(ซ้าย)พิชัย ชุณหวชิร - เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ
“พิชัย” หารือ “ผู้ว่าการแบงชาติ” แก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนไทย หวังแบงก์ร่วมมือออกมาตรการแก้หนี้ครัวเรือนช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบางราว 7-8 แสนบัญชี
วันที่ 3 ตุลาคม 2567 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการปิดห้องหารือกับนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับสถานการณ์หนี้ครัวเรือนว่า การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน สถาบันการเงินของรัฐ ดำเนินการไปแล้ว โดยหนี้ครัวเรือนอยู่ในส่วนของน็อนแบงก์และสถาบันการเงิน สำหรับมาตรการแก้หนี้ครัวเรือนที่จะออกมานั้น จะดูบุคคลที่มีโอกาสจะไปได้ มีความสามารถในการชำระหนี้อยู่ จะมีการปรับโครงสร้างหนี้กลุ่มดังกล่าวให้ จะร่วมมือกันระหว่างสถาบันการเงินและภาครัฐโดยกระทรวงการคลัง
เบื้องต้นจะแบ่งการดำเนินการออกเป็นกลุ่ม คือ กลุ่มที่ยังมีโอกาสเดินไปได้ ยังมีความสามารถในการจ่ายหนี้ได้ ส่วนนี้จะมีการปรับโครงสร้างหนี้ โดยการร่วมมือกันระหว่างสถาบันการเงินกับคลังที่จะเข้ามาดูแล หลัก ๆ คือ จะไม่ลดหนี้ให้แบบไม่มีเหตุผล เพราะจะกลายเป็นปัญหา Moral Hazard ส่วนรายละเอียดจะต้องมีการหารือกันเพิ่มเติมอีก
ส่วนอีกกลุ่ม คือ กลุ่มเปราะบาง ที่ไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ ส่วนใหญ่มีมูลหนี้ไม่มาก แต่มีสถานะทั้งที่เป็นหนี้เสีย ติดเครดิตบูโร และอื่น ๆ มีจำนวนกว่า 7-8 แสนบัญชี ตรงนี้ต้องมาดูในรายละเอียด และต้องขอความร่วมมือกับสถาบันการเงิน คลัง และ ธปท. ที่จะเข้ามาช่วยอย่างเต็มที่
“ถ้าผมเป็นคนแก้หนี้ที่มีไม่กี่เครื่องมือ หากไม่ลดหนี้ ก็ต้องหาวิธีที่ดีที่สุด ทำให้เป็นภาระลูกหนี้น้อยที่สุด นั่นคือการยืดเวลา ตรงนี้ก็ถือเป็นเครื่องมือหนึ่ง และอีกเรื่องที่ต้องมาดูคือว่าจะลดอัตราดอกเบี้ยได้หรือไม่ เพราะเหตุใด จริง ๆ เรื่องนี้มีเครื่องมือใหญ่ ๆ อยู่ 2-3 ตัว” นายพิชัยกล่าว