ไทยออยล์แจงเหตุเพิ่มงบฯลงทุนโครงการ CFP อีก 8 หมื่นล้าน หวังดันให้เสร็จ ไม่งั้นเสียหายมากกว่านี้ ชี้ผลตอบแทนการลงทุน ลดจาก 12% เหลือ 7% แต่ก็ยังสูงกว่าต้นทุน เล็งออกตราสารหาเงินลอตใหญ่ 3-5 หมื่นล้าน
นายบัณฑิต ธรรมประจําจิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จํากัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้เพิ่มงบประมาณลงทุนโครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project : CFP) 63,028 ล้านบาท และดอกเบี้ยระหว่างการก่อสร้างอีก 17,922 ล้านบาท รวมเพิ่มขึ้น 80,950 ล้านบาท
เพื่อสนับสนุนโครงการให้แล้วเสร็จ จึงจำเป็นที่ต้องเพิ่มเม็ดเงินลงทุนจากเดิมที่เคยประเมินไว้ที่ 182,750 ล้านบาท เนื่องจากเกิดปัญหาการชุมนุมเรียกร้องค่าตอบแทนค้างจ่ายของผู้รับเหมาช่วงคนไทย จาก UJV หรือกิจการร่วมค้า ระหว่าง Samsung E&A (Thailand) Co., Ltd., Petrofac South East Asia Pte. Ltd. และ Saipem Singapore Pte. Ltd. จนกระทั่งมีการหยุดงานและย้ายชิ้นส่วนอุปกรณ์บางส่วนออก ส่งผลให้โครงการล่าช้าเกินกว่าที่กำหนดตามแผนในปี 2568 และเลื่อนไปอีก 3 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2571
เล็งออกตราสารหนี้ 3-5 หมื่นล้าน
อย่างไรก็ตาม ไทยออยล์ได้ดำเนินการเตรียมจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2568 ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อขอมติจากผู้ถือหุ้นอนุมัติการเพิ่มงบฯดังกล่าว โดยได้จ้างที่ปรึกษาองค์กรอิสระบริหารโครงการเพื่อมาประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน จึงได้ประเมินตัวเลขเบ็ดเสร็จในการควบคุมการดำเนินงานตลอด 3 ปี ออกมาเป็นเงินลงทุนที่เพิ่มเข้าไป 63,028 ล้านบาท
ขณะที่นางวนิดา บุญภิรักษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ด้านการเงินและบัญชี กล่าวว่า ที่มาของแหล่งเงินทุนมาจาก 2 ส่วนหลัก คือ ส่วนที่ 1 เงินกู้ยืมเงินเพิ่ม ทั้งการออกหุ้นกู้ การกู้ยืมเงินจากธนาคารพาณิชย์ นอกจากนี้ ได้พิจารณาออกเครื่องมือทางการเงินใหม่ ๆ เช่น ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนเพื่อช่วยลดอัตราส่วนหนี้สินทางการเงิน รวมถึงการบริหารสินทรัพย์ที่มีอยู่ เงินทุนในส่วนแรกคาดว่าจะได้ประมาณ 34,000-51,000 ล้านบาท ส่วนที่ 2 มาจากกระแสเงินสดประมาณ 30,000 ล้านบาท รวมถึงกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน โดยบริษัทไม่มีแผนเพิ่มทุน
IRR ลดจาก 12% เหลือ 7%
สำหรับฐานะทางการเงินที่บริษัทจะต้องมีการกู้เงินเพิ่มนั้น อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) ยังคงอยู่ตามที่กำหนดไว้ คือไม่เกิน 1 เท่า แต่อาจมีผลให้ผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ของโครงการลดลง โดยที่ปรึกษาทางการเงินอิสระคาดว่าจะทำให้อัตราผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุน (IRR) อยู่ที่ระดับ 7% จากเดิมที่ 12% แต่ถือว่ายังอยู่ในระดับที่สูงกว่าต้นทุนของกิจการ ซึ่งการเพิ่มเงินลงทุนไม่ได้กระทบในการจ่ายเงินปันผลอย่างมีนัยสำคัญ โดยการจ่ายเงินปันผลยังเป็นไปตามนโยบายเดิมที่กำหนดจ่ายไม่เกิน 25% ของกำไรสุทธิ
ที่ผ่านมาการก่อสร้างโครงการในส่วนของกระบวนการติดตั้งอุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในช่วงท่อนปลาย ซึ่งเป็นส่วนที่มีความยากที่สุด อุปกรณ์ประกอบจะต้องมีระบบควบคุมความปลอดภัยและมีคุณภาพ ส่งผลให้การก่อสร้างคืบหน้าช้ากว่ากำหนดไปมาก
ขณะที่ส่วนหน่วยกลั่นใหม่ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนน้ำมันเตาและยางมะตอยให้เป็นน้ำมันอากาศยาน (Jet1) และน้ำมันดีเซล มีความคืบหน้าประมาณ 70% แต่การก่อสร้างช้ากว่ากำหนด แต่เนื่องจากหน่วยอยู่ในโรงกลั่นพื้นที่จำกัด ทำให้ต้องออกแบบเป็นแนวสูง ประกอบกับประสบปัญหาผู้รับเหมาช่วงทำให้แรงงานคนลดน้อยลง คาดว่าต้นปี 2568 จะมีความชัดเจนและนำแรงงานกลับมาทำงานได้มากขึ้น แต่หากใช้เวลาเยอะขึ้น จะส่งผลกระทบต่องบฯเพิ่มขึ้นด้วย
ยันต้องเสร็จไม่งั้นเสียหายกว่านี้
ทั้งนี้ยืนยันว่า โครงการจำเป็นต้องเดินหน้าก่อสร้างให้แล้วเสร็จ ไม่เช่นนั้นบริษัทและผู้ถือหุ้นจะได้รับความเสียหายมากกว่าเดิม ทรัพย์สินที่ลงทุนไปไม่ก่อประโยชน์ อีกทั้งจากการศึกษาและประเมินของที่ปรึกษาการเงินอิสระ ถึงแม้ว่าอัตราผลตอบแทนการลงทุนจะลดลง แต่ยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าต้นทุนของกิจการ
เมื่อโครงการเสร็จจะทําให้ไทยออยล์มีผลประกอบการ ทั้งในส่วนรายได้ ผลกําไรและฐานะการเงินดีขึ้น ทั้งยังส่งผลให้ไทยออยล์มีกำลังการกลั่นน้ำมันดิบ 400,000 บาร์เรลต่อวัน และสามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างศักยภาพในการแข่งขันซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม หากผู้รับเหมาเดิม UJV ส่งมอบงานไม่ได้ภายในกำหนดปี 2568 ตามเงื่อนไขสัญญา บริษัทมีสิทธิรักษาสิทธิให้เป็นไปตามสัญญา โดยอาจพิจารณาเปลี่ยนผู้รับเหมารายใหม่หรือใช้กระบวนการทางกฎหมายภายในปี 2568 เพื่อให้โครงการเดินต่อ