เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
Columns วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
Biz Movement เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
ดูทั้งหมด

‘นวดคอ’ อันตรายจริงไหม ผู้เชี่ยวชาญตอบแล้ว พร้อม 3 ทริกลดอาการปวด

19 ธ.ค. 2567 | 17:35น.

“นวดคอ” อันตรายจริงไหม ? หาคำตอบกับผู้เชี่ยวชาญ มข. พร้อมแนะ 3 ท่ากายบริหารลดอาการปวดคอง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

กลายเป็นกระแสในสื่อสังคมออนไลน์จนหลายคนตั้งคำถามและเริ่มกลัวการพบหมอนวด โดยเฉพาะคนที่มีอาการปวดคอ เพราะมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการนวดคอและบิดคอนั้นอาจนำไปสู่ความเสี่ยงถึงชีวิต วันนี้มหาวิทยาลัยขอนแก่น อยากชวนทุกคนไปหาคำตอบว่า “การนวดคอนั้นอันตรายจริงไหม” จาก ศ.ดร.กภ.วิชัย อึงพินิจพงศ์ นักวิจัยอาวุโส สาขากายภาพบำบัด คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ศ.ดร.กภ.วิชัย อึงพินิจพงศ์ นักวิจัยอาวุโส สาขากายภาพบำบัด คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ระบุว่า การนวดแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ ได้แก่ การนวดเพื่อบรรเทาอาการ จะเป็นการนวดไปที่เส้นเอ็น หรือกล้ามเนื้อคอและบ่า เพื่อให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนที่ปวด และอีกแบบ คือ การนวดเพื่อสุขภาพ ใช้เทคนิคเส้นประทาน 10 ของการนวดไทย ในการนวดเส้นเอ็นต่าง ๆ ในร่างกายซึ่งมีที่บ่าและคอด้วย เพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย

“การนวดไทยตามมาตรฐานไม่มีการบิดคอ หรือ หักคอ อย่างไรก็ตาม ผู้นวดต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการเรียนรู้และอบรมที่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะบริเวณคอด้านหน้าเป็นจุดอันตรายที่มีเส้นเลือดแดงใหญ่ (Carotid) อยู่ ซึ่งเป็นบริเวณที่ห้ามกดนวด เพราะหากเผลอไปกดนวดถูกบริเวณนี้ก็อาจทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ และอาจถึงแก่ชีวิตได้ ซึ่งผู้ที่ได้เรียนการนวดอย่างถูกวิธีจะทราบว่าจุดไหนอันตราย”

การปวดคออาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่ที่พบบ่อย ๆ คือ ปวดคอจากออฟฟิศซินโดรม เนื่องจากการก้มมองจอโทรศัพท์หรือจอคอมพิวเตอร์จนทำให้เกร็งกล้ามเนื้อคอเพื่อประคองศีรษะที่หนัก 3-4 กิโลกรัมเป็นระยะเวลานานหลายชั่วโมงติดต่อกัน อีกสาเหตุคือ ข้อสันหลังส่วนคอเสื่อม ซึ่งมีทั้งเสื่อมตามอายุขัยและเสื่อมจากอุบัติเหตุ บางคนอาจปวดคอจากโรคติดเชื้อในไขสันหลังก็จะมีอาการปวดคอ คอแข็งขยับคอไม่ได้ นอกจากนี้อาการปวดคอยังอาจมีสาเหตุจากโรคอื่น ๆ อีก ที่ต้องวินิจฉัยต่อไปก่อนให้การรักษา

ศ.ดร.กภ.วิชัย อึงพินิจพงศ์

ปวดคอแบบไหนต้องไปนวดหรือทำกายภาพบำบัด ?

เมื่อต้องทำงานหนักหรือมีความเครียดสะสมแล้วรู้สึกปวดคออาจจะยังไม่ต้องมาพบแพทย์หรือกายภาพบำบัด เพียงแค่พักผ่อนก็จะดีขึ้นได้ภายใน 2-3 วัน แต่หากยังปวดคอต่อเนื่องก็ควรพิจารณาเข้าพบแพทย์ หรือนักกายภาพบำบัด เพื่อตรวจ วินิจฉัยและให้การรักษาที่เหมาะสมต่อไป ซึ่งอาการปวดคอนั้นจะมีตำแหน่ง แปรเปลี่ยนไปตามโครงสร้างเนื้อเยื่อที่มีปัญหา เช่น หากปวดคอ เนื่องจากกล้ามเนื้อเกร็ง จะปวดตึงที่บ่า ร้าวขึ้นไปถึงหลังคอจนไปถึงหลังหู แต่หากเป็นกล้ามเนื้อใต้ท้ายทอยก็จะปวดที่ท้ายทอยและอาการปวดนั้นอาจร้าวไปถึงกระหม่อม หรือถ้าเป็นที่กล้ามเนื้อข้างคอเกร็งก็จะร้าวไปที่กกหูเลยไปขมับในข้างเดียวกัน แต่ถ้าเป็นโรคข้อสันหลังส่วนคอเสื่อมก็จะปวดลึก ๆ เข้าไปในกระดูกคอและก็อาจร้าวลงมาที่บ่าและสะบัก

“ในส่วนการปวดคอเนื่องจากข้อต่อสันหลังส่วนข้อเสื่อมจะปวดเฉพาะที่ ปวดที่กระดูกลึก ๆ ด้านในและร้าวมาที่สะบัก ส่วนใหญ่จะเป็นการเสื่อมของกระดูกข้อส่วนที่ 4-6 หากไม่รักษาจะร้าวลงไปที่หัวไหล่ สะบัก และลงไปที่ข้อศอกหรือมือได้ หากอาการรุนแรงจะมีอาการชา หรือเหมือนมีไฟฟ้าชอร์ต กรณีนี้เป็นค่อนข้างมาก แต่ยังมีทางรักษา ขอให้รีบมาพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด อย่าปล่อยให้เป็นมากจนไปถึงขั้นอ่อนแรง”

เมื่อการรักษาอาการปวดคอไม่ได้มีแค่การนวด

เมื่อมีอาการปวดคอคนไข้จะได้พบนักกายภาพบำบัดที่คลินิก หรือพบแพทย์ที่โรงพยาบาล จะมีการซักประวัติเพื่อสอบถามถึงพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โรคประจำตัว หรืออุบัติเหตุ เพื่อหาสาเหตุ ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการรักษา เช่น การนวดด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ การประคบร้อน การนวดด้วยมือเปล่า เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า การใช้เลเซอร์ในการบำบัด การใช้เครื่องชอร์ตเวฟ หรือการบริหารกล้ามเนื้อเพื่อให้คอแข็งแรงและกระชับและยังจะช่วยปรับโครงสร้างกระดูกคอให้เป็นปกติ บางคนอาการหนักอาจเข้าเครื่องดึงคอ (Traction) แบบเบา ๆ ซึ่งวิธีการรักษาทั้งหมดจะทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ลดอาการปวด และทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น

เช็ก 3 ท่ากายบริหาร ลดอาการปวดคอ-เสริมกล้ามเนื้อให้แข็งแรง

การป้องกันอาการปวดคอในชีวิตประจำวันสามารถทำได้เอง คือ อย่านั่งทำงานก้มมองจอและเกร็งกล้ามเนื้อคอเป็นเวลานาน แบ่งระยะเวลาเพื่อเปลี่ยนอิริยาบถทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง รวมถึงการปรับสิ่งแวดล้อมให้เข้ากับสรีระของมนุษย์ เช่น การปรับความสูง-ต่ำของโต๊ะหรือเก้าอี้ทำงานให้องศาของศีรษะตั้งตรงไม่ต้องก้ม สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การออกกำลังกายและบริหารด้วย 3 ท่ากายบริหารซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อคอแข็งแรง บรรเทาอาการปวดเมื่อยคอ และช่วยให้เลือดไหลเวียนไปสู่คอและสมองได้สะดวก การบริหารต่อไปนี้ทำง่าย ๆ ด้วยตนเองในขณะนั่งหรือยืนก็ได้ ใช้เวลาไม่นานเกินห้านาที ควรทำทุกวัน

ท่าที่ 1 ตั้งคอตรง หน้ามองตรงไปข้างหน้าประสานมือไว้หลังศีรษะก่อน แล้วจึงออกแรงที่ศีรษะไปด้านหลังต้านกับแรงมือซึ่งดันมาด้านหน้า แล้วเกร็งไว้ นับ 1-10 (ประมาณ 10 วินาที) แล้วผ่อนแรงต้านนำมือลงพักสักครู่หนึ่ง แล้วทำใหม่ทั้งหมด 5-10 เซต

ท่าที่ 2 กางมือซ้ายออก แล้วใช้บริเวณส้นมือซ้ายแนบกดไปบริเวณครึ่งบนของหูซ้าย หน้ามองตรง มือและศีรษะออกแรงต้านกัน นับ 1-10 ทำทั้งหมด 5-10 เซต แล้วเปลี่ยนข้างไปทำด้านขวาเช่นเดียวกัน

ท่าที่ 3 ใช้มือทั้สองข้างประสานกันวางฝ่ามือไว้ที่หน้าผากตั้งคอให้ตรงแล้วออกแรงมือและศีรษะต้านกัน นับ 1-10 ทำทั้งหมด 5-10 เซต หากทำทั้ง 3 ท่านี้เป็นประจำจะช่วยให้กล้ามเนื้อคอแข็งแรง ลดอาการปวดคอ และเป็นอีกเทคนิคในการปรับโครงสร้างของกระดูกคอได้แบบธรรมชาติและปลอดภัยอีกด้วย

นอกจากการดูแลตนเองด้วยท่าบริหารที่แนะนำไปแล้ว ผู้ที่มีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ หรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ สามารถเข้ารับบริการจากทีมผู้เชี่ยวชาญที่คลินิกกายภาพบำบัด คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งพร้อมให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 08.30-19.30 น. ด้วยทีมนักกายภาพบำบัดมืออาชีพที่รองรับผู้ป่วยได้มากถึง 70 คนต่อวัน นอกจากนี้ยังมีคลินิกเฉพาะทางสำหรับฟื้นฟูผู้ป่วยเด็กที่มีความบกพร่องทางสมอง ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต รวมถึงบริการนวดแผนไทยเพื่อสุขภาพโดยหมอนวดที่ได้มาตรฐาน และการรักษาแบบแพทย์แผนจีน ทั้งการฝังเข็ม กัวซา และรมยา

สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจก้าวสู่เส้นทางวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดสอนในระดับปริญญาตรี 4 ปี 2 สาขาวิชา ได้แก่ สาขากายภาพบำบัด และสาขาเทคนิคการแพทย์ ด้วยหลักสูตรที่เน้นการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ตั้งแต่วิชาพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ กายวิภาคศาสตร์ สรีรวิทยา ไปจนถึงการฝึกปฏิบัติในคลินิกกับผู้ป่วยจริงภายใต้การดูแลของคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: AMSatKKU หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระดูก การดูแลสุขภาพ