หมอวีระพันธ์ ชี้ ยาที่ดีที่สุดในโลกไม่ได้อยู่ในขวด แต่อยู่ในการตัดสินใจของเราในทุกวัน
ประสาทศัลยแพทย์ ให้ความความรู้เรื่องสุขภาพและยา ชี้เวชศาสตร์วิถีชีวิต หลักฐานชัดเจนว่าสามารถป้องกัน รักษา และในบางกรณีสามารถย้อนกลับโรคเรื้อรังได้โดยไม่ต้องพึ่งยา
นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ป้องกันแขนงเวชศาสตร์วิถีชีวิต และประสาทศัลยแพทย์ และ สมาชิกวุฒิสภา ให้ความรู้เรื่องสุขภาพและยา
เขาระบุผ่านเฟซบุ๊กว่า ยาที่ดีที่สุดในโลกไม่ได้อยู่ในขวด แต่อยู่ในการตัดสินใจของเราในทุกวัน
คนไทยใช้งบประมาณด้านสุขภาพส่วนใหญ่ไปกับการรักษาโรคที่เกิดขึ้นแล้ว ซื้อยาความดัน ยาเบาหวาน ยาไขมัน กินทุกวันไปตลอดชีวิต
แต่มีศาสตร์ทางการแพทย์สาขาหนึ่งที่กำลังท้าทายแนวคิดนี้อย่างจริงจัง และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับอย่างแข็งแกร่งมากขึ้นทุกปี นั่นคือ Lifestyle Medicine หรือเวชศาสตร์วิถีชีวิต
เวชศาสตร์วิถีชีวิตคือการใช้การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเป็นการรักษาหลัก ไม่ใช่แค่การส่งเสริมสุขภาพทั่วไป แต่เป็นการแพทย์ที่มีหลักฐานชัดเจนว่าสามารถป้องกัน รักษา และในบางกรณีสามารถย้อนกลับโรคเรื้อรังได้โดยไม่ต้องพึ่งยา
หกเสาหลักของเวชศาสตร์วิถีชีวิตที่ American College of Lifestyle Medicine กำหนดไว้ประกอบด้วย อาหารที่เน้นพืชเป็นหลัก การออกกำลังกายสม่ำเสมอ การนอนหลับที่มีคุณภาพ การจัดการความเครียด การเลิกบุหรี่และแอลกอฮอล์ และการมีความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดี
ทั้งหกเสานี้ไม่ได้แยกจากกัน แต่ทำงานเสริมกันในระดับเซลล์และระดับฮอร์โมน
หลักฐานที่น่าทึ่งที่สุดมาจากงานวิจัยของ Dr. Dean Ornish ที่ตีพิมพ์ใน The Lancet ซึ่งพิสูจน์ว่าการเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างจริงจังสามารถย้อนกลับโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือใช้ยา และงานวิจัยจาก Diabetes Care พบว่าผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างเข้มข้นสามารถหยุดยาได้มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ภายในหนึ่งปี
สิ่งที่ยาทำไม่ได้แต่วิถีชีวิตทำได้คือการแก้ที่ต้นเหตุ
ยาความดันลดความดันได้แต่ไม่ได้แก้ว่าทำไมถึงมีความดันสูง
ยาเบาหวานคุมน้ำตาลได้แต่ไม่ได้แก้ภาวะดื้ออินซูลิน
แต่การเปลี่ยนวิถีชีวิตเข้าไปจัดการกับกลไกต้นตอของโรคโดยตรง
ที่สำคัญกว่านั้น วิถีชีวิตที่ดีไม่มีผลข้างเคียง ไม่มีค่าใช้จ่ายซ้ำทุกเดือน และผลประโยชน์ที่ได้รับสะสมขึ้นทุกวันที่ทำต่อเนื่อง
ผมไม่ได้บอกว่าให้หยุดยาที่หมอสั่งนะครับ แต่อยากให้ทุกคนรู้ว่าการกินยาและการมีวิถีชีวิตที่ดีไม่ใช่การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ทำควบคู่กันได้และควรทำ เพราะเป้าหมายสูงสุดของการแพทย์ที่แท้จริงคือวันที่คุณไม่ต้องพึ่งยาอีกต่อไปครับ