เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

กรมส่งเสริมสหกรณ์ระดมเครือข่าย ช่วย อ.ส.ค. ระบายนมค้างสต๊อก

15 มิ.ย. 2569 | 14:05น.

“อธิบดีนิรันดร์” รับลูกมิลค์บอร์ด สั่งสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศประสานเครือข่ายช่วยกระจายนมไทย-เดนมาร์คของ อ.ส.ค. หลังนมพาณิชย์ค้างสต๊อกกว่า 3 หมื่นตัน ล่าสุดยอดจำหน่ายรวม 10,446 หีบ มูลค่า 3.44 ล้านบาท ร้อยเอ็ดนำสูงสุด 3,300 หีบ มูลค่ากว่า 1.07 ล้านบาท พร้อมเตรียมต่อยอดช่วยระบายผลิตภัณฑ์นมของสหกรณ์โคนมรายเล็ก

ภายหลังนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการในที่ประชุมคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม หรือมิลค์บอร์ด ครั้งล่าสุด โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ช่วยกระจายนมกล่องหรือนมพาณิชย์ขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย หรือ อ.ส.ค. ภายใต้ตราสัญลักษณ์ “นมวัวแดง” ที่ยังค้างสต๊อกกว่า 30,000 ตัน ผ่านเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศ

นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้มีหนังสือถึงสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ ให้ประสานหน่วยงานและเครือข่ายสหกรณ์ในพื้นที่ เพื่อช่วยกระจายนมไทย-เดนมาร์คของ อ.ส.ค. โดยล่าสุด ณ วันที่ 8 มิถุนายน 2569 มียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 10,446 หีบ รวมมูลค่า 3,449,059 บาท

จังหวัดที่มียอดจำหน่ายสูงสุดคือ จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 3,300 หีบ คิดเป็นมูลค่า 1,073,000 บาท ขณะที่การกระจายนมยังดำเนินต่อเนื่องจนกว่าจะสิ้นสุดโครงการในวันที่ 30 มิถุนายน 2569

นายนิรันดร์ระบุว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ยังวางแผนช่วยระบายนมของสหกรณ์โคนมเพิ่มเติมด้วย เนื่องจากปัจจุบันสหกรณ์โคนมหลายแห่งยังประสบปัญหาการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นม โดยเฉพาะสหกรณ์โคนมขนาดเล็กที่ระบบตลาดยังไม่แข็งแรงเพียงพอ ทำให้กรมต้องเข้ามาดูแลและช่วยขยายช่องทางตลาดให้กับผลิตภัณฑ์นมของสหกรณ์ในระยะต่อไป

นางพิชญ์สิณี สว่างโรจน์ สหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า หลังอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์มีหนังสือสั่งการให้ทุกจังหวัดช่วยกระจายนมของ อ.ส.ค. สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลกได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยยอดล่าสุด ณ วันที่ 8 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 161 หีบ มูลค่า 54,660 บาท และจะทยอยช่วยกระจายต่อไป

ขณะนี้สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลกอยู่ระหว่างสำรวจความต้องการ โดยประสานไปยังสหกรณ์ทุกประเภทในจังหวัด รวมถึงหน่วยราชการต่าง ๆ ที่สนใจ เพื่อช่วยขยายช่องทางการกระจายนมให้มากขึ้น

“เราเป็นตัวประสานให้กับสหกรณ์ต่าง ๆ สหกรณ์ทุกประเภท เครือข่ายสหกรณ์ในพิษณุโลกให้ความร่วมมือ ไม่ว่าจะเป็นสหกรณ์ภาคการเกษตรและนอกภาคการเกษตร” นางพิชญ์สิณีกล่าว

นอกจากนี้ จังหวัดพิษณุโลกยังนำผลิตภัณฑ์นมมากระจายผ่านศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ หรือ CDC Plus ซึ่งในจังหวัดพิษณุโลกมี 2 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์วัดจันทร์ จำกัด และสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.พิษณุโลก จำกัด ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการช่วยระบายสินค้า

“เป็นการช่วยเหลือกันเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรโคนม ยังไม่ได้มีการคิดค่าบริหารจัดการหรือค่าขนส่ง วันนี้รับมาเท่าไหร่จาก อ.ส.ค. ก็ขายกันในราคานั้น เป็นการช่วยเหลือกันก่อน” นางพิชญ์สิณีกล่าว

ขณะที่จังหวัดมหาสารคาม แม้ยอดล่าสุดอยู่ที่ 99 หีบ คิดเป็นมูลค่า 33,801 บาท แต่พื้นที่ยังต้องรับภาระช่วยกระจายนมของสหกรณ์โคนมในจังหวัดด้วย เช่น สหกรณ์โคนมโคกก่อ จำกัด ซึ่งมีปริมาณการผลิตนมกล่องจำนวนมากเช่นกัน

นางสาวสะอาดจิต ประสงค์สิน สหกรณ์จังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า สาเหตุที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดมหาสารคามรับนม อ.ส.ค. มากระจายได้น้อย เนื่องจากในพื้นที่มีสหกรณ์โคนมที่ผลิตนมกล่องอยู่แล้ว โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤษภาคมที่โรงเรียนปิดเทอมและไม่ได้ส่งนมโรงเรียน ทำให้ต้องช่วยกระจายนมของสหกรณ์ในพื้นที่ควบคู่กันไป

“ช่วงนี้เจ้าหน้าที่ก็มาช่วยกระจาย ช่วยขายกันทุกวัน มหาสารคามก็มีนมล้นเหมือนกัน โดยเฉพาะช่วงโรงเรียนปิดเทอม ถ้าปกติก็ได้อยู่ เพราะพื้นที่มหาสารคามส่วนใหญ่เป็นนมโรงเรียน เมื่อเช้าก็มาขายอยู่หน้าสำนักงาน มีแปรรูปเป็นไอติมนมขายด้วย” นางสาวสะอาดจิตกล่าว

ด้านจังหวัดสุโขทัย นายวีรภัทร เณรศาสตร์ สหกรณ์จังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า จังหวัดสุโขทัยค่อนข้างมีความพร้อมในการกระจายนม เนื่องจากมีโรงงานผลิตนมของ อ.ส.ค. ตั้งอยู่ในพื้นที่ ทำให้ไม่ค่อยประสบปัญหาด้านการกระจายสินค้า โดยส่วนใหญ่ฝ่ายขายของ อ.ส.ค. จะติดต่อโดยตรงกับสหกรณ์ต่าง ๆ ในพื้นที่ และสำนักงานสหกรณ์จังหวัดทำหน้าที่ประสานงาน

“พื้นที่เราเป็นที่ตั้งของโรงงาน อ.ส.ค. เราก็ให้สหกรณ์สั่งแล้วแจ้งยอดไปทาง อ.ส.ค. จากนั้น อ.ส.ค. ก็จัดส่ง มีอยู่เรื่อย ๆ เพราะโรงงานผลิตตั้งอยู่ที่ศรีนคร มีเซลส์เข้าถึงร้านค้าสหกรณ์ ที่นี่จึงไม่ค่อยมีปัญหาล้น” นายวีรภัทรกล่าว

นางบุญเกิด ภานนท์ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า ล่าสุดสหกรณ์รับนมกล่องจากสหกรณ์ในเครือข่ายจังหวัดสระบุรีและลพบุรี จำนวน 3,300 หีบ มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท และขณะนี้จำหน่ายเกือบหมดแล้ว โดยกระจายผ่านเครือข่ายสหกรณ์ในจังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดใกล้เคียง

การกระจายสินค้าเน้นเครือข่ายสหกรณ์ที่มีการแลกเปลี่ยนสินค้ากันอยู่แล้ว ขณะเดียวกันบางสหกรณ์ที่ยังไม่ได้เป็นเครือข่ายก็รับไปช่วยกระจายด้วย

“รับจากสหกรณ์ไทยมิลค์มา 3,000 หีบ จากสหกรณ์นิคมพัฒนาโคนมลพบุรีอีก 300 หีบ ตอนนี้ใกล้จะหมดแล้ว อย่างสหกรณ์โคนมไทยมิลค์เป็นเครือข่ายสหกรณ์เราที่มีการแลกเปลี่ยนสินค้ากันอยู่แล้ว เขารับข้าวสารจากเราไป เราก็รับนมเขากลับมา ไทยมิลค์เขาก็จ้าง อ.ส.ค. ผลิตนมกล่อง เพียงแต่บรรจุภัณฑ์จะต่างกัน” นางบุญเกิดกล่าว

นางบุญเกิดกล่าวย้ำว่า สหกรณ์จะช่วยสหกรณ์ด้วยกันก่อนที่จะไปช่วยองค์กรหรือหน่วยงานอื่น เนื่องจากผลิตภัณฑ์นมของสหกรณ์โคนมจำนวนไม่น้อยยังประสบปัญหานมล้นเช่นเดียวกัน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนบทบาทของเครือข่ายสหกรณ์ในการช่วยประคองภาคโคนมและเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ผ่านการเชื่อมช่องทางตลาดภายในประเทศ เพื่อบรรเทาปัญหาสต๊อกนมพาณิชย์และผลิตภัณฑ์นมของสหกรณ์ที่ยังรอการระบายในช่วงระยะสั้น