นฤมล ยกระดับแก้น้ำท่วม-แล้ง เตรียมเสนอ 5 โครงการชง กนช.
“นฤมล” รมว.เกษตรฯ เตรียมยกระดับขับเคลื่อนโครงการแก้น้ำท่วม-แล้ง พร้อมแก้ปัญหาหนี้สาธารณะชนเพดาน เร่งก่อสร้างจัดเตรียมน้ำต้นทุนรองรับการพัฒนาอีอีซี เปิดร่วมทุนรัฐเอกชน ขณะที่แก้ปัญหาน้ำปี 2568 กรมชลประทานเตรียมเสนอ 5 โครงการสำคัญต่อ กนช.พิจารณา
นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เพื่อขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการน้ำแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม ได้ยกระดับโครงการขนาดใหญ่ของกรมชลประทานเป็นโครงการรัฐบาล แต่หลายโครงการที่เตรียมดำเนินการ อาจมีปัญหาเรื่องการเงินแม้จะมีแหล่งเงินให้กู้อย่างธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) และธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีพี) ที่พร้อมจะให้กู้ แต่ต้องเจอปัญหาสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีที่ต้องไม่เกิน 70%
ดังนั้น ในการขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) อาจจะดำเนินการก่อสร้างโครงการจัดเตรียมน้ำต้นทุนรองรับการพัฒนาอีอีซีโดยการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (พีพีพี) ซึ่งทั้งหมดจะหารือในรายละเอียดต่อไป
นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีฝ่ายก่อสร้าง กรมชลประทาน กล่าวว่า ขณะนี้หลายโครงการของชลประทานหลายโครงการ ที่ถูกยกเลิกสัญญา เพราะผู้รับเหมาทิ้งงาน ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการน้ำ ดังนั้นกรมชลประทานโดยกระทรวงเกษตรฯต้องเร่งหาวิธีดำเนินโครงการเพื่อให้สามารถมีเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำ ให้มีประสิทธภาพ เช่นเดียวกับการเติมน้ำให้กับอีอีซี จำเป็นต้องดำเนินการต่อ โดยอาจให้เอกชนมาร่วมลงทุนระบบส่งน้ำ
แต่รายละเอียดเงื่อนไขต้องหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้ประชาชน ประเทศชาติได้ประโยชน์มากที่สุด โครงการในอีอีซี หากต้องร่วมลงทุนแบบพีพีพี ไม่ใช่การลงทุนใหม่แต่เป็นการลงทุนเพียงระบบท่อ ต้นทุนน้ำจะได้จากเขื่อนเดิม ที่กรมชลประทานมีอยู่แล้ว
ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมภัยแล้งในปี 2568 กรมชลประทานเตรียมเสนอ 5 โครงการ เข้าที่ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ในวันที่ 6 ม.ค. 2568 โดยโครงการที่จะเสนอ กนช. พิจารณาก่อนนำเสนอ คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอีกครั้ง อาทิ โครงการเร่งด่วนที่คาดว่าหากเร่งดำเนินการ จะสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ คือ โครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง วงเงิน 95,000 ล้านบาท ระยะเวลาดําเนินการ 6 ปี (ปี 2569-2574) เป็นโครงการระบายน้ำเลี่ยงกรุงเทพฯ
ส่วน 4 โครงการเป็นการขอขยายระยะเวลาการดําเนินงานของโครงการสําคัญด้านทรัพยากรน้ำ ได้แก่ 1.โครงการประตูระบายน้ําศรีสองรักอันเนื่องมาจากพระราชดําริ จังหวัดเลยจากเดิม 6 ปี (ปีงบประมาณ 2561-2566) เป็น 10 ปี (ปีงบประมาณ 2561-2570) ภายใต้กรอบวงเงินโครงการที่ได้รับอนุมัติไว้เดิม 5,000 ล้านบาท
2.โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดําริ จังหวัดนครศรีธรรมราช จากเดิม 6 ปี (ปีงบประมาณ 2561-2566) เป็น 10 ปี (ปีงบประมาณ 2561-2570) ภายใต้กรอบวงเงินโครงการที่ได้รับอนุมัติไว้เดิม 9,580 ล้านบาท
3.โครงการประตูระบายน้ำบ้านก่อ พร้อมระบบส่งน้ำ จังหวัดสกลนคร จากเดิม 5 ปี (ปีงบประมาณ 2562-2566) เป็น 9 ปี (ปีงบประมาณ 2562-2570) ภายใต้กรอบวงเงินโครงการที่ได้รับอนุมัติไว้เดิม 1,249 ล้านบาท 4.โครงการประตูระบายน้ำลำน้ำพุงจากเดิม 5 ปี (ปีงบประมาณ 2562-2566) เป็น 9 ปี (ปีงบประมาณ 2562-2570) ภายใต้กรอบวงเงินโครงการที่ได้รับอนุมัติไว้เดิม 2,100 ล้านบาท