เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
Automotive โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
“ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
Real Estate “ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
Economic พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
Real Estate กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
Biz Movement อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
Automotive ‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
“สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
Real Estate “สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
Sport ‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
Biz Movement อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
ดูทั้งหมด

องุ่นไซมัสแคท มีสารพิษขนาดนี้ ประเทศไทยทำอะไรได้บ้าง

26 ต.ค. 2567 | 12:09น.

องุ่นไซมัสแคท มีสารพิษขนาดนี้ ประเทศไทยทำอะไรได้บ้าง

ภาคประชาชนเรียกร้องให้ประเทศไทยร่วมกันสร้างระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยเร่งด่วน (Rapid Alert System) เพราะสามารถแสดงข้อมูลการพบอันตรายในอาหาร มาตรการที่ใช้ในการจัดการ และติดตามการดำเนินการได้อย่างทันท่วงที โดยข้อมูลในระบบจะแสดงให้เห็นตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ประเทศต้นทาง ผู้นำเข้า ซัพพลายเออร์ ผู้จัดจำหน่ายรวมถึงผู้บริโภค โดยมีมาตรการสำคัญ เช่น การจัดการที่หน้าด่าน การปฏิเสธสินค้า การเรียกคืน การทำลายสินค้า เป็นต้น

หลังจากเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ( Thai-PAN) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แถลงผลทดสอบสารเคมีเกษตรในองุ่นไชน์มัสแคททั่วกรุงเทพและปริมณฑล พบว่าองุ่น 95.8% ที่สุ่มตรวจเจอสารพิษตกค้างเกินค่ามาตรฐาน และตรวจพบสารพิษตกค้างทั้งหมด 50 ชนิด ( อ่านผลวิเคราะห์และดูรายละเอียดฉบับเต็ม ในเอกสารผลวิเคราะห์ ที่ https://thaipan.org/wp-content/uploads/2024/10/live_friut_present.pdf?)

ก่อนหน้านี้ในช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) ได้จัดเวที ‘สัญญาณแห่งความหวัง’รายงานว่าผลจากการแบนการใช้ 3 สารเคมีสำคัญ คือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และจำกัดการใช้ไกรโฟเซต ตั้งแต่ในปี 2563 ทำให้ปัจจุบันปริมาณการนำเข้าสารดังกล่าวลดลงชัดเจน การเจ็บป่วยของประชาชนจากสารเหล่านี้ก็ลดลงด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ผลสุ่มตรวจผลองุ่นไชน์มัสแคทในครั้งนี้ พบสารตกค้างทั้งหมด 50 ชนิด ในจำนวนนี้เป็นวัตถุอันตราย 28 ชนิด และเป็นสารที่ยังไม่มีการประเมินผลกระทบอันตรายใดๆ ภายใต้กฎหมายไทย 22 ชนิด

แม้จะมีการจำกัด ห้ามนำเข้าสารพิษอันตรายบ้างแล้วแต่ประชาชนยังเสี่ยงอันตรายจากสารพิษที่ถูกนำเข้ามากับสินค้าและอาหารจำนวนมาก โดยที่ประเทศเรายังไม่มีความรู้และความพร้อมที่จะรับมือหากส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชน

ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ( Thai-PAN) กล่าวว่า การขับเคลื่อนเรื่องอาหารปลอดภัยเครือข่ายฯ ได้เรียกร้องให้ประเทศไทยร่วมกันสร้างระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยเร่งด่วน (Rapid Alert System) เพราะสามารถแสดงข้อมูลการพบอันตรายในอาหาร มาตรการที่ใช้ในการจัดการ และติดตามการดำเนินการได้อย่างทันท่วงที โดยข้อมูลในระบบจะแสดงให้เห็นตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ประเทศต้นทาง ผู้นำเข้า ซัพพลายเออร์ ผู้จัดจำหน่ายรวมถึงผู้บริโภค โดยมีมาตรการสำคัญ เช่น การจัดการที่หน้าด่าน การปฏิเสธสินค้า การเรียกคืน การทำลายสินค้า เป็นต้น

“ผลการตรวจองุ่นครั้งนี้เราพบสารนอกบัญชีวัตถุอันตราย ซึ่งเป็นสารที่ยังไม่ผ่านการประเมินความปลอดภัยภายใต้กฎหมายไทย 22 ชนิด จึงจำเป็นมากๆที่ต้องคำนึงถึงสารเคมีกำจัดศัตรูพืชชนิดอื่นๆที่ประเทศต้นทางเขาใช้และเซ็ตระบบ Rapid Alert System ให้มีขอบเขตการวิเคราะห์ได้ครอบคลุมและระบบนี้ยังสามารถเปิดรับข้อมูลการวิเคราะห์สารพิษตกค้างโดยวิธีที่ถูกต้องตามหลักวิชาการได้จากทุกภาคส่วน”

“ระบบ Rapid Alert System จะสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก เนื่องจากเป็นการรวมข้อมูลและการจัดการของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่ ช่องว่างของการกำกับระหว่างหน่วยงานจะหายไป และสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้เกิดความรับผิดชอบที่ชัดเจนของผู้ประกอบการ ตลอดจนผู้บริโภคก็สามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้ และสามารถจัดการตนเองได้หากซื้อสินค้าล็อตที่มีปัญหามา ในขณะเดียวกัน ระบบนี้ยัง Alert กลับไปที่ประเทศต้นทาง ให้เกิดการจัดการปัญหา เช่นกัน”

ปัจจุบันสหภาพยุโรปได้มีใช้ระบบเตือนภัยสินค้าอาหาร (RASFF- Rapid Alert For Food and Feed) ทำให้สามารถปฏิเสธการนำเข้าสินค้าอาหารที่ไม่ปลอดภัย หรือหากสินค้ากระจายไปในท้องตลาดแล้ว ภายใน 24 ชั่วโมง ข้อมูลจะ Alert ไปยังผู้เกี่ยวข้องและสามารถจัดการกับสินค้าล็อตนั้นได้ทันที ซึ่งเป็นระบบที่สามารถคุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างเข้มแข็ง

ขณะที่ ภก.วรวิทย์ กิตติวงศ์สุนทร อดีตรองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า “ในระบบเตือนภัยสินค้าอาหาร (RASFF) มีจุดที่ดีมากคือการ Trace Back คือเราเป็นประเทศรับสินค้าเราจะกำหนดเงื่อนไขตามที่เราจะได้รับประโยชน์ เราจึงต้องรู้คนนำเข้าคือใคร ระบุตัวตนได้ไปจนถึงต้นกำเนิดสินค้า

อย่างจีนสามารถระบุถึงสวนในไทยของเราได้เลย ว่ามาจากสวนไหน เขาให้รหัส ระบบ Trace Back เป็นส่วนหนึ่งของระบบ Rapid Alert System เป็นจุดของระบบที่ดีมาก ๆ เพราะแจ้งเตือนกลับมาที่จุดผลิตเลยว่ามีปัญหา ประโยชน์ตรงนี้ถือว่าได้กันทั้งสองฝ่าย ถ้าเราดีเท่ากับสินค้าเราดี ประเทศอื่นๆก็ให้การยอมรับคุณภาพสินค้าของเรา ขณะนี้ถ้าสินค้ามีปัญหาไม่ได้นำเข้าประชาชนในประเทศนั้นก็ได้ประโยชน์ มันเป็นระบบที่ช่วยดูแลคนในประเทศ”

“ประเทศที่พัฒนาระบบนี้เกิดขึ้นแล้ว เขาฉลาดมากในการรู้ว่าประเทศต้นทางใช้สารเคมีอะไรบ้าง เขาตรวจเป็นระยะ สม่ำเสมอ การตรวจแบบไม่รู้ เราจะตรวจแบบหว่านแห มันก็ใช้งบประมาณสูงแล้วไม่ค่อยเกิดประโยชน์กับประชาชนเป็นสถานการณ์ที่คล้ายของประเทศไทยตอนนี้ ประเทศญี่ปุ่นพัฒนากฎเกณฑ์การควบคุมคุณภาพอาหารนำเข้าแล้ว แล้วเขาไม่รับภาระมาตรวจมาก

เขาใช้วิธีการออกไปให้การรับรอง คนของเขา หน่วยงานของเขาก็มีความเชี่ยวชาญได้ทุกขั้นตอน ประชาชนของเขาได้รับการดูแลอย่างดี ขณะที่หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลไม่คิดแบบที่จะเอามาเป็นภาระทั้งหมด นี่คือระบบที่ได้รับการออกแบบ การตรวจที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคดำเนินการ ทำให้เราเห็นสถานการณ์เหมือนการเตือนภัยแต่การพัฒนาระบบเตือนภัยสินค้าอาหาร Rapid Alert System ต้องคิดเชิงออกแบบร่วมกันของหลายหน่วยงาน”

ด้าน ภก.ภานุโชติ ทองยัง กรรมการสภาองค์กรของผู้บริโภคในฐานะประธานอนุกรรมการด้านอาหาร ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพกล่าวว่า จากผลทดสอบสารเคมีเกษตรในองุ่นไชน์มัสแคทและพบสารเคมีเกินค่ามาตรฐานจำนวนมากอยากให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงพลังอำนาจในการต่อรองที่ทุกคนมีและร่วมกันพัฒนาระบบความปลอดภัยของอาหาร ให้มากยิ่งขึ้น

“ถ้ามองในมุมของประชาชนผมคิดว่าวันนี้ประชาชนจะต้องเปลี่ยนวิธีการซื้อแล้ว การซื้อสินค้าจากแหล่งใหญ่ๆ นำเข้าจากต่างประเทศต้องมีใบการันตี ใบรับรอง ผมคิดว่าถ้าเราช่วยกันดูเรื่องนี้จะกดดันทำให้ผู้จัดทำหน่ายต้องดูแล รับผิดชอบเรื่องนี้ เขาซื้อของเข้ามาขายปลอดภัยไหม

ขณะเดียวกันเราต้องเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐ ปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ สารเคมีที่เจอครั้งนี้เราพบสารเคมีที่ไม่มีในระบบของไทยจำนวนมากเรายังไม่มีมาตรฐานตรงนี้ เราต้องปรับปรุง และจะเห็นว่าการตรวจครั้งนี้ไม่ได้ริเริ่มจากภาครัฐแต่เป็นผู้บริโภคที่หวั่นกลัวจึงถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐจะให้ผู้บริโภค เป็นแขนขาในการทำงานร่วมกันที่สำคัญอยากให้ภาครัฐทำงานเข้มงวด เชิงรุกมากกว่านี้ ตรวจสอบให้ละเอียด” ภก.ภานุโชติกล่าว

ภก.ภานุโชติกล่าวต่อว่า ห้างสรรพสินค้าต่างๆ มีอำนาจการต่อรองเยอะนะครับ ในการพูดคุยกับผู้นำเข้า เขาต้องผลักดันให้ผู้นำเข้ามีการันตีสินค้า มีผลตรวจวิเคราะห์มาแสดง ภาครัฐก็ตรวจด้วย จริงๆต้องบอกว่า ผู้บริโภคที่ได้ซื้อไปแล้วก็ควรได้รับการเยียวยาด้วย

ซึ่งประชาชนสามารถนำหลักฐานมาร้องเรียนได้ที่สภาองค์กรของผู้บริโภค และจากเรื่องนี้ผมจึงอยากให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของ พ.ร.บ.อาหารที่ สภาองค์กรของผู้บริโภคผลักดันอยู่ อยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันสนับสนุน เพราะเป็นกฎหมายที่ช่วยให้เราประชาชนทุกคนได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัยขึ้น

สำหรับ องุ่นไซมัสแคทที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและ Thai-PAN สุ่มทดสอบครั้งนี้จำนวนหนึ่งระบุที่มาชัดเจนว่านำเข้าจากประเทศจีน ในอีกด้านหนึ่งประเทศจีนเป็นประเทศที่มีการตรวจสอบการนำเข้าอาหารจากประเทศต่างๆ อย่างเข้มข้น ทั้งด้านการกำหนดหลักเกณฑ์ การใช้เทคโนโลยีการทุ่มงบประมาณเพื่อพัฒนาระบบการตรวจสอบสินค้าให้ตรวจสอบได้จำนวนมาก แม่นยำ ในเวลาอันรวดเร็ว

เพื่อสุขภาพความปลอดภัยของคนไทย อย.และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องจึงต้องร่วมกันยกระดับความปลอดภัยการนำเข้าสินค้าและอาหารของไทยให้ได้มาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล…ได้แล้ว

ทั้งนี้ ผู้บริโภคสามารถแสดงพลัง ด้วยการร่วมแสดงความคิดเห็น “เห็นด้วยหรือไม่? ซูเปอร์มาเก็ต ตลาดค้าส่ง ต้องแสดงผลการตรวจสารพิษตกค้างและรับรองความปลอดภัย ณ จุดจำหน่าย องุ่นไชน์มัสแคท” ได้ที่ https://ffcthailand.org/campaign/21

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สารพิษ องุ่น