ศาลชั้นต้นสหรัฐสั่ง Google เปิดให้บริษัทอื่นขายแอป บน Play Store ง่ายขึ้น
กูเกิล
ศาลชั้นต้นสหรัฐตัดสินให้ Google เปิดให้บริษัทที่ไม่ใช่พันธมิตรสามารถนำแอปพลิเคชั่นระบบปฏิบัติการณ์แอนดรอยด์ (Android) เข้ามาวางขายบนเพลย์สโตร์ (Play Store) ได้ เพื่อลดผลกระทบการผูกขาด ด้านกูเกิลเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อไป
วันที่ 8 ตุลาคม 2024 บีบีซี (BBC) รายงานว่า ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางแห่งสหรัฐ (Federal Judge) มีคำสั่งให้กูเกิล (Google) ต้องเปิดแพลตฟอร์ม กูเกิล เพลย์ (Google Play) ให้บริษัทเทคโนยีคู่แข่งสามารถนำแอปพลิเคชั่นระบบปฏิบัติการณ์แอนดรอยด์ (Android) เข้ามาวางขายบนเพลย์สโตร์ได้ เป็นเวลา 3 ปี เริ่มเดือนพฤศจิกายนนี้
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นหนึ่งในหลายคำสั่งเยียวยาของผู้พิพากษาเจมส์ โดเนโต้ (James Donato) ในคดีการฟ้องร้องระหว่างกูเกิลและอีปิกเกมส์ (Epic Games) ผู้สร้างเกมยอดนิยมอย่างฟอร์ตไนต์ (Fortnite) ซึ่งการพิจารณาคดีในเดือนธันวาคม 2023 คณะลูกขุนอยู่ข้างอีปิกเกมส์ โดยกล่าวว่ากูเกิลสกัดคู่แข่งด้วยการปิดกั้นช่องทางการดาวน์โหลดแอปของร้านค้าแอปภายนอก รวมถึงควบคุมการชำระเงินบนโทรศัพท์แอนดรอยด์
ด้านกูเกิลกล่าวว่าจะยื่นอุทธรณ์คำสั่ง และร้องให้หยุดการเยียวยาชั่วคราว และออกแถลงการณ์ว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะทำให้ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้บริโภคตกอยู่ในความเสี่ยง ทั้งยังทำให้ผู้พัฒนาแอปประชาสัมพันธ์แอปของตนเองได้ยากขึ้น ซึ่งจะลดจำนวนคู่แข่งบนอุปกรณ์ลงไปอีก
การเยียวยาอื่น ๆ ยังรวมถึงสั่งให้กูเกิลจัดทำแค็ตตาล็อกของแอปที่มีขายในแอปสโตร์ (App Store) คู่แข่ง ซึ่งมาร์ก เลมลีย์ (Mark Lemley) ศาสตราจารย์แห่งสแตนฟอร์ด ลอว์ สกูล (Stanford Law School) กล่าวว่า คำสั่งดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่โดยปกติแล้วกฎหมายป้องกันการผูกขาด (Antitrust Law) จะเรียกร้อง แต่ผู้พิพากษาก็ได้ชี้ให้เห็นแล้วว่า ศาลจะตัดสินให้แน่ใจว่าได้ลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการผูกขาด แม้ไม่ได้มีพันธกรณีที่จะต้องทำเลยก็ตาม
กูเกิลกล่าวว่าเพลย์สโตร์ดำเนินการในภูมิทัศน์ทางธุรกิจที่มีการแข่งขันกับแอปสโตร์ (App Store) ของแอปเปิล (Apple) ผู้ผลิตไอโฟน (iPhone) ซึ่งถูกอีปิกเกมส์ฟ้องร้องเช่นกันเมื่อปี 2020 และสิ้นสุดคดีโดยศาลอุทธรณ์ตัดสินว่าแอปเปิลไม่ได้ผูกขาดตลาดเกมโทรศัพท์มือถือ
นอกจากคดีนี้ กูเกิลยังเผชิญกับอีกหลายคดี ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กูเกิลถูกผู้พิพากษาศาลชั้นต้นร่วมกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (Department of Justice) กล่าวหาว่าผูกขาดกิจการค้นหาออนไลน์อย่างผิดกฎหมาย ส่วนในเดือนกันยายน ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นอีกราย เสร็จสิ้นการนั่งพิจารณาคดีเกี่ยวกับการมีอิทธิพลเหนือตลาดเทคโนโลยีโฆษณาของกูเกิล นอกจากนี้ ยังมีผู้วิจารณ์ว่ากูเกิลเก็บค่าธรรมเนียมธุรกรรมบนเพลย์สโตร์แพงขึ้น 30%
ลี เฮปเนอร์ (Lee Hepner) ที่ปรึกษากฎหมายอาวุโสของอเมริกันอีโคโนมิกส์ลิเบอตี้ส์โปรเจ็กต์ (American Economic Liberties Project) องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในสหรัฐที่ต่อสู้เพื่อต่อต้านการผูกขาดกล่าวว่า นี่เป็นอัตราที่กูเกิลสามารถเรียกเก็บได้ก็เพราะพวกเขาผูกขาด กล่าวคือ หากมีคู่แข่งก็จะไม่สามารถเพิ่มค่าธรรมเนียมได้ตามอำเภอใจ
ลีกล่าวอีกว่า ผลการตัดสินของศาลในคดีมีแนวโน้มที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ คาดว่านับจากนี้จะมีแรงจูงใจให้ผู้พัฒนาเข้าสู่ตลาดมากขึ้น และผู้บริโภคจะได้รับบริการในราคาที่ต่ำลงกว่าเดิม