อนุทิน ไม่รู้ “ทักษิณ-ธนาธร” ชวดตั้งรัฐบาลปม ม.112 เชื่อระดับอดีตนายกฯ เคลื่อนไหวรัดกุม
อนุทินมอง “ทักษิณ” ลั่นเลือกตั้งครั้งหน้า 200 เสียง เพียงตั้งเป้า เชื่อการเคลื่อนไหวรัดกุม หลังถูกจับตาโดนร้อง เผยไม่หนุนส่งนายก อบจ. ปัดไม่รู้ “อดีตนายกฯ-ธนาธร” ไม่ร่วมรัฐบาล ปม ม.112
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ปราศรัยบนเวที จ.อุดรธานี เพื่อช่วยผู้สมัครเลือกตั้งนายก อบจ.โดยประกาศว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคเพื่อไทย ได้ไม่ต่ำกว่า 200 เสียง จะกระทบกับพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ว่า ทุกพรรคพยายามตั้งเป้าหมาย ถือเป็นหน้าที่ของผู้สมัคร สส.ต้องทำให้ดีที่สุดและทำให้ประชาชนเชื่อถือ จึงจะได้เข้ามาเป็น สส. ทั้งนี้การตั้งเป้าหมายของแต่ละพรรค ถือเป็นการเตรียมความพร้อมที่ดี
เมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวของนายทักษิณ จะกระทบรัฐบาลหรือไม่ เพราะมีหลายคนจ้องจะร้อง นายอนุทิน กล่าวว่า จะไปร้องสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ ตนเชื่อมั่นว่าคณะทำงานของพรรคเพื่อไทย ก่อนจะเชิญนายทักษิณไปช่วยหาเสียง คงจะตรวจสอบข้อกฎหมายอย่างรัดกุม คนระดับนายทักษิณคงเตรียมการมาอย่างดี ไม่ได้คิดวันนี้แล้วไปเลย ทุกคนมีสิทธิอาสารับใช้บ้านเมือง แต่ต้องทำภายใต้กฎหมายและรัฐธรรมนูญ
เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยดูเงียบ ๆ ไม่ค่อยเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการเตรียมพร้อมเลือกตั้งในช่วงนี้ หากเปรียบเทียบกับพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน นายอนุทินกล่าวว่า เราขอทำงานก่อนดีกว่า เรื่องการเมืองหากไม่มีอะไร ก็ขอให้ไม่มี สส.ภูมิใจไทยก็ลงพื้นที่ เพราะมีงานต่าง ๆ มากมาย ในส่วนรัฐมนตรีก็ทำงานอย่างเต็มที่ ขึ้นเหนือล่องใต้
เมื่อถามว่า ในส่วนการเลือกตั้งนายก อบจ. พรรคภูมิใจไทยจะไม่ส่งใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า จะไม่ส่งในนามพรรค ส่วนใครสนิทสนมกับใคร หรือจะไปช่วยเชียร์ ก็เป็นไปตามอัธยาศัย
เมื่อถามย้ำว่า จะเห็นนายอนุทินเป็นผู้ช่วยหาเสียงสนับสนุนใครหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องดูกฎหมาย เพราะตนเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย และเพิ่งสั่งการให้ข้าราชการกระทรวง วางตัวเป็นกลางในการเลือกตั้งท้องถิ่น นอกจากนี้ การลงสมัครนายก อบจ.ไม่ได้ลงในนามพรรค หากตนจะไป ก็ต้องไปในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ซึ่งคิดว่าคงไม่ถึงขั้นนั้น ขอวางตัวเป็นผู้คุมกฎให้เกิดความเรียบร้อย และให้การเลือกตั้งผ่านไปได้ด้วยดี
ส่วนกรณีวิวาทะระหว่างนายทักษิณ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เกี่ยวกับเหตุผลที่พรรคเพื่อไทยและอดีตพรรคก้าวไกล ร่วมรัฐบาลกันไม่ได้ เกี่ยวโยงกับเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตนไม่ทราบ เพราะตนไม่ได้อยู่ในช่วงจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ๆ ภายหลังเลือกตั้งที่พรรคก้าวไกล ประกาศเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งตอนนั้นไม่มีพรรคภูมิใจไทย จึงไม่ทราบว่าเงื่อนไขอะไรที่เขาตกลงกัน ย้ำว่าตนไม่ทราบจริง ๆ
เมื่อถามว่า หลังเกิดวิวาทะครั้งนี้ คิดว่าพรรคเพื่อไทยจะร่วมงานกับพรรคประชาชนในอนาคตได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ทุกคนมีความคิดแตกต่างกันได้ คงไม่ใช่เรื่องการโกรธแค้นหรือเกลียดชังในเรื่องส่วนตัว เพราะเรื่องบ้านเมือง จะใช้เหตุผลส่วนตัวมาตัดสินใจไม่ได้ ต้องเอาเรื่องบ้านเมือง ความสงบ ความสามัคคีเป็นหลัก ซึ่งคนอื่นคิดยังไงไม่ทราบ แต่ตนคิดแบบนี้ตลอดเวลา