เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

กรมส่งเสริมสหกรณ์แจง “กฎกระทรวงฝากการลงทุน” ช่วยลดขาดทุนหนัก

25 ธ.ค. 2567 | 16:41น.
กฎกระทรวงฝากการลงทุน

กฎกระทรวงฝากการลงทุน

กรมส่งเสริมสหกรณ์ แจงผลกระทบของกฎกระทรวงเกี่ยวกับการฝากการลงทุน ป้องสหกรณ์ไม่ให้ขาดทุนหนัก ให้โอกาสทำแผนปรับสัดส่วนการลงทุนได้ถึง 10 ปี

รายงานข่าวจาก กรมส่งเสริมสหกรณ์ ระบุว่า กรมชี้แจงข้อกังวลของสหกรณ์เกี่ยวกับประกาศกฎกระทรวงการฝากเงินและการลงทุนของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน พ.ศ. 2567 เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาการลงทุนของสหกรณ์ไม่ให้ขาดทุนหนัก พร้อมเปิดโอกาสในการจัดทำแผนปรับสัดส่วนการลงทุนได้ถึง 10 ปี

ตามที่ได้มีการประกาศกฎกระทรวงการฝากเงินและการลงทุนของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน พ.ศ. 2567 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 มีวัตถุประสงค์เพื่อกำกับดูแลเกี่ยวกับการดำเนินงานและการกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์ และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ตามมาตรา 89/2 (8) เกี่ยวกับเรื่องการฝากเงินและการลงทุน

สำหรับสหกรณ์และชุมนุมสหกรณ์มีสภาพคล่องทางการเงินสูง และมีการลงทุนตามมาตรา 62 ซึ่งสหกรณ์บางแห่งเกิดข้อกังวลว่า การออกกฎกระทรวงในครั้งนี้มีข้อจำกัดในเรื่องเกณฑ์การกระจุกตัวที่ให้ฝากหรือลงทุนนิติบุคคลต่อแห่งได้ไม่เกิน 10% ของทุนเรือนหุ้น+ทุนสำรองของสหกรณนั้น ๆ

รวมถึงข้อจำกัดที่ให้ลงทุนได้ไม่เกินทุนเรือนหุ้น+ทุนสำรอง จะทำให้สหกรณ์เกิดผลกระทบในการบริหารจัดการสภาพคล่องส่วนเกิน เช่น อาจต้องลดดอกเบี้ยเงินฝากลงหรือจะทำให้เงินทุนของสหกรณ์ลดลง สมาชิกโยกย้ายเงินฝากจากสหกรณ์ไปฝากหรือลงทุนอย่างอื่น ทำให้เงินไหลออกไปจากระบบสหกรณ์จนกระทั่งเกิดผลกระทบต่อสินทรัพย์ในภาพรวมของระบบสหกรณ์นั้น

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า สหกรณ์ออมทรัพย์หลายแห่งซึ่งมีเงินเหลือ (Surplus) จากการทำธุรกิจกับสมาชิกควรมีทางใช้ไปของเงินที่ก่อประโยชน์ตอบแทนที่สมเหตุสมผล วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งสหกรณ์มิได้เป็นไปเพื่อแสวงหาผลกำไรมาแบ่งปัน การลงทุนของสหกรณ์จึงเป็นเพียงการบริหารสภาพคล่องคงเหลือจากการดำเนินธุรกิจกับสมาชิกและเครือข่ายสหกรณ์เพื่อให้เกิดประโยชน์จากภาระต้นทุนทางการเงินของสหกรณ์เท่านั้น

อีกทั้งการลงทุนในตลาดทุนมีความเสี่ยงและความผันผวนซึ่งอาจส่งผลกระทบกับเงินของสหกรณ์ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสมาชิกสหกรณ์จึงจำเป็นต้องออกข้อกำหนดมากำกับดูแล

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์

อย่างไรก็ตาม กฎกระทรวงฉบับดังกล่าว ได้กำหนดบทเฉพาะกาลไว้ 2 กรณี กรณีที่ 1 สหกรณ์ที่ฝากเงิน หรือลงทุนในนิติบุคคลต่อแห่งเกิน 10% สามารถจัดทำแผนเพื่อปรับสัดส่วนการลงทุนได้ภายใน 5 ปี ในช่วงแรกของการปรับตัว อาจยังกำหนดแผนให้มีการซื้อเข้าขายออกได้ตามปกติ แต่ต้องไม่เกินยอดเดิมของนิติบุคคลนั้น กรณีที่ 2 สหกรณ์ที่ลงทุนเกินกว่าทุนเรือนหุ้น+ทุนสำรอง จะมีวิธีการให้เวลาในการปรับตัวในลักษณะเดียวกันกับกรณีที่ 1 ได้ภายใน 10 ปี

“และสหกรณ์สามารถเพิ่มทุนเรือนหุ้นได้ทุกเดือน อีกทั้งเมื่อครบกำหนดสหกรณ์ดำเนินการตามกฎกระทรวงนี้ไปแล้วภายในระยะเวลา 5 ปี กรมส่งเสริมสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำผลการดำเนินการและผลกระทบมาพิจารณาว่าสมควรทบทวนหรือปรับปรุงหลักเกณฑ์อีกครั้งหรือไม่” นายวิศิษฐ์กล่าวเพิ่มเติม

กรมส่งเสริมสหกรณ์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ขาดทุน