Prachachat BITE SIZE โดย พฤฒินันท์ สุดประเสริฐ
ชื่อของ “หมอบุญ วนาสิน” เป็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากตกเป็น 1 ใน 9 ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง-คดีฟอกเงิน กรณีหลอกให้ร่วมลงทุนใน 5 โครงการของหมอบุญ โดยมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น มากถึงกว่า 7,500 ล้านบาท
Prachachat BITE SIZE ชวนย้อนเรื่องราว หมอบุญ วนาสิน จากเส้นทางแพทย์ สู่การตกเป็นผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง
หมอบุญ คือใคร ?
หมอบุญ วนาสิน เกิดเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2481 (อายุ 86 ปี) เริ่มต้นการศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญ (บางรัก) และสำเร็จการศึกษาจากแพทยศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหิดล ต่อมาหมอบุญเดินทางไปศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกา โดยเริ่มจากการเป็นอินเทิร์นที่เวอร์จิเนีย 1 ปี ต่อด้วยเป็นแพทย์ประจำบ้านอีก 2 ปี จากนั้นเข้าศึกษาต่อในสาขาระบบทางเดินอาหาร มหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์ พร้อมกับเป็น Fellow รวม 5 ปี
หลังเรียนจบได้ทำงานต่อกับ มหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์ ในตำแหน่งผู้ช่วยแพทย์ จากนั้นกลับไทย มาเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ และอาจารย์ประจำสาขาวิชาโรคทางเดินอาหาร ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จนขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ก่อนที่ปี 2519 จะเริ่มก่อตั้งโรงพยาบาลธนบุรี โรงพยาบาลเอกชนแห่งแรก ๆ ของประเทศไทย ซึ่งวันนี้กลายเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีชื่อว่า “ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป” ซึ่งมีทั้งโรงพยาบาล ธุรกิจด้านการดูแลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์ และเครือข่ายโรงพยาบาลทั้งในและต่างประเทศ
แม้ว่าหมอบุญ จะเป็นผู้ก่อตั้งเครือ THG แต่ในปัจจุบัน หมอบุญ แทบจะไม่มีส่วนในการบริหารหรือตัดสินใจ เพราะหากดูข้อมูลการถือหุ้นใหญ่ ตระกูลวนาสิน ถือรวมกันเกือบ 18% แต่เป็นหุ้นของหมอบุญเพียงแค่ 0.68% เท่านั้น ส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ THG ในปัจจุบัน คือ โรงพยาบาลรามคำแหง มากถึง 24.59%
วัคซีนโควิด-19
ประเด็นที่ทำให้ หมอบุญ วนาสิน เป็นที่รู้จักเป็นวงกว้างตามหน้าสื่อ คือ กรณีการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19
ในช่วงโควิด-19 แพร่ระบาด หมอบุญเสนอให้เร่งฉีดวัคซีน mRNA โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์และเด็ก ต่อมามีการเปิดเผยว่าเตรียมนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดสจากเยอรมนี
รวมถึงเคยวิจารณ์เรื่องการนำเข้าวัคซีนโมเดอร์นาเกี่ยวกับภาษี VAT 7% ที่ทำให้ราคาวัคซีนเพิ่มขึ้นจนถึง 2,000 บาท และถูกองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ขู่ฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท
ด้านหมอบุญยินดีให้ฟ้องร้องเพื่อให้เกิดการเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อวัคซีน ซึ่งนำไปสู่กระแส #Saveหมอบุญ ขณะเดียวกันก็ถูกตั้งคำถามว่า ที่เคลื่อนไหวในเรื่องดังกล่าว เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจกันแน่
อย่างไรก็ตาม ประเด็นการพูดถึงวัคซีนโควิด-19 ของหมอบุญ ทำให้ ก.ล.ต.ได้รับเรื่องตรวจสอบความจริงเกี่ยวกับการนำเข้าวัคซีน
ท้ายที่สุด ก.ล.ต.สั่งปรับหมอบุญ วนาสิน เป็นเงิน 2.34 ล้านบาท และห้ามดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทจดทะเบียน รวมถึง THG เป็นเวลา 42 เดือน (3 ปี 6 เดือน) กรณีให้ข้อมูลผ่านสื่อในเดือนกรกฎาคม 2564 ว่า THG จะลงนามสั่งซื้อวัคซีนไฟเซอร์ 5 ล้านโดส ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจผิด ส่งผลต่อราคาหุ้น THG
ก.ล.ต.ตรวจสอบพบว่าไม่มีการลงนามสัญญาตามที่กล่าวอ้าง และการให้ข้อมูลดังกล่าวฝ่าฝืนกฎหมายหลักทรัพย์ (มาตรา 240)
คดีฉ้อโกง 7,500 ล้าน
ที่มาของคดีนี้ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. ระบุว่า วันที่ 2-4 กุมภาพันธ์ 2566 นายแพทย์บุญได้สร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวเอง โดยออกสื่อสารสาธารณะแพร่ข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์สาธารณะ โดยกล่าวอ้างการลงทุนที่น่าสนใจ 5 โครงการ ได้แก่
1. โครงการสร้างศูนย์มะเร็ง ย่านปิ่นเกล้า พื้นที่ 7 ไร่ งบลงทุน 4,000 ล้านบาท (ทันสมัยที่สุดในเอเชีย)
2. โครงการเวสเนสเซ็นเตอร์ ย่านพระราม 3 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่ 5 ไร่เศษ งบลงทุนประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท (อาคารที่พักสูง 52 ชั้น รองรับผู้สูงวัย 400 ห้อง)
3. โครงการสร้างโรงพยาบาลใน สปป.ลาว จำนวน 3 แห่ง (ในเวียงจันทร์ 2 แห่ง, จำปาสัก 1 แห่ง)
4.โครงการเข้าร่วมลงทุนกับโรงพยาบาลในเวียดนาม โดยใช้งบลงทุน ประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท
5. โครงการสร้างเมดิคอล อินเทลลิเจนซ์ (Medical Intelligence) ซึ่งทำหน้าที่ด้านไอที ใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท
และได้ออกสื่อทั้งลงเว็บไซต์ ให้สัมภาษณ์สำนักพิมพ์ใหญ่ ๆ และบอกกล่าวครอบครัว พนักงาน โบรกเกอร์ อ้างว่า มีบริษัทจดทะเบียนถูกต้องในตลาดหลักทรัพย์ฯ และให้ค่าตอบแทนสูงกว่าสถาบันการเงิน ทำให้ประชาชนหลงเชื่อ
วิธีการ คือ ทำสัญญากู้ยืมเงิน ให้ดอกเบี้ยผู้มาลงทุน และมีการจ่ายเช็คให้ผู้เสียหายเพื่อชำระเบี้ยเงินกู้ รวมทั้งจ่ายเช็คเป็นค่าดอกเบี้ย โดยหมอบุญเป็นคนลงชื่อ และมีภรรยาและลูก เป็นผู้ค้ำประกันเซ็นหลังเช็ค ยืนยันว่า หากถูกฟ้อง เมียและลูกจะเป็นลูกหนี้ด้วย
ในช่วงแรกมีการชำระดอกเบี้ยให้บางส่วน บางคน แต่ถัดมาไม่จ่ายเลย เงินต้นก็ไม่คืน เช็ค เมื่อถึงเวลา ผู้เสียหายเอาไปขึ้น ธนาคารปฏิเสธจ่ายเงิน จนทำให้ผู้เสียหายต้องเข้าแจ้งความร้องทุกข์จำนวนมาก และเริ่มต้นการสอบสวน ตรวจสอบโครงการดังกล่าว ก่อนจะลงเอยว่า โครงการที่กล่าวมานี้ ไม่มีอยู่จริง
นำมาสู่การออกหมายจับในคดีฉ้อโกง และคดีฟอกเงิน ทั้งหมอบุญ อดีตภรรยา ลูกสาว เลขาฯส่วนตัว และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้จัดการเอกสาร เจ้าหน้าที่บริษัทหลักทรัพย์ และผู้ชักชวน รวม 9 คน ซึ่งตอนนี้จับกุมได้แล้ว 8 คน ส่วนหมอบุญยังจับกุมไม่ได้ และเตรียมออกหมายแดง พร้อมประสานตำรวจสากลเพื่อจับกุม
ส่วนความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวกับ THG มีการเปิดเผยว่า มีรายการธุรกรรมต้องสงสัย ก่อนหน้านี้ มีกรณีของ บริษัท ราชธานีพัฒนาการ (2014) จำกัด รายงานเมื่อ 20 กันยายนที่ผ่านมา โดยบริษัทดังกล่าว รับสภาพหนี้กว่า 112 ล้านบาท
ต่อมา พบรายการต้องสงสัยเพิ่มเติม ในปี 2566 มูลค่ารวมกว่า 63 ล้านบาท แต่ THG ยืนยันว่าไม่กระทบต่อธุรกิจแต่อย่างใด
ขณะที่สำนักงาน ก.ล.ต. ระบุว่า นายแพทย์บุญได้กระทำในนามส่วนตัว ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับ บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) จึงอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำผิดฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา ยังไม่เข้าข่ายการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ
นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษกสำนักงาน ก.ล.ต. เปิดเผยว่า ก.ล.ต.อยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อนำมาพิจารณาดำเนินการตามกระบวนการต่อไป หากพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายภายใต้การกำกับดูแล ก.ล.ต.จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายต่อไป หรือในกรณีพบว่ามีการกระทำเข้าข่ายกระทำผิดภายใต้กฎหมายอื่น ก.ล.ต.จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ติดตาม Prachachat BITE SIZE EP.83 ได้ที่ https://youtu.be/SSmOpvujR4k
เข้าใจง่าย ได้ความรู้ ทุกสถานการณ์ข่าว กับ “Prachachat BITE SIZE” ทุกวันเสาร์ 11.00 น. ทุกช่องทางออนไลน์ของประชาชาติธุรกิจ


