เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ฟินโนมีนา ชี้วิกฤตเทขาย AI ลามทั่วโลก ลุ้นประธาน ‘เฟด’ ส่งสัญญาณดอกเบี้ยคืนนี้
Finance ฟินโนมีนา ชี้วิกฤตเทขาย AI ลามทั่วโลก ลุ้นประธาน ‘เฟด’ ส่งสัญญาณดอกเบี้ยคืนนี้
ไทยผนึก WEF ดัน “ข้าวคาร์บอนต่ำ” เชื่อมตลาดโลก ชูดีลซื้อระยะยาว-เงินทุน เพิ่มรายได้ชาวนา
Economic ไทยผนึก WEF ดัน “ข้าวคาร์บอนต่ำ” เชื่อมตลาดโลก ชูดีลซื้อระยะยาว-เงินทุน เพิ่มรายได้ชาวนา
ลูกค้า YAMAHA กิน McDonald’s ฟรี วันนี้ถึง 14 พ.ย. 2569  
Automotive ลูกค้า YAMAHA กิน McDonald’s ฟรี วันนี้ถึง 14 พ.ย. 2569  
SC ทุ่ม 1.1 หมื่นล้านปลุกบางโพ ผุดคอนโดริมน้ำ ดึง “วิน-ตู” พรีเซ็นเตอร์ พรีเซล 17-18 ต.ค.นี้
Real Estate SC ทุ่ม 1.1 หมื่นล้านปลุกบางโพ ผุดคอนโดริมน้ำ ดึง “วิน-ตู” พรีเซ็นเตอร์ พรีเซล 17-18 ต.ค.นี้
กรมชลฯ ระดมเครื่องสูบน้ำ-ผลักดันน้ำ 24 ชม. เร่งระบายน้ำบางปะกง-คลองรังสิต
Economic กรมชลฯ ระดมเครื่องสูบน้ำ-ผลักดันน้ำ 24 ชม. เร่งระบายน้ำบางปะกง-คลองรังสิต
ไทยพีบีเอส แจงดราม่า “นักข่าวพลเมืองไม่ได้ค่าตอบแทน” ยันยึดหลักสร้างพื้นที่สาธารณะ
News ไทยพีบีเอส แจงดราม่า “นักข่าวพลเมืองไม่ได้ค่าตอบแทน” ยันยึดหลักสร้างพื้นที่สาธารณะ
สทนช.เร่งระบายน้ำเจ้าพระยา-บางปะกง ท่วมขังลดแล้ว 922 ล้าน ลบ.ม. คาดคลี่คลายภายใน ต.ค.
Economic สทนช.เร่งระบายน้ำเจ้าพระยา-บางปะกง ท่วมขังลดแล้ว 922 ล้าน ลบ.ม. คาดคลี่คลายภายใน ต.ค.
‘ไทย-สวิส’ ชื่นมื่นดัน 4 ความร่วมมือ มุ่งขยายตลาด EFTA
Politics ‘ไทย-สวิส’ ชื่นมื่นดัน 4 ความร่วมมือ มุ่งขยายตลาด EFTA
เวที FUTURE-READY ECONOMY 2026 ชู 5 แนวทางจัดสรรทุน-สร้างเศรษฐกิจที่พร้อมสำหรับอนาคต
Uncategorized เวที FUTURE-READY ECONOMY 2026 ชู 5 แนวทางจัดสรรทุน-สร้างเศรษฐกิจที่พร้อมสำหรับอนาคต
IRPC คว้าฮาลาลเม็ดพลาสติก POLIMAXX รายแรกไทย ปูทางส่งออกตลาดอินโดนีเซีย
Biz Movement IRPC คว้าฮาลาลเม็ดพลาสติก POLIMAXX รายแรกไทย ปูทางส่งออกตลาดอินโดนีเซีย
ดูทั้งหมด

ฟันธง กนง. 18 ธ.ค.คงดอกเบี้ย KKP ประเมินปีหน้าลด 3 ครั้ง

14 ธ.ค. 2567 | 07:44น.
ลดดอกเบี้ย

จับสัญญาณดอกเบี้ย นักเศรษฐศาสตร์ประสานเสียงประชุมเฟด-กนง.รอบ18 ธ.ค.นี้ สหรัฐลด-ไทยคงดอกเบี้ย “กรุงไทย” ชี้ปัจจัยภาวะการเงินตึงตัว กดดัน กนง.ตัดสินใจหั่นดอกเบี้ย เชื่อเฟดลดดอกเบี้ยไม่กระทบฟันด์โฟลว์-ตลาดการเงิน พิพัฒน์-KKP ประเมินปีหน้า กนง.ลด 3 ครั้ง “ทีทีบี” ชี้ กนง.คงไว้ก่อน รอดูทิศทาง เน้นใช้เครื่องมือผสม-แก้หนี้ตรงจุดแทน CIMBT มองปีหน้าดอกเบี้ยไทยลงสู่ระดับ 1.50%

ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในช่วงวันที่ 17-18 ธันวาคม 2567 มองว่า เฟดน่าจะอยู่ในโหมดปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่อ เพราะจะเห็นว่า นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดส่งสัญญาณว่า แม้ว่าจะปรับเปลี่ยนประธานาธิบดี แต่นโยบายการเงินยังดำเนินแบบค่อยเป็นค่อยไป

โดยมองว่าหากเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในการประชุมครั้งนี้ จะไม่ได้มีผลกระทบต่อเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) หรือตลาดการเงินมากนัก เพราะตลาดได้รับรู้มาก่อนหน้าแล้ว และเป็นการลดตามคาดการณ์ที่ 0.25% จึงไม่ได้มีผลเหนือความคาดหมาย แต่สิ่งที่นักวิเคราะห์มองไม่เหมือนกัน คือ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ภายหลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ามาเป็นประธานาธิบดี เฟดจะลดดอกเบี้ยน้อยลง

กนง.รอบนี้ “คงดอกเบี้ย”

ส่วนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 18 ธันวาคมนี้ มองว่าจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจที่มีแรงส่งจากภาคส่งออกที่ขยายตัว การลงทุนภาครัฐที่ยังเติบโตได้ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะเข้ามาในช่วง 3-4 เดือนข้างหน้า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยไม่ได้อ่อนแรง จึงมองว่าในรอบนี้ กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ดี ปัจจัยที่ กนง.จะพิจารณาปรับลดดอกเบี้ย จะเป็นเรื่องของภาวะการเงินตึงตัว หากสถานการณ์ไม่คลี่คลายก็มีปัจจัยปรับลดได้

“สถานการณ์ดอกเบี้ยไทยค่อนข้างก้ำกึ่ง แต่ด้วยปัจจัยรอบด้านมองว่า กนง.น่าจะคงดอกเบี้ยมากกว่า เพราะหากดูปัจจัยการเติบโตเศรษฐกิจไตรมาส 3 และ 4 ปีนี้น่าจะออกมาค่อนข้างดี และมองไปข้างหน้าในไตรมาส 1 และ 2 ปีหน้า การเติบโตน่าจะยังใช้ได้ เป็นเหตุผลที่ กนง.น่าจะรอดูเหตุการณ์ต่อไปได้ แต่หากภาวะการเงินตึงตัวไม่ดีขึ้น หรือตึงตัวมากกว่าเดิมก็เป็นเหตุผลที่จะลดดอกเบี้ยลงได้”

เฟดระวัง-เงินเฟ้อผงกหัว

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) กล่าวว่ารอบนี้เชื่อว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยอีกแน่นอน โดยน่าจะลด 0.25% และลดอีก 2 ครั้งในปีหน้า แล้วก็จะหยุดลดดอกเบี้ย เพราะเริ่มมองกันว่าเศรษฐกิจสหรัฐไม่ได้แย่อย่างที่คาด จากที่ก่อนหน้านี้มองว่าถ้าลดดอกเบี้ยช้า เดี๋ยวเศรษฐกิจชะลอ ขณะที่เมื่อเลือกตั้งสหรัฐได้นายโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ามา คนก็เริ่มกังวลว่าเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นหรือไม่ ดังนั้น เฟดก็อาจจะต้องระมัดระวังมากขึ้น

“ผมว่าดอกเบี้ยเฟดอาจจะลงไปต่ำสุดแถว ๆ 4% แล้วก็จะ Wait & See ก่อน ซึ่งถ้าดูเงินเฟ้อสหรัฐช่วงหลังจะเริ่มหยุดลงแล้ว เริ่มนิ่ง จากก่อนหน้านี้ที่ลงมาตลอด โดยรอบนี้ดอกเบี้ยคงลง แต่หลังจากนี้ก็คงรอดู แล้วค่อย ๆ ปรับไปเรื่อย ๆ”

กนง.ลดดอกเบี้ย 3 ครั้งปีหน้า

ส่วนอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย ดร.พิพัฒน์คาดว่า รอบนี้ กนง.น่าจะยังไม่ปรับลง แต่ระยะต่อไป แนวโน้มมีโอกาสมากขึ้นที่จะปรับลดดอกเบี้ยอีก โดยคาดว่าปีหน้า กนง.จะลดดอกเบี้ยอีก 3 ครั้ง เนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณที่อาจจะต้องผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น โดยสัญญาณที่สำคัญคือ การเติบโตของสินเชื่อที่ติดลบ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ค่อนข้างน่าห่วง เพราะกำลังบอกว่าแบงก์ไม่กล้าปล่อยสินเชื่อ โดยอาจจะทำให้สภาพคล่องในระบบตึงมากขึ้น

“ตัวเลขไตรมาส 3 ที่สินเชื่อทั้งระบบออกมาติดลบ ครั้งแรกในรอบ 15 ปี คือก่อนหน้านี้ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ชะลอตัวอย่างไร สินเชื่อแบงก์ไม่เคยติดลบ แต่ตอนนี้ติดลบแล้ว ซึ่งถ้าไปดูเซ็กเมนต์ที่ติดลบเยอะ ๆ ก็จะมีรถยนต์ อสังหาริมทรัพย์ ก็สะท้อนถึงความระมัดระวังของแบงก์ ว่าปล่อยไปแล้วกลัวไม่ได้เงินคืน หรือเป็นหนี้เสีย หลักประกันไม่คุ้ม เพราะราคารถยนต์ก็ตก ก็จะเป็น Negative Feedback Loop คือพอแบงก์ไม่ปล่อย ยอดขายรถก็กระทบ ราคาบ้านก็กระทบ เศรษฐกิจก็ได้รับผลกระทบอีก”

นโยบายการเงินตึงเกินไป

ดร.พิพัฒน์กล่าวว่า หากดูสถานการณ์ปัจจุบันที่ดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 2.25% เงินเฟ้ออยู่ระดับ 0.7% ซึ่งหากย้อนกลับไปช่วงปี 2558-2561 ดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.5% ส่วนเงินเฟ้อเท่า ๆ กับปัจจุบัน ขณะที่จีดีพีตอนนั้นโต 3.5% แต่วันนี้เงินเฟ้อก็เท่า ๆ กับตอนนั้น แต่จีดีพีเหลือ 2.5% ส่วนดอกเบี้ยอยู่ที่ 2.25%

“ดังนั้น ผมคิดว่านโยบายการเงิน วันนี้ตึงกว่าวันนั้นแน่นอน ซึ่งดูจากเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ไม่ได้ดีเหมือนตอนนั้น ทำให้นโยบายการเงินมีช่องที่จะผ่อนคลายได้มากขึ้น โดยเฉพาะถ้าดีมานด์ในประเทศอ่อนแอ เงินเฟ้อยังอยู่ระดับต่ำ สินเชื่อแบงก์ติดลบ เอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น ค่าเงินบาทแข็ง ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้เงื่อนไขการลดดอกเบี้ยมีมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเงื่อนไขที่แบงก์ชาติไม่ลดดอกเบี้ย คือกลัวคนกู้เพิ่ม แต่ตอนนี้เราเห็นสินเชื่อหดตัวแล้ว ดังนั้น หากนโยบายการเงินตึงเกินไป ก็อาจจะทำให้เศรษฐกิจโตช้า แม้ว่าหนี้ไม่เพิ่ม แต่รายได้คนลด”

ปีหน้าดอกเบี้ยไทยลงสู่ 1.5%

ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในการประชุมเฟด นักลงทุนประมาณ 90% มองว่าจะปรับลดดอกเบี้ยลง แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือตลาดมองการส่งสัญญาณนโยบายการเงินในปี 2568 ว่ารายงานการประชุม Dot Plot จะเป็นอย่างไร จากเดิมมองปีหน้าเฟดจะลดดอกเบี้ย 4 ครั้ง ปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 2-3 ครั้ง ส่วนหนึ่งมาจากอัตราเงินเฟ้อขยับเพิ่มขึ้น และลดลงช้า ซึ่งจะต้องดูว่าในปี 2568 จะเป็นอย่างไร ทำให้ตลาดลุ้นการประชุมในเดือนมกราคม 2568 หลังมีประธานาธิบดีทรัมป์ จะออกมาในทิศทางใด

สำหรับการประชุม กนง.ของไทย คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยที่เป็นแรงกดดัน โดยเศรษฐกิจยังมีแรงสนับสนุน สะท้อนจากตัวเลขจีดีพีในไตรมาส 3/67 ที่ขยายตัว และมาตรการภาครัฐที่ทยอยออกมาหลังจากนี้ ประกอบกับ กนง.อาจรอดูผลการปรับลดดอกเบี้ยในรอบการประชุมเดือนตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา เพื่อตัดสินใจดำเนินนโยบายการเงินอีกครั้ง

“รอบการประชุม 18 ธ.ค.นี้ เฟดลดดอกเบี้ย ไทยคงดอกเบี้ย แต่ในปี’68 กนง.น่าจะลดดอกเบี้ยต่อเนื่องสู่ระดับ 1.50% ต่อปี เพราะเงินเฟ้อไม่เข้ากรอบเป้าหมาย 1-3% และความเสี่ยงเศรษฐกิจมีค่อนข้างมากขึ้น ทำให้นโยบายการเงินจะปรับให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจโตช้าลง”

แก้หนี้ลดแรงกดดันดอกเบี้ย

ด้านนายนริศ สถาผลเดชา ประธานกลุ่มงาน Data และ Analytics ธนาคารทหารไทยธนชาต หรือทีทีบี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แนวโน้มดอกเบี้ยทั่วโลกยังคงอยู่ในธีมดอกเบี้ยขาลง โดยมองว่ากรณีพื้นฐานเฟดน่าจะปรับลดดอกเบี้ย แต่เสียงอาจจะแตก เนื่องจากมีความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อที่ตัวเลขผงกหัวขึ้นจากระดับ 2.60% เป็น 2.75% ดังนั้น นโยบายการเงินคงไม่ได้ปรับลดลงเร็ว หรือแตะเบรกเร็ว เป็นช่วงรอดูสถานการณ์ (Wait & See) และตลาดปรับคาดการณ์จากเดิมที่คาดว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ย 0.50% เหลือ 0.25%

ขณะที่นโยบายการเงินของไทยนั้น มองว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 2.25% ต่อปี เพื่อรอดูท่าที ส่วนหนึ่งมาจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เริ่มเห็นทิศทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และเชื่อว่ายังมีเวลาในการประเมินสถานการณ์ ประกอบกับ ธปท.มีนโยบายการเงินอื่น ๆ เข้ามาช่วย เช่น มาตรการแก้หนี้ครัวเรือน “คุณสู้ เราช่วย” ที่เป็นมาตรการตรงจุดในการลดภาระหนี้ของลูกหนี้ และแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนได้ยั่งยืน โดยไม่จำเป็นต้องใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยที่เป็นวงกว้าง

“หากย้อนหลังดูวัฏจักรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของไทย 4-5 รอบในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าเมื่อ กนง.ลดดอกเบี้ย จะไม่ปรับลดลงต่อเนื่อง ดังนั้น เราคงไม่เห็น กนง.ลดลงเร็วไปจนถึง 1.75% ซึ่งเป็นขอบล่าง โดยมองว่า กนง.ยังลดได้อีก 1 ครั้ง ลงมาอยู่ 2.00% ต่อปี และยังมีเวลาเหลืออีกในการประเมินสถานการณ์ โดยอาจจะเน้นใช้นโยบายการเงินและเครื่องมือแบบผสมผสานมากขึ้น ตามที่ผู้ว่าการ ธปท.พูดมาต่อเนื่อง”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กนง. ดอกเบี้ย ประชุมเฟด