรอรรถ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กล่าวถึงพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก เช่น บริเวณถนนสายหลัก ถนนสายเพชรเกษม ช่วงบ้านโคกยา ตำบลควนขนุน อำเภอเขาชัยสน บริเวณดังกล่าวจะถูกน้ำป่าไหลตัดผ่านถนนทั้ง 2 ฝั่ง ทั้งขาขึ้นและขาลง บางครั้งแม้รถยนต์ขนาดใหญ่ยังไม่สามารถผ่านได้ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดูแล ลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

รวมถึงพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากบริเวณหมู่บ้านติดทะเลสาบที่จะถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลาหลายวัน ให้หน่วยงานพร้อมดูแลในเรื่องของสุขภาพ และความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง