เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
IMF ชี้ AI กระทบดีมานด์แรงงานไทยลด 3% อาชีพเสี่ยงหดเกือบ 10%
Finance IMF ชี้ AI กระทบดีมานด์แรงงานไทยลด 3% อาชีพเสี่ยงหดเกือบ 10%
ออนิกซ์ฯ คว้ารางวัล Best Local Hotel Brand Thailand 2 ปีซ้อน ร่วมหนุนท่องเที่ยวไทย
Business ออนิกซ์ฯ คว้ารางวัล Best Local Hotel Brand Thailand 2 ปีซ้อน ร่วมหนุนท่องเที่ยวไทย
แพนโฟผู้นำการเรียนรู้สำหรับผู้บริหาร จัดกิจกรรมพิเศษพร้อมอัพเดทเทรนด์ AI 2027
Biz Movement แพนโฟผู้นำการเรียนรู้สำหรับผู้บริหาร จัดกิจกรรมพิเศษพร้อมอัพเดทเทรนด์ AI 2027
กบข.ปรับรับโจทย์สังคมอายุยืน เน้น’ให้เงินทำงานหลังเกษียณ’
Uncategorized กบข.ปรับรับโจทย์สังคมอายุยืน เน้น’ให้เงินทำงานหลังเกษียณ’
ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ปรับลง 50 บาท ทองรูปพรรณ 66,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ปรับลง 50 บาท ทองรูปพรรณ 66,700 บาท
ร.ย.ส.ท. เผยการแข่งขัน โกคาร์ต รุ่น Cadet-B ระบุชัด ‘ผิดทางด้านเทคนิค’ 
Automotive ร.ย.ส.ท. เผยการแข่งขัน โกคาร์ต รุ่น Cadet-B ระบุชัด ‘ผิดทางด้านเทคนิค’ 
เปิดเหตุผล ‘เงินเยียวยาน้ำท่วม กทม.’ ได้ไม่เท่ากัน-เงินเข้าช้า ล่าสุดอนุมัติแล้วกว่า 2 แสนราย
News เปิดเหตุผล ‘เงินเยียวยาน้ำท่วม กทม.’ ได้ไม่เท่ากัน-เงินเข้าช้า ล่าสุดอนุมัติแล้วกว่า 2 แสนราย
ฟินโนมีนา ชี้วิกฤตเทขาย AI ลามทั่วโลก ลุ้นประธาน ‘เฟด’ ส่งสัญญาณดอกเบี้ยคืนนี้
Finance ฟินโนมีนา ชี้วิกฤตเทขาย AI ลามทั่วโลก ลุ้นประธาน ‘เฟด’ ส่งสัญญาณดอกเบี้ยคืนนี้
ไทยผนึก WEF ดัน “ข้าวคาร์บอนต่ำ” เชื่อมตลาดโลก ชูดีลซื้อระยะยาว-เงินทุน เพิ่มรายได้ชาวนา
Economic ไทยผนึก WEF ดัน “ข้าวคาร์บอนต่ำ” เชื่อมตลาดโลก ชูดีลซื้อระยะยาว-เงินทุน เพิ่มรายได้ชาวนา
ลูกค้า YAMAHA กิน McDonald’s ฟรี วันนี้ถึง 14 พ.ย. 2569  
Automotive ลูกค้า YAMAHA กิน McDonald’s ฟรี วันนี้ถึง 14 พ.ย. 2569  
ดูทั้งหมด

แสงสว่างจะมาวันไหน ? เมื่อธุรกิจเกือบทั่วโลกหวังพึ่งจีน แต่จีนเองยังเอาตัวไม่ค่อยรอด

19 ต.ค. 2567 | 11:30น.
ศูนย์การค้าในย่านลู่เจียจุ่ย ย่านการเงินของจีน ในมหานครเซี่ยงไฮ้

หากอ่านหรือฟังการวิเคราะห์ต่าง ๆ เกี่ยวกับเศรษฐกิจและธุรกิจ ไม่ว่าจะในแอเรียของประเทศไทย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เอเชีย หรือยุโรป ก็จะพบว่ามี “เศรษฐกิจจีน” เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ หรือผลการดำเนินงานของบริษัทต่าง ๆ

การทยอยประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ของบริษัทในยุโรปในช่วงนี้ฉายภาพชัดถึงความสำคัญของเศรษฐกิจจีนที่มีต่อธุรกิจยุโรป เพราะได้เห็นว่ายักษ์ใหญ่เจ็บกันไปหลายเจ้า

อาณาจักรสินค้าหรู “แอลวีเอ็มเอช” (LVMH) จากฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์สินค้าหรู 75 แบรนด์ รวมทั้ง หลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) และดิออร์ (Dior) รายงานรายได้ลดลง 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (YOY) เป็นผลมาจากยอดขายในจีนที่ลดลงถึง 16%

เพอร์นอต ริคาร์ด (Pernod Ricard) บริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายยักษ์จากฝรั่งเศสรายงานยอดขายต่ำกว่าประมาณการ โดยระบุเหตุผลว่าเป็นผลมาจากดีมานด์ที่ลดลงในตลาดหลักอย่างจีนและสหรัฐ โดยยอดขายในจีนลดลงมากถึง 26% (YOY) และคาดว่ายอดขายในจีนในปีงบการเงินนี้จะลดลง 10%

ผู้ผลิตนาฬิกาสัญชาติสวิส เป็นอีกกลุ่มอุตสาหกรรมที่กำลังลำบากจากการที่ยอดขายในจีนหดลงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี ล่าสุดในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ยอดส่งออกนาฬิกาและกลไกนาฬิกาไปจีนลดลงถึง 50% (YOY) ขณะที่ยอดส่งไปฮ่องกงลด 35% ส่งผลให้ยอดขายรวมลดลง 12.4%

ส่วนบริษัทที่ยังไม่ได้ประกาศผลการดำเนินงานก็มีข้อมูลว่า ในสัปดาห์ที่สามของเดือนตุลาคม นักวิเคราะห์ได้ปรับลดประมาณการผลกำไรของบริษัทยุโรปลงไปมากที่สุดในรอบ 7 เดือน ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า เศรษฐกิจภายในยุโรปเองยังอ่อนแอ ดังนั้น จึงยากที่จะปรับประมาณการผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้นได้ หากจีนยังไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เห็นเป็นรูปธรรมว่าจะฟื้นเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ

เรื่องเศร้ามีอยู่ว่า ขณะที่หลาย ๆ พื้นที่ของโลกรอคอยวันที่แสงสว่างมาถึง ด้วยความหวังให้เศรษฐกิจจีนฟื้นกลับไปเติบโตดีอย่างที่เคยเป็นมาก่อนโควิด-19 อย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ แต่ฝั่งจีนเองก็มีให้แค่ “ความหวัง” ซึ่งยังไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนที่จะกลับไปสู่ระดับเดิมได้จริง

ทางการจีนแสดงความพยายามที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจให้โตถึงเป้า 5% ต่อปี โดยออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งมาตรการการเงินและมาตรการการคลังออกมาแล้วหลายชุด แต่ก็ถูกประเมินว่า “ยังไม่เพียงพอ” ที่จะทำให้เศรษฐกิจจีนโตได้ถึงเป้า

เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ธนาคารโลก (World Bank) เตือนว่า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจจีนจะยังคงชะลอลงต่อไปในปี 2025 แม้ว่าจะได้แรงกระตุ้นชั่วคราวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมาในช่วงนี้ก็ตาม

ตัวเลขอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจจีนตามที่เวิลด์แบงก์คาด คือ จะโต 4.8% ในปีนี้ แล้วจะชะลอลงเหลือโต 4.3% ในปี 2025 และเวิลด์แบงก์เตือนให้เผื่อใจพร้อมเตรียมรับมือไว้ว่า การชะลอของเศรษฐกิจจีนอาจส่งผลให้เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกชะลอตามไปด้วย โดยประมาณการว่าจีดีพีของภูมิภาคดังกล่าวจะโต 4.8% ในปีนี้ แล้วจะชะลอเหลือโต 4.4% ในปี 2025

ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของจีนในเดือนกันยายนที่บ่งชี้ว่า จีนอยู่ในภาวะเงินฝืด ยังคงสะท้อนให้เห็นภาพได้ดีว่า ชาวจีนยังไม่มีความมั่นใจที่จะใช้เงิน และยอดขายสินค้าหรูที่ลดลงดังที่กล่าวในตอนต้นก็สะท้อนว่า ไม่ใช่แค่คนรายได้น้อยเท่านั้นที่ระมัดระวังการใช้จ่าย แต่คนรายได้สูงก็เช่นกัน

คงต้องรอดูตัวเลขของเดือนตุลาคมว่า หลังจากที่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาแล้ว ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้คนจีนกล้าจับจ่ายใช้สอยได้มากน้อยแค่ไหน แล้วจะมีแสงสว่างจากเศรษฐกิจจีนเผื่อแผ่ไปยังเศรษฐกิจและธุรกิจนอกประเทศจีนมากน้อยเพียงใด