เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เชื้อปริศนารั่วไหล นักวิจัยรัสเซียดับ 1 ราย เกือบ 200 คนถูกเฝ้าระวัง
News เชื้อปริศนารั่วไหล นักวิจัยรัสเซียดับ 1 ราย เกือบ 200 คนถูกเฝ้าระวัง
ไทยยูเนี่ยน-เฟรเซอร์ส รับ AI เปลี่ยนโลกธุรกิจ โจทย์ใหญ่ ‘ใช้ให้คุ้ม-คุมให้อยู่’
Finance ไทยยูเนี่ยน-เฟรเซอร์ส รับ AI เปลี่ยนโลกธุรกิจ โจทย์ใหญ่ ‘ใช้ให้คุ้ม-คุมให้อยู่’
แมริออทฯ จับมือเคเอส โฮเทลฯ เปิดตัว โรงแรม-อพาร์ตเมนต์หรูที่เขาหลัก พังงา
Business แมริออทฯ จับมือเคเอส โฮเทลฯ เปิดตัว โรงแรม-อพาร์ตเมนต์หรูที่เขาหลัก พังงา
จีโน่-อาฒยา คว้าแชมป์ที่ 11 ในแอลพีจีเอ ทัวร์  “ลอตเต แชมเปียนชิพ”
Biz Movement จีโน่-อาฒยา คว้าแชมป์ที่ 11 ในแอลพีจีเอ ทัวร์  “ลอตเต แชมเปียนชิพ”
ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณ 67,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณ 67,050 บาท
สุชาติ เชื่อช่วง IMF-World Bank 2026 คนไทยจะให้ความร่วมมือ-ไม่มีชุมนุม
Politics สุชาติ เชื่อช่วง IMF-World Bank 2026 คนไทยจะให้ความร่วมมือ-ไม่มีชุมนุม
ตลาดหลักทรัพย์ฯ คาด Fund Flow ต่างชาติไหลออกชั่วคราว
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ คาด Fund Flow ต่างชาติไหลออกชั่วคราว
สุชาติ เผย ‘เนวิน’ แนะให้สามัคคี-ทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง
Politics สุชาติ เผย ‘เนวิน’ แนะให้สามัคคี-ทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง
The Times ชี้ UK ตามรอย EU เก็บภาษีอีวีจีน
World The Times ชี้ UK ตามรอย EU เก็บภาษีอีวีจีน
อนุทิน รับหนังสือ ‘พีมูฟ’ ประชิดทำเนียบ ยันไม่ตัดสิทธิสุขภาพ-ที่ดินทำกิน
Politics อนุทิน รับหนังสือ ‘พีมูฟ’ ประชิดทำเนียบ ยันไม่ตัดสิทธิสุขภาพ-ที่ดินทำกิน
ดูทั้งหมด

บทเรียนจาก “เซินกา”

05 ส.ค. 2560 | 18:56น.

คอลัมน์ สามัญสำนึก
โดย ถวัลย์ศักดิ์ สมรรคะบุตร


อิทธิพลของพายุเซินกา (SONCA) นอกจากจะทำความเสียหายให้กับพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาซ้ำซากในการบริหารจัดการกับภัยพิบัติเหมือน ๆ กับที่ผ่านมาในรอบหลายปี

โดยพายุดีเปรสชั่นลูกนี้ไม่ได้พัดผ่านประเทศไทยโดยตรง แต่เป็นแค่หาง ๆ หรือที่เรียกว่า “หย่อมความกดอากาศต่ำ” เท่านั้น ไม่อย่างนั้นความเสียหายจากอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นกับประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณจังหวัดสกลนคร จะมากกว่านี้

เบื้องต้นเรารับทราบข่าวพายุดีเปรสชั่นลูกนี้จากกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งมีหน้าที่ที่จะต้องมอนิเตอร์พายุที่จะพัดผ่านเข้าประเทศไทยอยู่แล้ว พอรู้แน่ชัดว่า พายุลูกนี้จะส่งอิทธิพลกับประเทศแน่ ๆ ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก็จะ “รับลูก” กางแผนที่ที่พายุจะพัดผ่าน ออกประกาศแจ้งเตือนในพื้นที่อีกต่อหนึ่ง

ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่พายุจะเข้าก็คือ มันมีแต่การแจ้งเตือน ทั่วถึงบ้าง ไม่ทั่วถึงบ้าง รู้บ้าง ไม่รู้บ้าง เสร็จแล้ว “จบ” ต่อไปเป็นเรื่องที่จะต้อง “วัดดวง” ว่า ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในพื้นที่มันจะมากน้อยแค่ไหน น้ำมันจะหลากไหลไปทางไหน ระดับน้ำจะสูงแค่ไหน พื้นที่เสี่ยงลุ่มต่ำที่น้ำจะท่วมถึงมันควรจะอยู่ตรงไหน และเราควรระบายน้ำไปทางใด จึงจะลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่

ในกรณีของ “เซินกา” จากรายงานข่าวที่ออกมา ดูเหมือนคนสกลนครจะไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยว่า น้ำมันจะท่วมสูงถึงเพียงนี้ ไม่รู้แม้กระทั่งว่า พื้นที่ในตัวเมืองตรงไหนมันเป็นที่ลุ่มต่ำมาก ๆ ที่น้ำจะเทไปท่วมขังในบริเวณนั้น ที่สำคัญท่วมแล้วน้ำจะไปไหน ข่าวที่ออกมามีเพียงว่า น้ำต้องระบายลงหนองหาร แต่เวรกรรมน้ำในหนองหารก็เต็ม การระบายน้ำต้องทำอย่างไร คนก็ไม่รู้ มีการเตรียมการพร่องน้ำจากหนองหารหรือไม่

รู้แต่พายุกำลังจะมา แล้วก็ “จบ”

เอาเข้าจริง ปริมาณน้ำฝนที่สูงกว่า 130 มิลลิเมตร 2 วันรวมกันถึง 245 มิลลิเมตร ตกหนักจนเทือกเขาภูพานไม่สามารถรับน้ำได้หมด ทำให้น้ำทะลักเข้าสู่พื้นที่ อ.เมืองสกลนคร และบริเวณอำเภอโดยรอบ ยังไม่นับกรณีเหตุ “ดราม่า” ถกเถียงกันว่า อ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น ระดับกักเก็บ 2.66 ล้าน ลบ.ม. ระดับน้ำไหลเข้าอ่าง 3.05 ล้าน ลบ.ม.นั้น “อ่างแตก” หรือ “น้ำไหลทะลักเขื่อนแล้วล้นคันขอบ” ออกไปกันแน่แต่ที่แน่ ๆ ตอไม้ก้นอ่างเก็บน้ำโผล่ขึ้นมาให้เห็นก็แล้วกัน (ฮา)

จนเมื่อน้ำท่วมเมืองสกลนครไปแล้วเมตร 2 เมตร ชุดข้อมูลจึงหลั่งไหลออกมาว่า น้ำจะต้องระบายผ่านหนองหาร
ไปออกแม่น้ำโขง ทางระบายน้ำจะต้องผ่าน ลำน้ำก่ำ ที่แสนจะคดเคี้ยวเลี้ยวลด ออกแม่น้ำโขงที่ อ.ธาตุพนมนั้น มันยาวถึง 120 กม. มีประตูระบายน้ำ 4 แห่ง จะต้องใช้เวลามากกว่า 10 วัน

ตามมาด้วยการแจ้งเตือนภัยอำเภอที่ลำน้ำก่ำจะไหลผ่านให้เก็บของขึ้นที่สูง แต่ไม่มีใครรู้ว่า เอาเข้าจริงน้ำมันจะไหลล้นทะลักไปตรงส่วนไหน ตรงพื้นที่ใดเสี่ยงที่น้ำจะท่วมสูงสุด เพื่อที่จะได้อพยพคน สรุปเอาว่า ตลาดอำเภอนาแก ท่วมเมตรกว่า ๆ เป็นอันจบเห่

เหตุการณ์ต่อจากนั้นก็เต็มไปด้วยความโกลาหล คนติดอยู่ในบ้านออกไม่ได้ จุดที่จะไปรับความช่วยเหลืออยู่ตรงไหน และการจะไปให้ถึงจุดนั้น ๆ จะไปอย่างไร ทำไมเทศบาล-ตำบลไม่มีแม้กระทั่งเรือท้องแบนในพื้นที่ ทำไมความช่วยเหลือต้องรอมาจากกรุงเทพมหานครเพียงอย่างเดียว ทำไมสะพานขาดต้องรอสะพานเบลีย์ที่ต้องขนย้ายมาประกอบกันแบบข้ามภาค

ยังสงสัยว่า ถ้าไม่มีหน่วยทหารลงมาช่วยเหลือประชาชนอย่างเข้มแข็งอย่างที่เห็นแล้ว พื้นที่เหล่านี้จะเดือดร้อนกันขนาดไหน

ทั้งหลายทั้งปวงสะท้อนให้เห็นถึงการไม่มี “แผน” รับมืออุทกภัยแบบรายจังหวัด เป็นแผนที่จะต้องลงรายละเอียดและต้องเป็น Scenario Planning น้ำจะมาทางไหน ระดับใด จะต้องทำอย่างไร พื้นที่ไหนเสี่ยงสุด และจะต้องระบายน้ำไปทางไหน คนจะอยู่ที่ตรงไหน และจะต้องย้ายไปแห่งใด

มันถึงเวลาที่จะต้องทำแล้ว ดีกว่าจะแก้ปัญหาแบบไล่ตามน้ำกันอย่างปัจจุบัน