รายงานพิเศษ
เอฟเฟ็กต์คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า คำสั่งดังกล่าวไม่ขัดหลักการสิทธิเสรีภาพของรัฐธรรมนูญ 2560 ส่งผลกระทบพรรคการเมืองถ้วนทั่ว เพราะกำหนดให้พรรคเก่า 69 พรรค ต้อง “อัพเดต” สมาชิกพรรคภายใน 30 วัน ตั้งแต่ 1 เม.ย.-30 เม.ย. 2561
พรรคเก่าสมาชิกลดวูบ
ปรากฏว่า พรรคใหญ่ พรรคกลาง ตัวแปรการเมือง ที่เคยมีสมาชิกพรรคเรือนแสน คือพรรคเพื่อไทย (พท.) พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เรือนล้านอย่างพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แต่ยอดสมาชิกที่ยืนยันกลับมาลดลงจำนวนมาก
ปชป. 97,755 คน จากยอดเดิม 2,895,747 คน พท. 9,705 คน จากเดิม 134,748 คน พรรคชาติพัฒนา (ชพ.) 5,583 คน จากเดิม 19,563 คน พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) 2,886 คน จากเดิม 26,022 คน พรรคภูมิใจไทย (ภท.) 934 คน จากเดิม 153,071 คน
พท.-ปชป.ส่ง ส.ส.ครบทุกเขต
ซึ่งตามกติการัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 บังคับว่าพรรคการเมืองที่จะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งต้องทำ “ไพรมารีโหวต” ต้องมาได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมสาขาพรรค ซึ่งจะต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่า 100 คน คือ 101 คนขึ้นไป หรือการประชุมตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ต้องมีสมาชิกมาชุมนุมไม่น้อยกว่า 50 คน หากจะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง “ครบทุกเขต” จะต้องมีสมาชิกพรรคไม่ต่ำกว่า 7,700 คนขึ้นไป
เอฟเฟ็กต์ที่หนึ่งสำหรับพรรคเก่า จากตัวเลขการยืนยันสมาชิกพรรคอย่างเป็นทางการ ปรากฏว่ามีเพียง 2 พรรค คือ พท.และ ปชป.เท่านั้นที่มีจำนวนสมาชิกพรรคเพียงพอที่จะส่งผู้สมัครเลือกตั้งครบทุกเขต
เอฟเฟ็กต์ที่สอง “โจทย์ใหญ่” ที่สุดของ “พรรคเก่า-ตัวแปร” นอกจาก พท.-ปชป. คือการหาสมาชิกให้ครบ 5,000 คน ภายใน 1 ปี นับจาก 1 เม.ย. 2561 หากหาสมาชิกไม่ครบ 5,000 คน ก็ไม่สามารถส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งได้
บีบ ภท.-ชทพ.หาสมาชิกเพิ่ม
อันเป็นไปตามการคาดการณ์ของ “สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีต กกต. วิเคราะห์โดยยึดเงื่อนไขหนึ่งของคำสั่ง คสช. ที่กำหนดให้พรรคการเมืองต้องมีสมาชิกครบ 5,000 คน ภายใน 1 ปี มิฉะนั้นจะไม่มีสิทธิส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง แปลว่า ขณะนี้มีพรรคการเมืองเก่าที่สอบผ่านเกณฑ์ดังกล่าวแล้วเพียง 3 พรรค คือ ปชป. พท. และ ชพ. ส่วน ชทพ.ได้สมาชิกกลับคืนมาเพียง 2,886 คน กับ ภท.ได้แค่ 934 คนเท่านั้น
28 พรรคเก่าส่อถูกยุบทิ้ง
ขณะที่ในจำนวนพรรคการเมืองเก่าซึ่งบันทึกอยู่ในสารบบของ กกต.จำนวน 69 พรรค มีแค่ 46 พรรค ที่ยืนยันจำนวนสมาชิกต่อ กกต. ส่วนอีก 23 พรรคไม่ได้แจ้งยืนยันสมาชิก ใน 46 พรรคการเมืองที่แจ้งยอดสมาชิกพรรคต่อ กกต. มี 5 พรรคที่แจ้งว่าไม่มีสมาชิก และเหลือแค่หัวหน้าพรรคเพียงคนเดียว 1 ในนั้นคือพรรคมาตุภูมิ ของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตนกลิน
“อุดม รัฐอมฤต” โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ชี้ว่า หากพรรคการเมืองตามกฎหมายใหม่ ไม่มีผู้ใดยืนยันความเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งจะส่งผลให้สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองและไม่สามารถส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ตามกฎหมายใหม่
“เท่ากับว่ามีจำนวน 28 พรรค จะต้องถูกยุบพรรคไปโดยปริยาย”
เพิ่มสมาชิกไม่ได้จนกว่าปลดล็อกเอฟเฟ็กต์ที่สาม พรรคเก่าที่สมาชิกหดหาย ยังไม่สามารถหาสมาชิกพรรคมาทดแทนได้ เนื่องจาก คสช.ยังไม่ปลดล็อกพรรคการเมือง
การปลดล็อกจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อมีการหารือกันระหว่าง คสช.หารือกับ กกต. ประธาน สนช. กรธ. อาจรวมถึงพรรคการเมือง ตามข้อ 8 ของคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังจากที่ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งตามโรดแมปของ สนช. ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือน ส.ค. 2561
เอฟเฟ็กต์ที่สี่ พรรคการเมืองเก่าถูกลดจำนวนสมาชิกพรรค-ถูกยุบสาขาพรรค แต่ยังจัดตั้งใหม่ไม่ได้จนกว่าจะมีปลดล็อกการเมือง ยิ่ง คสช.ปลดล็อกช้าย่อมกระทบต่อการจัดตั้งสาขาพรรค ซึ่งจะกระทบต่อการทำไพรมารี่โหวตในอนาคต
พท.หนักใจคำสั่ง คสช.
“ชูศักดิ์ ศิรินิล” หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย พท. ยอมรับว่า หนักใจ เพราะคำสั่งที่ 53/2560 ยังมีปัญหาในทางปฏิบัติอยู่หลายประเด็น ต้องรอให้ปลดล็อกทางการเมือง เมื่อยังไม่มีสาขาก็จัดประชุมใหญ่
ไม่ได้ เลือกกรรมการบริหารไม่ได้ อนุมัติข้อบังคับไม่ได้ กลายเป็นเรื่องไก่เกิดก่อนไข่ ไข่เกิดก่อนไก่ ถ้าไม่มีสาขาครบ 4 สาขา จะส่งผู้สมัครได้หรือไม่ ถ้อยคำตามคำสั่งที่ 53/2560 ยังขัด ๆ กันอยู่
ปชป.ลุ้นสมาชิกเก่าสมัครใหม่
ขณะที่ ปชป. “ราเมศ รัตนะเชวง” ทีมกฎหมาย ปชป. กล่าวว่า คำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ แต่สมาชิกที่ยืนยันความเป็นสมาชิกไม่ทันพร้อมที่จะช่วยงานพรรคต่อไป
“ไม่ว่ากฎหมายจะออกมาเป็นอย่างไร พรรคก็ต้องหาสมาชิกทำไพรมารี่โหวตให้ทัน ขณะนี้แม้ยังมีหลายเขต หลายอำเภอ หลายจังหวัด ที่สมาชิกกลับมายืนยันตัวเลขยังไม่มากพอที่จะจัดตั้งสาขาพรรคหรือจัดตั้งตัวแทนจังหวัดแต่ยืนยันจะทำให้ได้ อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ คสช.อนุญาตให้สมัครสมาชิกใหม่ได้ พรรคก็เดินหน้าอย่างเต็มที่”
ชี้ทางลัดผ่านไพรมารี่โหวต
ถึงแม้ว่าข้อจำกัดในเรื่องเวลา-ฐานสมาชิกพรรคเล็กจะเป็นอุปสรรค แต่ “ราเมศ” ชี้ทางรอดว่า ถ้าพรรคเล็กเลือกที่จะตั้งสาขาพรรคก็ต้องมีสมาชิกสาขาละ 500 คน ซึ่งถ้าจะตั้งให้ครบ 350 เขตก็จะเป็นปัญหา แต่ถ้าเลือกตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัด จังหวัดละ 1 คน เพื่อใช้จำนวนสมาชิก 100 คนรับรองผู้สมัครทุกเขตเลือกตั้ง เป็นช่องทางการใช้จำนวนสมาชิกน้อยที่สุด
ด้าน ภท.ที่เหลือสมาชิกเพียงแค่ 934 คนนั้น “ศุภชัย ใจสมุทร” รองเลขาธิการพรรค เผยสาเหตุว่า เท่าที่สอบถามสมาชิกและ ส.ส.พรรค เขาตัดสินใจว่าการเดินทางไปยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคในช่วงวันที่ 1 เม.ย.-30 เม.ย.เป็นความยุ่งยาก จึงตัดสินใจไม่ทำ
“แต่เมื่อ คสช.เปิดให้พรรคการเมืองหาสมาชิกใหม่ได้ สาขาพรรคดำเนินการได้เหมือนเดิม ยืนยันว่าพรรคไม่มีปัญหาเรื่องการหาสมาชิก แม้ คสช.ปลดล็อกช้า เวลาน้อยก็ตาม เพราะโดยปกติ ส.ส.ของพรรคก็มีฐานคะแนนเป็นหมื่นคนอยู่แล้ว”
รปช.วุ่นหาผู้สมัคร ส.ส.
“ธานี เทือกสุบรรณ” ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) กล่าวว่า คสช.อนุญาตเมื่อไรก็หาสมาชิกเมื่อนั้น เราหาไม่ทันคนอื่นก็หาไม่ทันเหมือนกัน สมาชิกหาไม่ทันไม่เป็นไร ไม่ซีเรียส ถึงเวลาเลือกตั้งเขาไม่ได้เป็นสมาชิกเขาก็เลือกเรา ถ้าชี้แจงให้เขาเข้าใจ
ส่วนในทางธุรการ-กม.เลือกตั้งต้องหาสมาชิกให้ครบ-ตั้งสาขาพรรคให้ทันเพื่อทำไพรมารี่โหวตนั้น “ธานี” ยังนอนใจ-ไม่คิดว่าจะไปถึงจุดนั้น “ควรหาผู้สมัคร ส.ส.ให้ครบก่อนเพราะสำคัญกว่า แล้วค่อยเดินรณรงค์หาสมาชิกพรรคทีหลัง ส่วนสาขาพรรคเปิดไม่ทันก็ไม่เป็นไร”
ทั้งนี้ ทันทีที่ คสช.ปลดล็อก “สุเทพ-พี่ชาย” จะสวมร้องเท้าคู่เดิน-รณรงค์หาสมาชิกพรรคทั่วประเทศ
อนค. เดินสาย 4 ภาค
ด้านพรรคน้องใหม่-อนาคตใหม่ (อนค.) “ไกลก้อง ไวทยการ” ผู้ก่อตั้งพรรค-นายทะเบียนพรรค กล่าวว่า ขณะนี้ กกต.ยังไม่รับรองพรรคอย่างเป็นทางการ มีเพียงสมาชิกที่ขอจดจัดตั้งพรรคชุดแรก 700 คน
ข้อกังวลว่าพรรคจะหาสมาชิกครบ-ทันเพื่อทำไพรมารี่โหวตหรือไม่นั้น “ไกลก้อง” คิดว่า คงต้องทำงานหนักเพื่อหาสมาชิกให้ทันตามที่มีกติกา
“ทันทีเมื่อ คสช.ปลดล็อกและ กกต.รับรองเป็นพรรคการเมืองอย่างเป็นทางการ จะเดินหน้าหาสมาชิกพรรค ทั้งเครือข่ายในพื้นที่ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด และช่องทางออนไลน์ ขณะที่หัวหน้าพรรคและเลขาธิการจะไปครบทุกภาค”
ในทางนิติศาสตร์หากพรรคการเมืองใดไม่สามารถทำไพรมารี่โหวตได้ทัน ก็ไม่สามารถส่งผู้สมัครเลือกตั้งได้แต่ในทางการเมือง พรรคพลังประชารัฐที่อันเป็นพรรคภาคต่อของ คสช.ยังเตรียมตัวอยู่ในที่ตั้ง ยังมีความกังขาในเรื่องความพร้อมที่สุดแล้วอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ คสช.ทอดเวลาการปลดล็อกกการเมือง จนถึงขั้นเลวร้ายที่สุดไม่มีพรรคการเมืองใดทำไพรมารี่โหวตได้ทันการ คราวนั้นอาจเกิดเดดล็อกเลือกตั้งขึ้นอีกครั้ง