Skip to content

แบงก์รัฐช่วยลูกค้าน้ำท่วมภาคใต้ ลดดอกเบี้ย-ยืดหนี้-พักชำระ-เติมสภาพคล่อง

30 พ.ย. 2567 | 12:19น.
แบงก์รัฐช่วยลูกค้าน้ำท่วมภาคใต้ ลดดอกเบี้ย-ยืดหนี้-พักชำระ-เติมสภาพคล่อง

แบงก์รัฐระดมส่งมาตรการช่วยเหลือลูกค้าน้ำท่วมภาคใต้ “ธอส.” พักหนี้ ลดดอกเบี้ย ให้กู้ซ่อม-สร้าง “ธพว.” พักชำระหนี้เงินต้น-ดอกเบี้ย 12 เดือน ขณะที่ “ธ.ก.ส.” เลื่อนเวลาชำระหนี้ พร้อมมาตรการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมพื้นที่ภาคใต้ ขณะนี้มีพื้นที่ประสบภัย 7 จังหวัด คือ สุราษฎร์ธานี สงขลา สตูล นครศรีธรรมราช ปัตตานี นราธิวาส และยะลา ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ สถาบันการเงินรัฐได้เสนอมาตรการมอบสิ่งของช่วยเหลือให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ โดยมีรายละเอียดของมาตรการดั้งนี้

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

ธอส.ประกาศ 7 มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก พักหนี้ ลดดอกเบี้ย ให้กู้ซ่อม-สร้าง และจ่ายสินไหม รายละเอียดมีดังนี้

1.สามารถขอลดเงินงวดและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยพักชำระหนี้นาน 3 เดือน พร้อมลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ 0% ต่อปี 3 เดือนแรก และเดือนที่ 4-12 คิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 2.00% ต่อปี พร้อมลดเงินงวดลง 50% ของเงินงวดที่ชำระในปัจจุบัน โดยเมื่อครบระยะเวลาให้ความช่วยเหลือ ลูกค้าสามารถกลับไปใช้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เดิมต่อไป

2.สามารถขอกู้เพิ่มกู้เพิ่ม เพื่อซ่อมแซม หรือปลูกสร้างทดแทนหลังเดิม วงเงินกู้สูงสุดต่อรายต่อหลักประกันไม่เกิน 2 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเดือนที่ 1-3 เท่ากับ 0% ต่อปี พร้อมปลอดชำระเงินงวด และ อัตราดอกเบี้ยเดือนที่ 4-24 เท่ากับ 2.00% ต่อปี

3. ประนอมหนี้ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี 6 เดือน โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 6 เดือนแรก และไม่ต้องชำระเงินงวด จากนั้นเดือนที่ 7-18 อัตราดอกเบี้ย 1.00% ต่อปี

4.ประนอมหนี้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 6 เดือนแรก และผ่อนชำระเงินงวดเพียง 1,000 บาท(ตัดเงินต้นทั้งหมด) จากนั้น เดือนที่ 7-12 อัตราดอกเบี้ย 1.00% ต่อปี

5. กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร ให้ผ่อนชำระ โดยใช้อัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี ตลอดระยะเวลาที่คงเหลือ (พิจารณาเป็นรายกรณี)

6. หากที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลัง และไม่สามารถซ่อมแซมได้ ให้ปลอดหนี้ในส่วนของราคาอาคาร และให้ผ่อนชำระต่อเฉพาะในส่วนของที่ดินที่คงเหลือเท่านั้น (พิจารณาเป็นรายกรณี)

7. พิจารณาสินไหมเร่งด่วน (Fast Track) สำหรับลูกค้าที่ทำกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัย ซึ่งคุ้มครองภัยธรรมชาติกับบริษัทประกันภัยที่ธนาคารจัดให้ พิจารณาจ่ายค่าสินไหมให้กับลูกค้าที่ประสบภัยทุกราย อย่างเร่งด่วนเป็นกรณีพิเศษ โดยผู้เอาประกันสามารถแจ้งความเสียหายโดยใช้ภาพถ่าย จ่ายตามความเสียหายจริงไม่เกิน 20,000 บาท และสำหรับลูกค้าที่มีกรมธรรม์เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 62 เพิ่มความคุ้มครองภัยธรรมชาติตามความเสียหายจริงอีกไม่เกิน 30,000 บาท ต่อปี (รายละเอียดและเงื่อนไขเป็นไปตามกรมธรรม์)

ช่องทางการขอรับสินเชื่อ

สามารถติดต่อได้ที่สาขาของ ธอส. ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ส่วนลูกค้าที่ประสงค์ขอรับบริการ “ 5 มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปี 2567 ” มาตรการที่ 1-4 สามารถติดต่อได้ที่สาขาของ ธอส. ตั้งวันนี้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2567 และมาตรการที่ 5 ติดต่อได้ที่สาขาของ ธอส. ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

  • สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
  • ธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศ
  • Call Center โทร.0-2645-9000
  • Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือที่ ธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศ
  • ติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ Application : GHB ALL GEN และ www.ghbank.co.th

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)

ธพว. ออกมาตรการ พักชำระหนี้เงินต้น-ดอกเบี้ย 12 เดือน และเติมทุนฉุกเฉินฟื้นฟูกิจการ ก้าวข้ามวิกฤต รายละเอียดมีดังนี้

1.มาตรการ “พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย”

ลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อม พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย สำหรับกลุ่มเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term Loan) สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน สัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และสินเชื่อแฟกตอริ่ง ขยายระยะเวลาชำระตั๋วสัญญาใช้เงินออกไปอีกสูงสุด 180 วัน และสามารถพักชำระดอกเบี้ยได้

2.มาตรการ “เติมทุนฟื้นฟูกิจการ”

  • สินเชื่อฉุกเฉิน

สำหรับลูกค้าเดิมได้รับผลกระทบทางตรง วงเงินกู้ 10% ของวงเงินเดิม ขั้นต่ำ 30,000 บาท สูงสุด 200,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี ระยะเวลากู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน ไม่ต้องมีหลักประกัน ยกเว้นค่าธรรมเนียม

  • สินเชื่อ Boost Up

เพื่อเอสเอ็มอีประสบอุทกภัย เปิดกว้างทั้งลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทางตรง วงเงินกู้สูงสุด 2 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 3.50% ต่อปี คงที่ 2 ปีแรก ใช้ บสย.ค้ำประกันได้เต็มวงเงิน สิ้นสุดวันรับคำขอกู้ภายใน 30 ธันวาคม 2567 หรือจนกว่าจะเต็มวงเงินของโครงการ

ติดต่อเพื่อปรึกษาหรือขอรับบริการ

  • สาขาของ SME D Bank ทุกแห่ง
  • LINE Official Account : SME Development Bank
  • เว็บไซต์ www.smebank.co.th

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

  • Call Center 1357

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

บสย. จัดโครงการค้ำประกันสินเชื่อดอกเบี้ยถูก SMEs ฟื้นฟู No One Left Behind วงเงิน 1,000 ล้านบาท ภายใต้โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 11 “บสย. SMEs ยั่งยืน” ค้ำประกันตั้งแต่ 1 หมื่น – 2 ล้านบาทต่อราย นานสูงสุด 10 ปี อัตราค่าธรรมเนียม 1.25% ต่อปี ฟรี! ค่าธรรมเนียม 3 ปีแรก พร้อมยกเว้นค่าดำเนินการค้ำประกันตลอดโครงการ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและรายละเอียดการเข้าร่วม

  • สำนักงานเขตในพื้นที่
  • Call Center โทร. 02-890-9999 หรือ
  • ช่องทาง LINE OA : @tcgfirst

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)

EXIM BANK ออกมาตรการ “เพิ่มทุน-ลดภาระ-ขยายระยะเวลา” ช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในภาคใต้

โดยออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาผลกระทบและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

1.เพิ่มทุนและโอกาสฟื้นฟูกิจการ

  • เพิ่มวงเงินหมุนเวียนชั่วคราว สูงสุด 20% ของวงเงินหมุนเวียนเดิม ทั้งนี้ ไม่เกิน 2 ล้านบาท โดยใช้ อัตราดอกเบี้ยเดิม
  • แปลงภาระหนี้ระยะสั้น เป็นภาระหนี้ระยะยาว ผ่อนชำระสูงสุด 3 ปี

2.ลดภาระ

  • พักชำระหนี้เงินต้น สูงสุด 12 เดือน
  • ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ปีแรกลง 0.50% หรือ จ่ายดอกเบี้ยเพียง 50% ในช่วง 6 เดือนแรก

3.ขยายระยะเวลา

  • ขยายระยะเวลาตั๋วสัญญาใช้เงิน สูงสุด 180 วัน
  • ขยายระยะเวลาเงินกู้ สูงสุด 7 ปี

ติดต่อเพื่อปรึกษาหรือขอรับบริการ

  • ลงทะเบียนผ่าน www.exim.go.th
  • EXIM Contact Center โทร. 0 2169 9999

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

ธ.ก.ส. ประกาศเลื่อนเวลาชำระหนี้ พร้อมจัด 2 มาตรการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ รายละเอียดมีดังนี้

โดยลูกค้าสามารถ เลื่อนระยะเวลาการชำระหนี้ออกไปสูงสุดไม่เกิน 1 ปี และไม่คิดดอกเบี้ยปรับ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ซึ่งลูกค้าสามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่สาขาในพื้นที่ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 31 ม.ค. 2568

นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังได้จัดทำมาตรการฟื้นฟูและเสริมสภาพคล่องเกษตรกรผ่าน 2 โครงการดังนี้

1.โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ปี 2567/68 เพื่อเสริมสภาพคล่องเกษตรกรในด้านค่าใช้จ่ายทั่วไป เช่น ค่าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็น อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 6 เดือนแรก เดือนที่ 7 คิดอัตราดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.875% ต่อปี) วงเงินให้กู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท ผ่อนชำระนานสูงสุดไม่เกิน 3 ปี

2.โครงการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อเป็นค่าลงทุนในการซ่อมแซมบ้านเรือนและทรัพย์สิน ค่าซ่อมเครื่องมือและอุปกรณ์การเกษตรที่ได้รับความเสียหาย ค่าใช้จ่ายในการทำการเกษตรรอบใหม่ วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR – 2 % ต่อปี ผ่อนชำระนานสูงสุดไม่เกิน 15 ปี