เศรษฐกิจสหรัฐแกร่ง ไตรมาส 2 โต 3% นักเศรษฐศาสตร์มองปีหน้าโตต่อ
แมนฮัตตัน นิวยอร์ก ภาพโดย (TIMOTHY A. CLARY / AFP)
เศรษฐกิจสหรัฐไตรมาส 2/2024 โต 3.0% เติบโตเร่งตัวขึ้นจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ดีขึ้น นักเศรษฐศาสตร์มองตัวเลขนี้เสริมความมั่นใจว่าเศรษฐกิจจะโตต่อได้ในอัตราที่เหมาะสม และตลาดแรงงานจะไม่แย่ลงเท่าไรนัก
รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2024 สำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐ (U.S. Bureau of Economic Analysis) ในสังกัดกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ (U.S. Department of Commerce) รายงานประมาณการเศรษฐกิจไตรมาส 2 ครั้งที่ 3 ว่า จีดีพีสหรัฐในไตรมาส 2 เติบโต 3.0% คงที่เท่ากันกับตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 เมื่อปลายเดือนสิงหาคม ซึ่งการเติบโตของจีดีพีนี้ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ดีขึ้น การลงทุนของภาคเอกชน และการลงทุนที่ไม่ใช่ลงทุนในที่อยู่อาศัย
นอกจากนั้น ประมาณการครั้งนี้มีการปรับตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1 เป็นขยายตัวเพิ่มขึ้น 1.6% จากอัตรา 1.4% ที่เคยรายงานในครั้งก่อน
อีกทั้งรัฐบาลได้ปรับแก้ไขบัญชีประชาชาติ (National Account) จากตัวเลขในไตรมาสแรกของปี 2019 จนถึงไตรมาสแรกของปี 2024 ซึ่งแสดงให้เห็นการเติบโตทางเศรษฐกิจและผลกำไรของภาคธุรกิจในปี 2023 ที่ดีขึ้นกว่าตัวเลขเดิมที่ประมาณการไว้
การแก้ไขตัวเลขในครั้งนี้ ช่วยลดช่องว่างระหว่างจีดีพีกับรายได้มวลรวมในประเทศ หรือจีดีไอ (GDI) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
ก่อนหน้านี้ เคยมีนักเศรษฐศาสตร์บางคนโต้แย้งว่าช่องว่างระหว่างจีดีพีกับจีดีไอที่ไม่เท่ากัน แสดงถึงการระบุค่าจีดีพีที่สูงเกินจริง ซึ่งตามทฤษฎีแล้ว ตัวเลขจีดีไอและจีดีพีควรมีค่าเท่ากัน แต่ในทางปฏิบัติอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับวิธีการประมาณการ รวมถึงแหล่งข้อมูลที่ไม่เหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม ช่องว่างระหว่างจีดีพีและจีดีไอ ลดลงหลังจากปรับแก้ไข โดยอัตราการเติบโตของจีดีไอในไตรมาส 2 ปรับขึ้นจากอัตรา 1.3% ที่ประมาณการไว้ก่อนหน้านี้ เป็นเพิ่มขึ้นในอัตรา 3.4% และปรับเพิ่มการเติบโตของจีดีไอในไตรมาส 1 จากที่เคยประมาณการไว้ 1.3% เป็น 3.0%
ขณะที่ค่าเฉลี่ยของจีดีพีและจีดีไอ หรือที่เรียกอีกอย่างว่า ผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Output) ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ดีกว่า ถูกปรับตัวเลขการเติบโตในไตรมาส 2 เป็น 3.2% จากประมาณการครั้งก่อนอยู่ที่ 2.1% ส่วนการเติบโตของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศไตรมาสแรกถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2.3% จากการรายงานครั้งก่อนหน้านี้ที่ 1.4%
ยาฮูไฟแนนซ์ (Yahoo Finance) รายงานบันทึกของไมเคิล เพียร์ซ (Michael Pearce) รองหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของออกซฟอร์ดอีโคโนมิกส์ (Oxford Economics) ซึ่งเขียนไว้ว่า ตัวเลขหลังปรับแก้ไขทำให้มั่นใจได้มากขึ้นว่า เศรษฐกิจของสหรัฐจะยังคงขยายตัวต่อไปในอัตราที่เหมาะสม ซึ่งบ่งชี้ว่านับจากนี้ไปสภาพตลาดแรงงานไม่น่าจะแย่ลงอย่างเห็นได้ชัดเท่าไรนัก
เอพี (AP) รายงานว่า บิลล์ อดัมส์ (Bill Adams) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโคเมริกา แบงก์ (Comerica Bank) เขียนแสดงความเห็นว่า “เศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ที่ดีทีเดียว” และวิเคราะห์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด (Fed) กำลังจะลดดอกเบี้ยต่ออีก ซึ่งจะส่งผลให้ภาคส่วนที่มีความไวต่ออัตราดอกเบี้ย เช่น ภาคอสังหาฯ ภาคการผลิต การขายรถยนต์ จะฟื้นตัวขึ้นในปีหน้า และอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจะช่วยให้อัตราการเติบโตของการจ้างงานฟื้นตัวขึ้น และน่าจะทำให้อัตราการว่างงานในปี 2025 คงที่ในระดับปัจจุบัน