เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดอกเบี้ยสูง คือปกติใหม่ของโลก
ส่องโลก มองไทย ดอกเบี้ยสูง คือปกติใหม่ของโลก
‘พิพัฒน์’ ยันบริษัทลูกชาย ซื้อขายหุ้นปกติ ย้อน ‘ศิริโชค’ มาเล่นตน แพ้เลือกตั้ง 3 ครั้งเลยหาแสง
Politics ‘พิพัฒน์’ ยันบริษัทลูกชาย ซื้อขายหุ้นปกติ ย้อน ‘ศิริโชค’ มาเล่นตน แพ้เลือกตั้ง 3 ครั้งเลยหาแสง
ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 1200 บาท ทองรูปพรรณ 64,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 1200 บาท ทองรูปพรรณ 64,950 บาท
‘ศุภจี’ ขอบคุณ ‘อนุทิน’ ออกตัวป้อง เผยกำลังใจดี-พร้อมทำงานทุกวัน
Politics ‘ศุภจี’ ขอบคุณ ‘อนุทิน’ ออกตัวป้อง เผยกำลังใจดี-พร้อมทำงานทุกวัน
‘โสภณ’ อยากให้ได้ข้อสรุปวันซักฟอก ‘ฝ่ายค้าน’ ขอ 4 วัน พร้อมเลื่อน พ.ย. หรือ ธ.ค.
Politics ‘โสภณ’ อยากให้ได้ข้อสรุปวันซักฟอก ‘ฝ่ายค้าน’ ขอ 4 วัน พร้อมเลื่อน พ.ย. หรือ ธ.ค.
ทุน BOI ทะลุ 1.47 ล้านล้าน ดันตลาด EPC รับลงทุน Data Center-พลังงานสะอาด
Business ทุน BOI ทะลุ 1.47 ล้านล้าน ดันตลาด EPC รับลงทุน Data Center-พลังงานสะอาด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (23 ต.ค. 69) ปรับลง 3.52% อยู่ที่ 81,313 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (23 ต.ค. 69) ปรับลง 3.52% อยู่ที่ 81,313 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (23 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (23 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Thai PBS กับโจทย์ใหญ่สื่อสาธารณะ งบ 2,000 ล้าน อิสระ และความอยู่รอด
News Thai PBS กับโจทย์ใหญ่สื่อสาธารณะ งบ 2,000 ล้าน อิสระ และความอยู่รอด
มนร.ถอดรหัสน้ำผึ้งมรกต ‘ต่อยอด’ งานวิจัยถึงเซลล์มะเร็ง
SD มนร.ถอดรหัสน้ำผึ้งมรกต ‘ต่อยอด’ งานวิจัยถึงเซลล์มะเร็ง
ดูทั้งหมด

พักหนี้ ทีวีดิจิทัล เริ่มเกมใหม่…ต่อลมหายใจช่องเล็ก

29 พ.ค. 2561 | 19:05น.

คอลัมน์ จับกระแสตลาด

โล่งอกไปตาม ๆ กัน สำหรับบรรดาทีวีดิจิทัลทั้ง 22 ช่อง หลังจากราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 9/2561 เรื่องมาตรการบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ประกาศดังกล่าวไฟเขียวให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลสามารถพักชำระค่าใบอนุญาตทีวีดิจิทัลได้ไม่เกิน 3 ปี เพื่อให้เกิดสภาพคล่องทางธุรกิจ โดยจ่ายดอกเบี้ยตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย และให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สนับสนุนค่าโครงข่ายไม่เกิน 50% รวม 2 ปี

เป็นการต่อลมหายใจให้ผู้ประกอบการ

หากยังจำกันได้ ก่อนหน้านี้ ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจำนวนหนึ่ง อาทิ วอยซ์ทีวี อัมรินทร์ แกรมมี่ เนชั่น เดลินิวส์ สปริงนิวส์ ทีเอ็นเอ็น ทรูโฟร์ยู ฯลฯ ได้ทำหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะ คสช. เพื่อขอความช่วยเหลือ และตั้งแต่กลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ที่ประชุม คสช.ได้มีมติในเรื่องนี้ออกมาในประเด็นสำคัญ ๆ ดังกล่าว และเห็นชอบออกคำสั่งหัวหน้า คสช. โดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 มาตรา 44 เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ และไม่สามารถชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตได้ทันภายในระยะเวลาที่กำหนด

จากนั้นมา เรื่องก็เงียบหายไป พร้อมกับมีกระแสข่าวตามมาเป็นระลอก ๆ ว่า คสช.จะยอมให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลคืนใบอนุญาตได้ และอาจจะยอมให้ขายใบอนุญาตได้ด้วย

แต่ท้ายที่สุด ม.44 ก็มีข้อสรุปออกมาดังกล่าว

ทันทีที่ประกาศดังกล่าวสิ้นสุดลงก็มีบรรดาผู้ประกอบการทีวี 20 ช่อง ขอใช้สิทธิพักชำระค่าใบอนุญาต มีเพียงช่อง 35 เอชดี (ช่อง 7) และเวิร์คพอยท์ทีวีเท่านั้น ที่ไม่ใช้สิทธิดังกล่าวและนำเงินมาจ่ายตามกำหนดเวลาเดิม

“สุภาพ คลี่ขจาย” นายกสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ประเทศไทย) แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า “มาตรการของรัฐที่ออกมาจะช่วยให้ทีวีดิจิทัลสามารถเดินหน้าต่อบนธุรกิจนี้ได้ และจะช่วยให้บรรยากาศของธุรกิจทีวีดิจิทัลดีขึ้น อย่างน้อยที่สุด ผู้ประกอบการก็จะมีเงินลงทุนหมุนเวียนสำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจต่อไป”

ขณะที่แหล่งข่าวจากธุรกิจทีวีดิจิทัลกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ความช่วยเหลือที่ออกมาล่าสุดจะทำให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลมีสภาพคล่องทางการเงินมากขึ้น รวมทั้งจะมีเงินเพื่อนำไปลงทุนในเรื่องของคอนเทนต์ การพัฒนาคุณภาพรายการ ซึ่งช่วยยืดลมหายใจให้แก่ช่องทีวีท่ามกลางเม็ดเงินโฆษณาที่ไม่เติบโต แต่ในทางกลับกันก็มองว่าความช่วยเหลือดังกล่าวเป็นเสมือนการชะลอเวลาไว้เท่านั้น เพราะท้ายที่สุด ผู้ประกอบการทีวีโดยเฉพาะช่องที่มีเรตติ้งท้าย ๆ ก็ยังต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากอยู่ดี เพราะเม็ดเงินโฆษณาทีวีหลัก ๆ จะไหลไปหาช่องที่มีเรตติ้งท็อปไฟฟ์เท่านั้น

ขณะที่แหล่งข่าวจากช่องทีวีดิจิทัลอีกรายให้มุมมองว่า แม้แนวทางการช่วยเหลือที่เกิดขึ้นจะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการ แต่มองว่าจะส่งผลดีแค่ในระยะสั้น ๆ เท่านั้น เป็นการยืดอายุให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจต่อไปได้ แต่ในระยะยาวนั้นมาตรการดังกล่าวจะไม่ตอบโจทย์และไม่สามารถแก้ปัญหาของทีวีดิจิทัลได้ เพราะต้องยอมรับว่าจำนวนช่องยังมีมากเกินความต้องการของผู้ชม ขณะที่นาทีโฆษณาต่อวันก็มีเกินกว่าความต้องการโฆษณาของสินค้า เท่ากับว่าดีมานด์ยังมากกว่าซัพพลาย

“มาตรการที่ออกมาเป็นเหมือนการชะลอกลไกตลาดไว้ เพราะจำนวนช่องมีมากกว่าดีมานด์ของตลาด ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สื่อออนไลน์เข้ามาแย่งความสนใจผู้ชม ขณะที่แนวโน้มของงบฯโฆษณาผ่านสื่อทีวีก็ไม่ดี ทำให้ทีวีดิจิทัลยังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยังต้องเหนื่อยต่อไป”

แหล่งข่าวรายนี้ยังย้ำว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องทำก็คือ ต้องพยายามปรับตัว พยุงสถานการณ์ไว้ หากสังเกตจะเห็นว่าขณะนี้ หลาย ๆ ช่องก็ยังต้องออกแรงดิ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่ช่อง 3 จับมือเทนเซ็นต์ วิดีโอ ส่งออกคอนเทนต์ละครลุยตลาดจีน ขณะที่ช่อง 7 เองก็เปิดตัวคลื่นวิทยุ 98.5 Goodtime Radio เพื่อสร้างรายได้จากหลากหลายช่องทางเช่นเดียวกับช่อง 9 ที่ได้เขย่าผังรายการใหม่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เปิดตัวรายการใหม่ “คุยชวนคิด กับ สุวิชทิดบ้วน” และ “คุยเพลิน เพลิน” ส่วนพีพีทีวีก็ทยอยใส่คอนเทนต์บันเทิง สารคดี เติมความหลากหลายให้แก่คนดู

ขณะที่ช่องที่มีเรตติ้งท้าย ๆ ตาราง เช่น สปริงนิวส์ ก็ขายเวลาโฆษณาให้แก่ทีวีโฮมช็อปปิ้ง เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้น

อาจจะกล่าวได้ว่า มาตรการเยียวยาทีวีดิจิทัลที่ออกมาก็อาจจะทำหน้าที่ได้แค่ซับเลือด แต่ไม่ได้หยุดเลือดไหลให้แก่ผู้ประกอบการทีวี

 

ต้องติดตามกันต่อไป และมองกันยาว ๆ