เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เศรษฐกิจรัสเซียใกล้จะพัง ‘สเตียรอยด์ทางการคลัง’ เริ่มหมดฤทธิ์ 

27 ธ.ค. 2567 | 20:51น.
มอสโก รัสเซีย

มอสโก รัสเซีย

เกือบ 3 ปีเต็มที่รัสเซียรุกรานยูเครนและโดนคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก แต่เศรษฐกิจรัสเซียก็เอาชนะคาดการณ์มาได้ตลอด นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจรัสเซียจะหดตัวเป็นเลขสองหลัก แต่คาดการณ์นั้นก็ยังไม่เกิดขึ้น 

ในปี 2022 ซึ่งเป็นปีแรกที่รัสเซียบุกยูเครน ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของรัสเซียหดตัวเพียง -2.1% แล้วเติบโตขึ้น 3.6% ในปี 2023 และคาดว่าจะโต 4% ในปี 2024 ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่ดีกว่าหลาย ๆ ประเทศที่ไม่ได้โดนคว่ำบาตรด้วยซ้ำ 

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า เศรษฐกิจรัสเซียซ่อนความจริงเอาไว้หลังตัวเลขที่ดูแกร่งเกินคาด

ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2024 คาร์เนกี รัสเซีย ยูเรเชีย เซ็นเตอร์ (Carnegie Russia Eurasia Center) ซึ่งเป็นองค์กรคลังสมองในเยอรมนี ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์เศรษฐกิจรัสเซียที่เขียนโดย อเล็กซานดรา โปรโกเพนโก (Alexandra Prokopenko) นักเศรษฐศาสตร์รับเชิญของคาร์เนกี รัสเซีย ยูเรเชีย เซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นอีกความเห็นที่ว่า ตัวเลขเศรษฐกิจรัสเซียในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้นปกปิดสภาพที่แท้จริงเอาไว้ โดยใช้ “การคลัง” พยุงสถานการณ์อันยากลำบาก อีกทั้งรัสเซียใช้ข้อมูลที่ดูดีเหล่านั้นอวดอ้างว่าการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกไม่ได้ผล

“ภาพความถึกทน (Resilience) นี้เป็นภาพลวงตา ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจของรัสเซียดำเนินมาเหมือนนักวิ่งมาราธอน (ที่วิ่งช้า ๆ) โดยใช้สเตียรอยด์ทางการคลัง และตอนนี้สเตียรอยด์เหล่านั้นก็เริ่มหมดฤทธิ์ การเติบโตกำลังชะลอตัวลง เซ็กเตอร์สำคัญ ๆ กำลังชะลอลง และข้อถกเถียงที่สนับสนุนข้ออ้างของปูตินเกี่ยวกับ ‘ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ’ กำลังคลี่คลาย” 

เธอบอกว่า แม้ว่าเศรษฐกิจรัสเซียจะไม่ถึงขั้นล่มสลายลงอย่างกะทันหัน แต่ก็จะต้องเผชิญภาวะ “กับดักความชะงักงันของเศรษฐกิจ” (Stagnation Trap) ซึ่งยากที่จะฟื้นคืนสู่ภาวะปกติ

โปรโกเพนโกวิเคราะห์ว่า รัฐบาลรัสเซียกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายมากขึ้นในการทำสงครามและจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการทางสังคมและโครงสร้างพื้นฐาน การที่รัสเซียจะคงระดับเงินเฟ้อไม่ให้สูงและรักษาเสถียรภาพค่าเงินรูเบิลในเวลาเดียวกันนั้น ไม่สามารถทำได้อีกต่อไป หากไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างมีนัยสำคัญ โมเมนตัมทางเศรษฐกิจอาจจะหยุดชะงักภายใน 1 ปีข้างหน้า และจากนั้น ในปี 2026-2027 ความท้าทายทางการคลังและทางสังคมอาจลุกลามกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบได้

การใช้จ่ายของภาครัฐที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งการใช้จ่ายงบประมาณโดยตรงและโครงการเงินกู้ที่รัฐอุดหนุน เป็นแรงผลักดันหลักที่ช่วยให้เศรษฐกิจรัสเซียเติบโตได้ในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในช่วงปี 2022 ถึงปี 2024 รัสเซียใช้มาตรการทางการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจมากจนมีมูลค่าคิดเป็นมากกว่า 10% ของจีดีพี โดยมีกลุ่มอุตสาหกรรมการทหารเป็นเครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ความอ่อนแรงของเศรษฐกิจรัสเซียเริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว เมื่อไตรมาสที่ 3 ปี 2024 อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจชะลอตัวลงเหลือ 3.1% (YOY) จากอัตรา 4.1% (YOY) ในไตรมาสก่อนหน้า

แม้ว่าอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับการผลิตด้านการป้องกันประเทศยังคงเติบโตต่อไป แต่อัตราการเติบโตก็ต่ำกว่าระดับของปีก่อนหน้าอย่างมาก ขณะที่ภาคส่วนอื่น ๆ กำลังชะงักงัน มีเพียงภาคการค้าปลีกที่ยังคงเป็นจุดสว่าง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค แต่ถึงอย่างนั้น การสำรวจก็ชี้ให้เห็นถึงกิจกรรมทางธุรกิจที่ชะลอตัวและคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นทั้งในภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน

ปัญหาหนึ่งที่จะเป็นเรื่องใหญ่ตามที่บทวิเคราะห์ของโปรโกเพนโกระบุ คือ รัสเซียมีขีดจำกัดในการผลิต ไม่สามารถผลิตได้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศได้ ทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้ามากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการเงินตราสกุลต่างประเทศมากขึ้น ค่าเงินรูเบิลลดลง และเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น

สำหรับอนาคตเศรษฐกิจของรัสเซียหลังปี 2025 โปรโกเพนโกวิเคราะห์ว่า “ดูไม่สู้ดีนัก” เธอบอกว่า หากมองเผิน ๆ การเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราการว่างงานที่ต่ำจะสร้างภาพลวงตาว่ารูปแบบเศรษฐกิจใหม่ของรัสเซียมีเสถียรภาพ อย่างไรก็ตาม รูปแบบเศรษฐกิจใหม่นี้กำลังเผชิญกับข้อจำกัดพื้นฐาน 3 ประการ ได้แก่ การขาดแคลนแรงงาน กำลังการผลิตที่ใช้จนเต็ม และรายได้จากการส่งออกที่ซบเซาเนื่องจากมาตรการคว่ำบาตร

“การใช้จ่ายของรัฐบาลที่พุ่งสูงช่วยพยุงสถานการณ์ในปัจจุบัน แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื้อรังที่รุมเร้าเศรษฐกิจของรัสเซียมายาวนานได้ ขณะที่การคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกทำให้ต้นทุนในการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับมาตรการคว่ำบาตรสูงขึ้น และส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจรัสเซียโดยภาพรวม”

เมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ แอนเดอร์ส อัสลุนด์ (Anders Aslund) นักเศรษฐศาสตร์และนักเขียนชาวสวีเดน ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ในทิศทางเดียวกันนี้ว่า เศรษฐกิจรัสเซียกำลังย่ำแย่อย่างหนักจากพิษของสงครามยูเครนและการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก

อัสลุนด์ประเมินว่า การคว่ำบาตรจากโลกตะวันตกทำให้จีดีพีของรัสเซียหดตัวลงทุกปี ซึ่งจะส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจโดยรวมของรัสเซียขยับเข้าใกล้สภาวะ “หยุดชะงัก” มากขึ้นทุกที