เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ผู้ว่าฯ กทม. สั่งตรวจทางหนีไฟโรงแรม-ผับ หลังไฟไหม้โรงแรม ถ.ตานี

30 ธ.ค. 2567 | 13:52น.
ไฟไหม้ The Ember Hotel ถ.ตานี

ไฟไหม้ The Ember Hotel ถ.ตานี

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สั่งการทุกเขต ตรวจเส้นทางหนีไฟในโรงแรม-สถานบันเทิง หลังเกิดเหตุไฟไหม้โรงแรม ถ.ตานี จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย

ที่โรงแรม ดิ เอ็มเบอร์ โฮเทล ถนนตานี เขตพระนคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯกทม. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้ เมื่อเวลา 21.21 น. คืนวันที่ 29 ธ.ค. ที่ผ่านมา เป็นครั้งที่ 2

นายชัชชาติ กล่าวว่า โรงแรมที่เกิดเหตุเพลิงไหม้เป็นโรงแรม มีพื้นที่ประมาณ 1,515 ตารางเมตร มีการยื่นแบบขออนุญาต แต่ต้องไปดูอีกครั้งหนึ่งว่าแบบถูกต้องหรือไม่ โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ชั้น 5 เจ้าหน้าที่ได้รับการแจ้งเหตุเมื่อเวลา 21.21 น. ใช้เวลา 5 นาทีถึงที่เกิดเหตุ พบควันหนาแน่นมาก และเนื่องจากมีควันจำนวนมากทำให้คนหนีขึ้นไปอยู่บนดาดฟ้า มีผู้พักอาศัยทั้งหมด 75 คน ขึ้นไปอยู่บนดาดฟ้า 34 คน จากนั้นได้ใช้รถกระเช้า 3 คัน เข้าช่วยเหลือทยอยนำผู้ที่อยู่บนดาดฟ้าลงมาได้ทั้งหมด

เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล 2 ราย ส่วนนักท่องเที่ยวที่เหลือ กทม. ได้นำรถมารับส่งไปพักโรงแรมอื่นย่านประตูน้ำ ยืนยันว่า กทม.ได้พยายามดูแลให้ดีที่สุดและแจ้งสถานทูตที่เกี่ยวข้องให้ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นได้สั่งให้ปิดโรงแรม ระงับการให้บริการชั่วคราว เพื่อตรวจสอบเรื่องความปลอดภัยของอาคารก่อน ทั้งนี้ ต้องสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวในเรื่องการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เนื่องจากใกล้ถึงช่วงเทศกาล Countdown ปีใหม่ ซึ่งเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวแต่อย่างใด

จากการตรวจสอบโรงแรมมีบันไดหนีไฟ แต่ต้องไปตรวจสอบว่ามีการทำถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ มีระบบเตือนภัยแต่ไม่แน่ใจว่าตอนที่ทำมีการเตือนภัยที่ถูกต้องหรือไม่อย่างไร ต้องมีการเข้าไปตรวจสอบและพิสูจน์หลักฐานอีกครั้งหนึ่ง เรื่องทางหนีไฟเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ต้องมีการตรวจสอบว่าคนสามารถหนีไฟได้ มีป้ายบอกชัดเจน มีระบบแจ้งเตือนภัย มีอุปกรณ์ดับเพลิง พร้อมทั้งได้ย้ำเตือนทุกสำนักงานเขต ดูแลและออกตรวจเรื่องนี้ซ้ำ ทั้งในสถานบันเทิง โรงแรมต่าง ๆ

ในส่วนเรื่องการควบคุมวัสดุในอาคาร ซึ่งปัจจุบันมีกฎหมายใหม่ออกมาเมื่อปี 2566 แต่ควบคุมเฉพาะอาคารก่อสร้างขนาดใหญ่ ยังไม่รวมโรงแรมที่มีขนาดน้อยกว่า 80 ห้อง ในระยะยาวต้องถอดบทเรียน โดยเฉพาะเรื่องการควบคุมวัสดุที่มีควันพิษ

ส่วนเรื่องการเข้าตรวจสอบโครงสร้างอาคาร หลังเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้ามาดำเนินการเรียบร้อยแล้ว สำนักการโยธา (สนย.) และผู้เชี่ยวชาญสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย จึงจะเข้าประเมินความมั่นคง ความปลอดภัยต่าง ๆ อีกครั้งหนึ่ง โดยย้ำว่าจะต้องดำเนินการอย่างเข้มงวด เบื้องต้นอาคารไม่มีการทรุดตัว ส่วนสาเหตุเพลิงไหม้ยังแน่ชัด

ด้านการสร้างความเชื่อมั่น แบ่งออกเป็น 2 ส่วน 1.เอาจุดอ่อนไปตรวจสอบเพิ่มเติมโดยเฉพาะเรื่องทางหนีไฟ ระบบแจ้งเตือนไฟไหม้ อีกเรื่องคือต้องดูแลผู้ประสบภัยให้ดีที่สุด แม้จะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุแต่จะพยายามทำให้ดีที่สุด

ทั้งนี้ นอกเหนือจากโรงแรม สถานที่บันเทิง ซึ่งปัญหาอย่างหนึ่งคือนักท่องเที่ยวอาจมีอาการเมา ทำให้การหนีไฟทำได้ยากขึ้น เป็นเรื่องที่ต้องไปเข้มงวดกวดขัน โดยได้สั่งการในเรื่องนี้ทุกเทศกาลอยู่แล้ว โรงแรมยิ่งเล็กยิ่งอาจจะอันตราย เพราะกฎหมายเรื่องเกี่ยวกับเพลิงไหม้ไปเน้นที่อาคารใหญ่เกิน 80 ห้อง ดังนั้นบางเรื่องอาจไม่ได้ครอบคลุม จึงต้องเน้นตรวจสอบโรงแรมขนาดเล็กด้วย

“สำหรับประชาชน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ฝากด้วยว่าเวลาจะไปเที่ยวที่ไหน ขั้นแรกต้องสำรวจเส้นทางหนีไฟให้ดี สำคัญอีกเรื่องคือการเผชิญเหตุ หากพบเหตุไฟไหม้ก่อนที่จะไปดับเพลิง โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงก่อน เบอร์ 199 เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีเวลามาถึงที่เกิดเหตุเร็วขึ้น เพราะหากแจ้งช้าไฟลามเยอะอาจไม่ทัน ผู้ประกอบการเองต้องดูว่าอย่าให้มีสิ่งของกัดขวางเส้นทางหนีไฟ และต้องซักซ้อมการเผชิญเหตุไฟไหม้ให้แก่เจ้าหน้าที่ให้ดีด้วย” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว